วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถอดใจเศรษฐกิจ 3% ยังหืดจับ

จี้รัฐเร่งลงทุนแต่ไอเอ็มเอฟยังมโน 3.7%

แบงก์ชาติยังวาดฝันประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จะไปถึง 3.7% แต่ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะเติบโตน้อยกว่านี้ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดการใช้จ่ายและการลงทุนทั้งในประเทศและนอกประเทศ หนุนรัฐเร่งลงทุนกระตุ้นใช้จ่าย ขณะ “โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์” มองเศรษฐกิจไทย 3% ก็หืดจับแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Executive Board of the International Monetary Fund) หรือไอเอ็มเอฟ ได้ประชุมประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยประจําปี 58 และมีรายงานเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างหลังจากที่หดตัวในไตรมาสแรกของปี 57 ส่งผลให้ทั้งปีขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.7% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อปรับลดลงมากในช่วงครึ่งหลังของปี 57 และเริ่มติดลบตั้งแต่เดือน ม.ค.58 จากราคานํ้ามันที่ปรับลดลงมาก

ทั้งนี้ รายงานไอเอ็มเอฟระบุเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 58 และคาดว่าจะขยายตัวได้ 3.7% เพิ่มขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อนหน้าเล็กน้อยตามการฟื้นตัวของการบริโภคที่ได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่ปรับลดลง และการลงทุนของภาคเอกชนที่จะเพิ่มขึ้น หลังจากที่รัฐได้อนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ แต่ยอมรับว่าการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนยังมีข้อจำกัด จากอัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับตํ่า ความต้องการซื้อต่างประเทศที่ยังชะลอตัว และความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังมีข้อจำกัดจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และสถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟ ยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้ตํ่ากว่าคาด จากปัจจัยเสี่ยงภายในประเทศ อันได้แก่ ความล่าช้าของนโยบายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชนที่อ่อนแอ และความไม่แน่นอนทางการเมือง ในขณะที่ความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ ได้แก่ ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และการชะลอลงของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วและเศรษฐกิจประเทศตลาดเกิดใหม่

ไอเอ็มเอฟยังระบุด้วยว่า ปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้เศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้ใสจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะใกล้ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจทําให้ขยายตัวได้ตํ่ากว่าคาด ดังนั้น นโยบายการคลังและนโยบายการเงินจึงยังคงมีความจําเป็นในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะต่อไป ในขณะที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างเข้มแข็งและกระจายการเติบโตไปได้อย่างทั่วถึงในระยะยาว

นอกจากนั้น ไอเอ็มเอฟยังเห็นด้วยกับมาตรการด้านการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้กรอบนโยบายการรักษาความยั่งยืนทางการคลังในระยะปานกลาง อีกทั้งเห็นด้วยกับการปฏิรูปมาตรการอุดหนุนต่างๆ โดยเน้นให้ความช่วยเหลือเฉพาะประชาชนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงแทนการอุดหนุนในวงกว้างในช่วงที่ผ่านมา เช่น ในกรณีโครงการรับจํานําข้าว และการอุดหนุนราคาพลังงาน รวมทั้งสนับสนุนการจัดทําร่างกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบด้านการคลัง (fiscal responsibility law) ซึ่งเป็นการกําหนดกรอบวินัยทางการคลังในระยะปานกลาง รวมถึงการจัดทําแผนการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้แค่ 3% จากในช่วงต้นปีที่ผ่านมาได้ประเมินไว้ว่าจะเติบโต 3-4% ขณะที่อัตราการขยายตัวของสินเชื่อจะอยู่ที่ 3-5% โดยการเพิ่มของสินเชื่อขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของภาครัฐ และหากในช่วงครึ่งปีหลังการใช้จ่ายภาครัฐยังไม่เกิดขึ้น ก็ต้องรอปีต่อไป ดังนั้นในช่วงนี้ธนาคารต้องบริหารต้นทุนและดูแลในเรื่องของสภาพคล่อง

“ปีนี้อัตราการเติบโตของสินเชื่อต่ำ ไม่ใช่ยุคที่จะมาเร่งกันมากมาย เมื่อดีมานด์มีปัญหา ก็ต้องหันมาดูตัวเอง ไม่ให้ตัวเองขาดทุน ต้องดูแลในเรื่องของต้นทุนและสภาพคล่อง”

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงไม่ได้ช่วยอะไร และยังมีกระแสเรียกร้องให้ปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งต้องติดตามดูว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะดำเนินนโยบายอย่างไร เพราะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เกิดจากสถาบันการเงินส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ก่อหนี้

ขณะเดียวกันรายได้ของบุคคลกลับปรับตัวลดลง หรือรายได้ไม่ทันกับหนี้ที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 57 ที่ผ่านมา สัดส่วนของหนี้สินเพิ่มขึ้น 2-3% แต่เศรษฐกิจเติบโตเพียง 0.7% และในปีนี้คาดว่าสัดส่วนของหนี้จะเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่เศรษฐกิจเติบโตแค่ 3%.

แบงก์ชาติยังวาดฝันประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จะไปถึง 3.7% แต่ยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะเติบโตน้อยกว่านี้ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดการใช้จ่ายและการลงทุนทั้งในประเทศและนอกประเทศ 11 เม.ย. 2558 03:02 11 เม.ย. 2558 03:02 ไทยรัฐ