วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันมีอธิบดีทุจริตด้วย

นายกชี้ผิดต้องปลด ส่งดำเนินคดีอาญา! ‘แดง’โผล่ราชดำเนิน

“ป๋าเปรม” เปิดบ้านสี่เสาฯ ให้องค์กรเอกชน-มูลนิธิ รดน้ำวันสงกรานต์ “ป๋า” ขอคนไทยรักษาชาติ ซื่อสัตย์สุจริต ตอบแทนคุณแผ่นดิน “ประยุทธ์” นำ ครม.-ผบ.เหล่าทัพตบเท้าขอพร ประธานองคมนตรีกำชับให้ช่วยรักษาประเทศชาติให้ก้าวหน้า สงบสุข เห็นใจนายกฯเหนื่อยรับงานยาก แต่เชื่อมือว่าทำได้ ด้านนายกฯปลื้มรับกำลังใจ รับปากงัด ก.ม.ทำงานจริงจัง กมธ.ยกร่างฯ ปัดซูเอี๋ย สปช. ผ่านร่าง รธน.เลขาฯ ป.ป.ท.หอบรายชื่อ 100 ขรก.เอี่ยวโกงส่งนายกฯเชือด “บิ๊กตู่” เผยระดับอธิบดีขึ้นไปพัวพันทุจริต เสื้อแดงย้ายวิกซุ่มทำบุญรำลึก 10 เม.ย.53 วัดสามัคคีธรรม ย่านลาดพร้าว

ก้าวเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์ หลายหน่วยงานจัดกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำคณะรัฐมนตรีพร้อม ผบ.เหล่าทัพเข้าขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี โดย พล.อ. เปรมขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและสงบสุข

“ป๋าเปรม” เปิดบ้านสี่เสาฯ รดน้ำดำหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 เม.ย.ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านสี่เสาฯ ให้ตัวแทนข้าราชการทหาร ตำรวจ คณะบุคคล คณะทำงาน องค์กรภาคเอกชน และมูลนิธิต่างๆ เข้าอวยพรและขอพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ นำโดย พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฎฐ์ ประธานมูลนิธิรักเมืองไทย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ ทยอยเดินทาง พร้อมนำพวงมาลัยเข้ารดน้ำขอพรตามประเพณีเนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่ของไทย

ปลุกคนไทยตอบแทนคุณแผ่นดิน

พล.อ.เปรมได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่มาอวยพรตอนหนึ่งว่า การรักษาวัฒนธรรมอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ ทุกคนต้องรักษาชาติ รักชาติ โดยต้องเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ต้องมีจิตใจที่มั่นคงที่จะตอบแทนคุณแผ่นดินเพื่อทำให้ประเทศสงบสุข มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตามที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้

จากนั้น พล.อ.เปรม ได้เปิดโอกาสให้คณะบุคคลได้รดน้ำขอพร ก่อนที่คณะบุคคลทยอยเดินทางกลับ

“ประยุทธ์” นำ ครม.–เหล่าทัพขอพร

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ารดน้ำขอพรจาก พล.อ.เปรม เนื่องในเทศกาลสงกรานต์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ท่านเป็นผู้ที่พวกเรานับถือโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แสดงถึงความแน่วแน่ในการตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการทำงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนอย่างต่อเนื่อง สมควรยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติสืบไป

“ป๋า” เห็นใจนายกฯ เหนื่อยแบกงานยาก

จากนั้น พล.อ.เปรม กล่าวว่า เรียนนายกรัฐมนตรีและเพื่อนร่วมชีวิตทั้งหลาย ขอขอบคุณที่กรุณานึกถึงและมาพบกัน และอวยพรในวันสำคัญของชาติ การรักษาวัฒนธรรมก็คือการรักษาชาติ แต่นายกฯ และพวกเราทั้งหลายต้องทำมากกว่านั้นเพื่อรักษาชาติ เพราะเป็นงานที่ยากและเหนื่อย ผมมั่นใจว่านายกฯและพวกเราทั้งหลายจะช่วยกัน ร่วมมือกัน ด้วยความสามัคคี เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข มั่นคงและมั่งคั่ง เหมือนที่นายกฯพูดทุกคืน ในโอกาสนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในประเทศและในโลกนี้ได้อำนวยพรพวกท่านทั้งหลาย ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ขอให้นายกฯนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขให้ได้

ให้ช่วยกันรักษาประเทศชาติสงบสุข

“ผมขออวยพรท่านทั้งหลายให้มีความแข็งแรง มั่นคง แน่วแน่รักษาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าและสงบสุขอย่างที่ทุกคนหวังจากนายกฯ พวกเราจะต้องทำในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังให้ประสบความสำเร็จ ขอพระบารมีของพระบาท– สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถคุ้มครองภัยอันตราย ใครคิดไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองขอให้พระสยามเทวาธิราชดูแลไม่ให้เกิดปัญหาในชาติบ้านเมือง ขอให้ครอบครัวของเรามีแต่ความสงบสุข มีความรัก ความสามัคคี เป็นครอบครัวที่มีความสุขเหมือนกับนายกฯ ต้องการให้ทุกคนมีความสุข ขอให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนตลอดไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้นำพวงมาลัยมอบให้ พล.อ.เปรม พร้อมรดน้ำขอพร โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและ ผบ.เหล่าทัพ ทยอยรดน้ำขอพร

“บิ๊กตู่” รับปากใช้ ก.ม.ทำงานจริงจัง

จากนั้นเวลา 17.20 น. ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ภายหลังรดน้ำขอพร พล.อ.เปรมว่า ช่วงสงกรานต์ตนไม่ได้ไปไหนอยู่ที่บ้าน การรดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ท่านฝากความห่วงใยในการดูแลประชาชนให้มีความสุข ให้กำลังใจทุกกระทรวงทุกคนแก้ปัญหาให้ได้ ซึ่งท่านบอกว่าเป็นกำลังใจให้โดยตลอด แต่ท่านไม่ได้มีโอกาสมาพูดคุย วันนี้จึงเป็นโอกาสมาให้กำลังใจ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ท่านขอให้ดูแลประชาชนให้ดี ตนได้เรียนท่านว่า ตนได้ใช้กฎหมายใช้การทำงานอย่างจริงจัง และแก้ปัญหาทุกอย่างให้เป็นผลอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แก้แบบประเดี๋ยวประด๋าว ซึ่งทุกวันนี้ปัญหานั้นมีเยอะ

รับเป็นมนุษย์ก็มีโกรธนักข่าวบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ที่ผ่านมาในการสัมภาษณ์ไม่เคยว่าสื่อ แต่บางครั้งการพูดคุยกันก็อาจจะแรงบ้าง หนักบ้างเบาบ้าง แต่ผมไม่ได้เกลียดคุณ แต่ต้องยอมรับว่าบางคำถาม เหมือนกับทำให้ทุกอย่างต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ ขณะที่กำลังคิดจะเดินไปข้างหน้า ก็ต้องกลับมาคิดใหม่มันไม่ได้ ยอมรับว่าเรารับเรื่องเยอะ แต่ด้วยตัวของผมเองรักทุกคน ทุกวันนี้ก็คิดบวกเยอะมากขึ้นแล้ว เพราะผมได้รับการสั่งสอนมาว่า เวลาโกรธใครถ้าปล่อยให้โกรธไปเรื่อยๆ วันข้างหน้าก็จะคบเขาไม่ได้ มันไม่ดี แต่ก็ยอมรับว่าเคยโกรธนักข่าวบ้างเหมือนกัน เพราะเป็นมนุษย์ต้องมีโกรธบ้าง การพูดจาต้องมีความขัดแย้งกันบ้าง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสและอารมณ์ดี พูดคุยหยอกล้อกับสื่อมวลชนตลอดเวลา แม้ขณะที่ขึ้นไปนั่งบนรถยนต์แล้ว ก็ยังลดกระจกลงมาพูดคุย พร้อมอวยพรว่า “ปีใหม่นี้ ขอให้โชคดีทุกคน”

บิ๊กกองทัพพรึบอวยพร “ประวิตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น.ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายในกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้เปิดให้ ผบ.เหล่าทัพเข้ารดน้ำเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ นำโดย พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผบ.ทอ.และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.พร้อมนายทหารระดับผู้บังคับการกรม ฯลฯ

“สมชาย–ปู” ปลอบขวัญเด็ก พท.

เช้าวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย บรรดาแกนนำพรรค อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร่วมรดน้ำดำหัวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ที่จัดเป็นการภายใน บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาสมทบด้วยในช่วงหลัง ก่อนรับประทานอาหารร่วมกับแกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นกันเอง ทั้งนี้ นายสมชายได้กล่าวอวยพรสมาชิกพรรคว่า ขอให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยเข้มแข็ง อดทน เมื่อเราทำในสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชนก็ไม่ต้องกลัวอะไร เมื่อถึงเวลาประชาชนจะพิจารณาตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพวกเขาเอง ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้กล่าวให้กำลังใจซึ่งกันและกันกับสมาชิกพรรค

“เจ๊หน่อย” ขอให้เป็นธรรมดับไฟขัดแย้ง

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน อดีต ส.ส.กทม. สมาชิกภาค กทม.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปบ้านย่านลาดปลาเค้าของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เพื่อรดน้ำดำหัวขอพรในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ โดยคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขออวยพรให้ชาวไทยได้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาไปได้ เชื่อว่าหลังจากเทศกาลสงกรานต์แล้วทุกอย่างจะกลับมาดีขึ้น ส่วนตัวได้สมัครใจขอเว้นวรรคทางการเมืองมาจนถึงขณะนี้ เพราะมองว่าไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ทำงานช่วยประเทศชาติได้ และขอทำประโยชน์ให้แก่สังคม ทั้งนี้ไม่มีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แต่ขอให้ยึดหลักความเป็นธรรม และยึดหลักประชาธิปไตย ต้องสร้างความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่าย เพราะเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือลดความขัดแย้งได้

บัญชี 100 ขรก.โกงถึงมือนายกฯ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 12.00 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช.มอบหมายให้นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เดินทางมาที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นำเอกสารและรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตจำนวน 100 คน ส่งมอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โดยส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ จากนั้น นายประยงค์ให้สัมภาษณ์ว่า ได้นำเอกสารและรายชื่อข้าราชการพัวพันการทุจริตประมาณ 100 รายชื่อ มาส่งให้นายกฯเพื่อพิจารณา หรือถ้านายกฯมีข้อสั่งการตนจะรับไปดำเนินการ เป็นการดำเนินการทางปกครอง ส่วนการดำเนินการคดีทางอาญาจะเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ส่วนจะเป็นข้าราชการสังกัดใดบ้าง รมว.ยุติธรรมสั่งห้ามไม่ให้พูด เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามักเกี่ยวพันตำรวจและกระทรวงมหาดไทย นายประยงค์ตอบว่า สถิติการร้องเรียนมายัง ป.ป.ท.เป็นอย่างนั้น

ขู่เช็กชื่อ ขรก.ทุจริตทุกเดือน

นายประยงค์กล่าวว่า จะพิจารณาลักษณะนี้ต่อเนื่องทุกเดือน ดำเนินการกับผู้ทุจริต เพราะการลงโทษที่ผ่านมาเน้นแต่อาญา ต้องใช้เวลานาน นายกฯ จึงต้องการเอามาตรการทางวินัยทางปกครองมาดำเนินการ โดยใช้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ส่วนคดีอาญายังดำเนินการต่อไปเหมือนเดิม ประเทศเราข้าราชการจะมีบทบาทมากในการรักษาความสงบและพัฒนา หากมีข้าราชการทุจริต แล้วไม่ดำเนินการจะเกิดผลเสียหายมากกว่า เมื่อภาครัฐเอาจริงเอาจังจะหยุดยั้งการทุจริตได้ แต่หากปล่อยไม่ทำอะไรเลยคนทำจะได้ใจ ถึงที่สุดจะคุมปัญหาไม่ได้ เป็นเจตนารมณ์ ศอตช.และนายกฯจะทำตรงนี้ให้บรรลุผลให้ได้ หากตีรวนไม่ทำงานจะมีกฎหมายกำกับอยู่ หัวหน้าส่วนราชการต้องดำเนินการ ข้าราชการทุกคนมีหน้าที่ต้องทำงาน หากไม่ทำถือว่าผิด

ลั่นฟันดะไม่สนใครหน้าไหน

เมื่อถามว่า ส่วนใหญ่จับตัวข้าราชการระดับสูงที่ทุจริตไม่ได้ มีแต่ระดับล่างผู้ปฏิบัติ นายประยงค์กล่าวว่า จะพยายามทั้งหมด บางส่วนถ้าพยาน หลักฐานไปไม่ถึง ต้องเอาหน่วยงานข้างเคียงเข้ามาช่วย หากเกี่ยวข้องกับเอกชนจะดึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาประกอบกำลังกัน หากถึงที่สุดไปไม่ถึงจริงๆ ต้องแก้กฎหมาย เพื่อไปเชื่อมโยงกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้ได้ ศอตช.จะสอบสวนลงลึกให้ถึงที่สุด พยายามจะเข้าไปถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ถ้าไปแตะถึงผู้บังคับบัญชาต้องดำเนินการผิดคือผิด ถูกคือถูก ไม่กังวลว่าใครเป็นใคร ไม่ใช่แค่เขียนเสือให้วัวกลัว

“บิ๊กตู่” เผยระดับอธิบดีขึ้นไปพันทุจริต

เวลา 17.20 น. ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.ส่ง 100 รายชื่อข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตว่า หลังจากนี้จะเรียกหลายหน่วยงานที่ส่งรายชื่อมา เพื่อให้ชี้แจงว่ามีเหตุผลและสาเหตุอย่างไร คดีความทั้งหมดจะทำอย่างไรกันต่อ เมื่อถามว่า เป็นคดีเก่าที่มีการตรวจสอบกันอยู่แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเก่าหรือไม่ คงต้องไปถามแต่ละหน่วยงาน ตนเพียงแต่บอกว่าอะไรก็ตามตั้งแต่วันที่ตนเข้ามา 22 พ.ค.57 แล้วยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนให้ดำเนินการเสีย ไม่ได้เร่ง แต่ขอให้ดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อถามว่า เท่าที่ได้ดูมีกี่ราย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เยอะมาก ยอมรับว่ามีข้าราชการระดับผู้ใหญ่ตั้งแต่อธิบดีขึ้นไปก็มี เมื่อถามว่ามีข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับที่ดินโบนันซ่า จ.นครราชสีมาด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่เห็น

ย้ำใช้ ม.44 แค่ส่งทหารช่วยปราบรุกป่า

เมื่อถามว่า นายกฯจะใช้มาตรา 44 ดำเนินการให้เด็ดขาดเลยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า มาตรา 44 ใช้ทำอะไรได้บ้าง ใช้มาตรา 44 ก็ต้องใช้กฎหมายปกติด้วย จะใช้มาตรา 44 แค่ให้อำนาจทหารเข้าไปทำงานช่วยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพราะทหารไม่มีอำนาจ จะได้มีอำนาจเข้าไปตรวจค้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯต้องไปพร้อมกันกับเรา เวลาจับกุมต้องใช้กฎหมายป่าไม้ รวมถึงการสอบสวนด้วย และต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เดี๋ยวจะหาว่าเราไปบังคับและใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งเราไม่ทำ ดีกว่าไอ้บางพวกใช้กฎหมายปกติ แต่ทำให้พิเศษขึ้น ที่ผ่านมาใช้กันแบบนี้

เมื่อถามว่า ถือเป็นการปฏิรูปข้าราชการที่ทุจริตหมดไปจากแผ่นดินไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทำไมดุเดือดจัง และครั้งนี้ไม่ใช่การเชือดไก่ให้ลิงดู แต่ทุกอย่างทำไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการส่งข้อมูลเข้ามาเช่นนี้ต้องไปดูว่าคดีความขนาดไหน ถ้าร้ายแรงต้องสอบสวน ถ้าผิดต้องปลดและดำเนินคดีทางอาญา แต่หากเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ทำผิดเพราะต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ต้องมาดูว่าเหตุผลที่ทำไปนั้นเป็นเพราะอะไร เพราะมีอำนาจทางการปกครองเหมือนกับการทำงานที่ทุกคนก็ต้องกลัวหัวหน้า

“คำนูณ”ปัดเกี้ยเซี้ย กมธ.ยกร่างฯ–สปช.

ที่รัฐสภา นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการสัมมนาทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญระหว่าง กมธ.ยกร่างฯกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ว่า ไม่ได้เป็นการเกี้ยเซี้ยหรือล็อบบี้ หากมองเช่นนั้นก็เป็นการหมิ่นเกียรติ สปช. เชื่อว่าทุกคนมีความเห็นเป็นของตัวเอง ไม่มีใครขอร้องได้ แต่เป็นความพยายามทำความเข้าใจระหว่างกัน เพราะ สปช.เรียกร้องว่าอยากคุยนอกรอบกับ กมธ.ยกร่างฯ จึงทำตามประสงค์ยืนยันไม่มีการแทรกแซงสิทธิการตัดสินใจของ สปช.

“เสธ.อู้–สุจิต”มือวางแจงระบบ ลต.–การเมือง

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ สปช.ติดใจและถามมากคือ ภาค 2 ผู้นำการเมืองที่ดี-สถาบันการเมือง พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช กมธ.ยกร่างฯจะเป็นตัวหลักชี้แจงระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม และนายสุจิต บุญบงการ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯจะดูแลภาพรวมในส่วนภาคการเมืองทั้งหมด ส่วนจะมีการทบทวนหรือยืนตามร่างเดิมของ กมธ.ยกร่างฯหรือไม่ ต้องดูคำขอแก้ไขเพิ่มเติมทั้งจาก สปช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช.ก่อน หลังวันที่ 25 พ.ค.จะให้เจ้าหน้าที่รวบรวมคำขอแปรญัตติมาจัดทำเป็นตาราง จากนั้นจะเชิญผู้ขอแก้ไขเพิ่มเติมทั้งหมดมาชี้แจงคณะละ 3-4 คน ให้เวลาคณะละครึ่งวัน จากนั้นจะตัดสินใจอีกครั้งว่า จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร และคงไม่สามารถให้ สปช.มีส่วนร่วมร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ ในบทเฉพาะกาลให้เป็นการกระทำของ กมธ.ยกร่างฯและส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลยเพื่อความรวดเร็ว ถ้าต้องเพิ่มการพิจารณาของ สปช.จะยิ่งทำให้การเลือกตั้งภายใน 180 วันช้าออกไปอีก แต่อาจส่งไปให้ สปช.ทราบสรุป 1 วัน ก่อนส่งให้ สนช. แต่ไม่ให้แปรญัตติแก้ไข สปช.ไม่ได้ทำหน้าที่รัฐสภา ต้องให้เกียรติไว้วางใจ สนช.ที่ทำหน้าที่นิติบัญญัติแทนรัฐสภาด้วย

ย้ำไม่มีหมกเม็ดนิรโทษฯใน รธน.

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีสื่อตั้งข้อสังเกตการทบทวนถ้อยคำในภาค 4 การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองในมาตรา 1 ตัดศาลออกจากความผูกพันและเปลี่ยนคำว่า “ก่อให้เกิดหน้าที่” เป็น “ก่อให้เกิดความรับผิดชอบ” ว่าเป็นการทบทวนอำนาจของคณะกรรมการปรองดองที่สามารถร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ตามเงื่อนไขที่ต้องให้ความจริง หรือสำนึกผิดต่อกรรมการปรองดองว่า กมธ.ยกร่างฯยังไม่มีการพิจารณาลงลึก แต่ถ้ามีการขอแก้ไขเพิ่มเติมมาก็พร้อมพิจารณา ภาค 4 อาจไม่ออกมาตามร่างแรกทั้งหมด ต้องดู ครม. คสช.และ สปช.ที่จะเสนอแก้ไข รวมทั้งความเห็นประชาชนและสื่อมวลชนว่ามีประเด็นใดไม่สบายใจหรือไม่สมบูรณ์ จะนำมาพิจารณาทุกประเด็น ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนิรโทษกรรมในร่างรัฐธรรมนูญแน่นอน ร่างพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ เป็นขั้นตอนที่มีระยะเวลาและหลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการปรองดองจะพิจารณา ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขียนไว้ต้องเกิดขึ้น อาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า อำนาจของคณะกรรมการฯจะกลายเป็นประตูเปิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับไทยโดยไม่มีความผิด นายคำนูณ กล่าวว่า คงไม่ใช่แน่ ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายออกกฎหมายอภัยโทษ หรือนิรโทษกรรมแก่ผู้ใดเป็นการเฉพาะ แม้การระบุให้เป็นอำนาจของกรรมการฯอภัยโทษคนที่สำนึกผิดหรือให้ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อสำนึกผิดแล้วจะได้รับการอภัยโทษทุกราย

“สุจิต”หวัง รธน.ผ่านฉลุยด่าน สปช.

นายสุจิต บุญบงการ รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องมีหลักการ เมื่อมีหลักการแล้ว ถ้าจะใช้หลักใหม่เข้ามาเกรงว่าจะมีปัญหา โดยหลักการที่ต้องคงไว้ เช่น การปกครองในระบอบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ระบบเลือกตั้ง การบริหารงานก็ต้องให้สอดคล้องกับระบบรัฐสภา ส่วนกรณีที่มาของนายกรัฐมนตรีคนนอกที่มีการโต้แย้งมากนั้น ถ้าเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับการปกครองในระบบรัฐสภาก็สามารถคุยกันได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวมีความหวังว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะผ่านการเห็นชอบของ สปช.

ปูด กมธ.โวย “บวรศักดิ์” เผด็จการ

นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า กมธ.ยกร่างฯต้องดูเสียงสะท้อนของประชาชน ไม่ใช่เอาแต่ใจของผู้ร่าง อาจเกิดปัญหาตามมา หากคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยจะมีการต่อต้าน กมธ.ยกร่างฯทั้งหมดต้องรับผิดชอบ ใครเป็นหัวหน้าต้องรับผิดชอบสูงสุด ที่ผ่านมาได้รับคำร้องเรียนจาก กมธ.ยกร่างฯบางรายว่ามีเผด็จการ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเอาความเห็นตนเป็นใหญ่ ไม่ค่อยรับฟังเสียงใคร ไม่เหมาะจะเป็นประธาน กมธ. ยกร่างฯควรกล้าให้มากพอที่จะแสดงพลังออกมา ส่วนที่นายกฯห่วงว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่างฉบับแรกอาจจะไม่ผ่าน นายกฯเป็นคนเลือกประธาน กมธ.ยกร่างฯผิดเอง อาจเป็นเพราะมีแต่ทฤษฎี ไม่เคยนำมาปฏิบัติจริง ส่วนกรณีรัฐบาลจะเชิญตัวแทนจากเยอรมันกับฝรั่งเศสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประกอบการร่างรัฐธรรมนูญคงไม่มีอะไรดีขึ้น เราต้องพัฒนาบุคลากรเราก่อน แล้วประชาธิปไตยถึงจะไปได้

รธน.ไม่เสร็จอย่าติ

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวผ่านรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า การร่างรัฐธรรมนูญกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้นอย่าไปตำหนิติเตียนกันนักเลย ประเด็นที่ยังไม่เรียบร้อยไม่ได้ข้อยุติ อย่าเพิ่งไปขัดแย้งกันเลย น่าดีใจที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจติดตามอย่างใกล้ชิด ประเทศเราถ้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องปฏิรูปก็จบ ไม่ต้องร่างใหม่เอาอันเก่ามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าทุกคนคิดว่าต้องปฏิรูปแล้วต้องเขียนให้คนในประเทศและนักการเมืองยอมรับ

อย่าอายเชิญต่างชาติมาชี้แนะ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาคมโลกยอมรับว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ตนว่าไม่ต้องอายถ้าทำแล้วอย่าอาย รัฐบาลไหนก็ตามถ้าทำแล้วยอมรับกันบ้าง ยอมรับกติกากฎหมายบ้าง ตนว่าคนเขาให้อภัยหมด เว้นแต่พวกไม่รับอย่างไรก็ไม่รับจะพูดว่าถูกอยู่นั่น ตนมอบนโยบายไปแล้วเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ให้ไปเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญของต่างประเทศที่เกิดเหตุการณ์แบบเรามาถาม ซึ่งไม่ได้ให้มาวิเคราะห์ว่ารัฐธรรมนูญไทยเป็นอย่างไร เราเคยเลิกทาสมาแล้วไม่ได้เสียชีวิตเสียอะไรเลย ซึ่งต่างประเทศก็มีเหมือนกัน และที่อยากให้เอามาคือฝรั่งเศสและเยอรมัน สถานการณ์คล้ายๆเรา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไปได้หรือไม่ได้ อยู่กับคนไทยทุกคน มีหลายคนต่อว่าตนไปเอาคนอื่นมายุ่งแต่ท่านไปเอามายุ่งมากกว่า เอามาวิจารณ์มาว่าประเทศใช้กฎหมาย ใช้อะไร ใช้กำลังหนักยิ่งกว่าตน ตนเอามาเพื่อศึกษาเท่านั้นไม่เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญบ้านเราคือบ้านเรา

ยันใช้เวลาแค่ 2 ปีตามโรดแม็ป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เนื่องจากเป็นช่วงสงกรานต์ไม่อยากจะพูดอะไรที่มันแรงๆ แต่มันอดไม่ได้ ขออนุญาตพูด วันนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของการเดินหน้าประเทศ ที่พูดมาทั้งหมดตลอดระยะเวลาของการเป็นรัฐบาลกับ คสช. 11 เดือนแล้ว ความก้าวหน้ามีตามลำดับมีระยะต้น กลาง ปลาย รวมกันแล้วก็ 2 ปีแค่นั้น ต่อไปก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่มาตามโรดแม็ป การร่างรัฐธรรมนูญปัญหาคือประชาชน ถ้ายอมรับประเทศไปข้างหน้าแน่ ถ้าไม่ยอมรับกันประเทศถอยหลังกลับที่เดิม สรุปง่ายๆ การเลือกตั้งต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส มีนักการเมืองที่ดี มีธรรมาภิบาล คุณธรรม จริยธรรม วันนี้ทุกคนมีความตั้งใจมีความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้าที่จะทำให้ได้ แต่แน่นอนต้องมีคนขัดแย้งไม่เห็นด้วย ตนต้องใช้เวลาสร้างความรับรู้ให้ได้ให้เร็วที่สุด เพื่อประเทศชาติและประชาชนจะได้ปลอดภัยในช่วงการเปลี่ยนผ่าน การเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ไม่มีอะไรที่ได้มาเปล่าๆ ทุกคนต้องอดทนต้องช่วยเหลือกัน

รำคาญพวกวิจารณ์หุบปากได้แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ที่ออกมาพูดไม่อยากจะกล่าวถึงมากนักหรอก รำคาญ น่าเบื่อหน่ายเหมือนกัน พูดถึงแต่สิ่งที่ทำมาแล้วและมีปัญหา ผมว่าหยุดพูดได้แล้ว พอผมไปใช้อำนาจทางกฎหมายก็บอกว่าไปปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ สิทธิเสรีภาพที่ผ่านมาบริหารประเทศได้ไหม มีการประท้วงแล้วใครใช้อาวุธสงครามยิงตอนคนที่เขามาประท้วง มันก็เกิดอย่างนี้ปี 53 ก็ชุดเดิม 56-57 ก็ชุดเก่าอีก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านก็ทำแบบเดิม สังคมเข้าใจบ้างฟังกันอยู่ได้ อย่าไปฟังเขา วันนี้ผมต้องปิดสถานีวิทยุ 6 พันกว่าแห่ง ผิดกฎหมายทั้งสิ้นเพราะเป็นของนักการเมืองส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยดี ไม่ได้ว่าทุกคน คนดีๆเยอะแยะไปใครรู้ตัวว่าดีไม่ได้ว่า ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่ดีผมว่าท่านก็แล้วกันเพราะพยายามจะพูดอะไรให้มันกลับไปที่เก่าให้ได้ สร้างการรับรู้ที่มันผิดๆต้องการจะมีสิทธิเสรีภาพอย่างไร้ขีดจำกัดแต่ไม่ได้พูดถึงหน้าที่ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ ไม่มีเลย”

ขู่ปิดหมดสื่อเลือกข้างพูดโกหก

นายกฯกล่าวต่อว่า สื่อต่างๆเลือกข้างทั้งหมด สัปดาห์ที่แล้วเตือนกัน 2-3 สถานี พูดในสิ่งที่มันโกหกเตือนแล้วอะไรแล้ว ไม่อยากไปยุ่งอะไรกับท่าน พออีกคนเข้ามาสู้ท่านก็ไปรังแกอีกพวกเพื่อจะพูดข้างเดียว ไม่ใช่ ถ้าจะปิดก็ปิดทั้งหมดก็ระมัดระวังกันก็แล้วกัน แล้วจะหาว่าไปละเมิดสิทธิสื่อ ตักเตือนให้หยุดการกระทำนั้นไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทุกคนรู้ดีแก่ใจว่าใครถูกใครผิด อย่ามาโกหกบิดเบือนกันอีกต่อไป ให้มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หน่อยก็แล้วกัน คงเข้าใจ คงไม่แรงไปหรอก ขอโทษแล้วกันถ้าใครคิดว่าแรง อย่าไปหลบซ่อนอยู่ที่โน่นที่นี่มาสู้ทางกฎหมายให้ชัดเจนจะอำนวยความเป็นธรรมให้ อย่าไปกล่าวอ้างประเทศชาติเสียหาย แล้วเอาคนโน้น คนนี้มาแก้ปัญหาให้เราไม่ใช่เรื่อง คนเหล่านี้เดี๋ยวคงต้องว่ากันต่อไปว่าจะทำกันอย่างไร ขอให้มีความสุขในช่วงวันหยุดสงกรานต์

ย้ำเป็นมิตรทุกประเทศในโลก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สำหรับในเรื่องความร่วมมือระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 8 เม.ย. มีโอกาสต้อนรับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 25 ปี และจะมีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันครบ 120 ปีในปี 2560 ซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงของภาครัฐ 5 ฉบับ ครอบคลุมทั้งการลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและการต่อต้านยาเสพติด สำหรับกับประเทศอื่นๆก็เช่นเดียวกันเราจะเร่งรัดขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม เราพร้อมจะเป็นมิตรกับทุกประเทศในโลกนี้ โดยใช้หลักการพื้นฐานแห่งความไว้วางใจลดความหวาด ระแวงและมีผลประโยชน์ที่เท่าเทียมกัน เพราะทุกประเทศมีเกียรติมีศักดิ์ศรี เท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่ประเทศเล็ก

รักษาการทูตยุ่นไว้อาลัย “ฮิโรยูกิ”

ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดง ภายหลังคสช.มีคำสั่งห้ามรวมตัวจัดกิจกรรมรำลึกให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าบริเวณถนนดินสอ จุดปะทะระหว่างทหารและกลุ่มคนเสื้อแดง บรรยากาศคึกคักมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง ทั้งทหาร-ตำรวจหลายสิบนายระดมกำลังมาเตรียมสกัดการรวมตัวกันของมวลชน กระทั่งเวลา 10.00 น. นายโอซามุ อิซาวา รักษาการเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นตัวแทนมาวางดอกไม้ไว้อาลัยให้นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เจ้าหน้าที่ไม่ห้าม เพียงเข้าไปบันทึกภาพเก็บไว้ เมื่อตำรวจ ทหารถอนออกจากพื้นที่ ปรากฏว่ามีหญิงกลางคน 2 ราย สวมเสื้อแดงมีสัญลักษณ์แนวร่วมนปช. พร้อมข้อความเรารักประชาธิปไตย นำดอกกุหลาบแดงมาวางและจุดเทียนรำลึกใต้ต้นไม้ ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา โดยระบุว่าเดินทางมาจาก จ.สมุทรปราการ ตั้งใจมาเพราะมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเสียชีวิตที่จุดนี้ ต่อมาเวลาไล่เลี่ยกันชาย สูงอายุรายหนึ่ง นำดอกไม้มาวางจุดเดียวกับที่นายฮิโรยูกิเสียชีวิต

เสื้อแดงโผล่ทำบุญรำลึก 10 เม.ย.53

ขณะที่วัดสามัคคีธรรม ลาดพร้าว 64 นายพลท เฉลิมแสน แกนนำคนเสื้อแดง นัดหมายมวลชนเสื้อแดงราว 30 คน ร่วมทำบุญเลี้ยงพระ 9 รูป ถวายสังฆทาน กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย.53 และผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยมีนางสุดสงวน สุธีสร อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วม ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และฝ่ายข่าวกรองทหาร ที่มาซุ่มบันทึกภาพความเคลื่อนไหว แต่ไม่ได้สั่งยุติการจัดงาน ส่วนที่วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ตำรวจ ทหารนับสิบนายเข้าตรึงกำลังในวัด สกัดไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงมารวมกลุ่มจัดงานรำลึก 10 เม.ย. ก่อนหน้านี้คณะกรรมการญาติวีรชน 10 เมษา ประกาศยุติการจัดงานไปแล้ว โดยแกนนำกลุ่มญาติวีรชน 10 เมษา นำโดยนายบรรเจิดและนางสุวิมล ฟุ้งกลิ่นจันทร์ พ่อแม่นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ หนึ่งในคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ยอมเดินทางไปทำบุญให้บุตรชายที่วัดมูลจินดา อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี แทน

ฝืนคำสั่ง คสช.ชุมนุมอนุสาวรีย์ ปชต.

ต่อมาในเวลา 18.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นายบรรเจิด ฟุ้งกลิ่นจันทร์ บิดานายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย.53 ในฐานะแกนนำคณะกรรมการญาติวีรชน 10 เม.ย.53 นัดหมายกลุ่มญาติผู้สูญเสียในเหตุการณ์เดียวกันกว่า 10 ครอบครัว ร่วมกันปฏิเสธคำสั่ง คสช.ที่ห้ามจัดงานทำบุญให้ผู้วายชนม์ เดินทางมารวมตัวกันที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กลุ่มนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนรวมกว่า 50 คน จากนั้นได้เคลื่อนขบวนมวลชนไปบนถนนราชดำเนินกลาง พร้อมตะโกนคำว่าที่นี่มีคนตาย ก่อนหยุดวางดอกกุหลาบสีแดง พร้อมจุดเทียนรำลึกให้ผู้เสียชีวิต บริเวณที่มีเหตุปะทะจนเกิดความสูญเสีย รวม 4 จุด คือบริเวณ ถนนดินสอ หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา 2 จุด และแยกคอกวัว 2 จุด ท่ามกลางบรรยากาศอันเศร้าสลด มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศจำนวนมากมาเฝ้าสังเกตการณ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ยอมให้จัดกิจกรรมโดยไม่เข้ามาขัดขวาง แค่คอยสังเกตการณ์ดูแลความปลอดภัยอยู่ห่างๆ

โวยอึดอัดใจรอทวงคืนความเป็นธรรม

นายบรรเจิดกล่าวว่า พวกเราอึดอัดใจที่ถูกห้ามจัดงานทำบุญให้ญาติ ย้ายที่จัดงานก็ย้ายแล้ว ขอจัดงานที่บ้านแบบเงียบๆ ก็แล้ว ผู้มีอำนาจยังไม่ยอม ทุกคนเสียใจมากจนสุดท้ายตัดสินใจมารวมตัวจัดกิจกรรมในที่เกิดเหตุแบบไม่ได้นัดหมาย และไม่กลัวจะถูกจับ จึงถือได้ว่า 5 ปีที่ผ่านมา การจัดงานรำลึก 10 เม.ย.ของญาติผู้สูญเสียในปีนี้ จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด และญาติทุกคนยังคงรอเวลา ที่ความยุติธรรมจะปรากฏ

“ป๋าเปรม” เปิดบ้านสี่เสาฯ ให้องค์กรเอกชน-มูลนิธิ รดน้ำวันสงกรานต์ “ป๋า” ขอคนไทยรักษาชาติ ซื่อสัตย์สุจริต ตอบแทนคุณแผ่นดิน “ประยุทธ์” นำ ครม.-ผบ.เหล่าทัพตบเท้าขอพร 11 เม.ย. 2558 06:03 11 เม.ย. 2558 06:05 ไทยรัฐ