วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


แจ่ม เฮลิคอปเตอร์ธุรกิจอเนกประสงค์ 12 ที่นั่ง SIKORSKY S-76D

สายการพัฒนาของเฮลิคอปเตอร์ S-76 เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางปี ค.ศ. 1970 กับเป้าหมายการออกแบบของการให้เฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางสำหรับการขนส่งขององค์กร หน่วยงานราชการเอกชนและอุตสาหกรรมแท่นขุดเจาะน้ำมัน เริ่มต้นจากเฮลิคอปเตอร์รุ่น S-74 ต่อมามีการกำหนดแผนแบบใหม่อีกครั้งโดยใช้ชื่อรุ่นว่า S-76 งานออกแบบอากาศยานปีกหมุนขึ้น-ลงทางดิ่งของบริษัท Sikorsky ผสมผสานกับรุ่น S-70 ซึ่งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทางทหาร เฮลิคอปเตอร์รุ่น S-70 ได้รับการคัดเลือกสำหรับการใช้งานโดยกองทัพสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรุ่น UH-60 Black Hawk นั้นถูกนำมาใช้ในการพัฒนาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่อย่าง S-76 โดยใช้หลักกการผสมผสานเทคโนโลยีการออกแบบ ฮ. S-70 ในส่วนของโรเตอร์ใบพัดและหัวโรเตอร์ จากการปรับปรุงนำข้อดีและความน่าเชื่อถือทางการบินของ UH-60 Black Hawk และ S-70 มาปรับใช้ใน S-76 ทำให้เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้กลายเป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งของบริษัท Sikorsky ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อรองรับการใช้งานทางด้านพาณิชย์ของเอกชนและหน่วยงานภาครัฐมากกว่าการใช้งานทางทหาร จากอุปกรณ์ที่ติดตั้งซึ่งมีความหลากหลายและแตกต่างไปจาก ฮ.ที่ใช้งานทางทหาร

Sikorsky S76 1977
เครื่องต้นแบบของเฮลิคอปเตอร์รุ่น S-76 ทำการบินเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 1977 หลังจากนั้น S-76 ได้ผ่านการรับรองความปลอดภัยและมีมาตรฐานทางการบินที่เชื่อถือได้จากหน่วยงานทางการบินของสหรัฐอเมริกาหรือ US Federal Aviation Administration เฮลิคอปเตอร์ S-76 ที่ออกจากสายการผลิตในโรงงานของ Sikorsky เริ่มต้นการส่งมอบให้กับลูกค้ารายแรกเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 1979 สำหรับโมเดลแรกเริ่มของเฮลิคอปเตอร์อเนกประสงค์ 10 ที่นั่งที่ทำการส่งมอบให้กับลูกค้า ได้แก่รุ่น S-76A ในปี 1982 มีการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกระดับสำหรับช่วงไต่ระดับเพดานบิน โดยมีหลายสายการบินที่ให้ความสนใจและทำการสั่งซื้อ ฮ. รุ่นนี้ไว้ใช้งาน สำหรับเฮลิคอปเตอร์ S-76A แตกรุ่นแยกย่อยเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในรุ่น S-76 MK II ซึ่งได้รับการแนะนำในปี 1982 และรุ่น S-76B ในปี 1987 ด้วยความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ของ ฮ. รุ่นนี้อยู่ที่ 287 กิโลเมตร / ชั่วโมง ที่ระดับน้ำทะเล ประสิทธิภาพที่โดดเด่นของมันทำให้ S-76 ถูกผลิตขึ้นกว่า 500 ลำตามใบสั่งซื้อของลูกค้าเอกชน หลังจากนั้นบริษัท Sikorsky ได้พัฒนาเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่เพื่อเพิ่มเติมคุณลักษณะที่ดีของการใช้งาน เฮลิคอปเตอร์รุ่น S-76s ที่คลานตามรุ่นพี่ออกมาได้รับการจัดส่งให้กับลูกค้าเอกชนในช่วงต้นปี 2001

Sikorsky S-76C
จากความสามารถทางการบินของเฮลิคอปเตอร์ในตระกูล S-76 ทำให้เกิด ฮ. รุ่นใหม่ตามออกมาติดๆ เฮลิคอปเตอร์ S-76C ที่เข้ามาสานต่อประวัติศาสตร์ของ ฮ. พลเรือนอันยอดเยี่ยมถูกผลิตต่อเนื่องจนถึงเดือนธันวาคมปี 2005 เป็นอากาศยานขึ้น-ลงทางดิ่งที่มีอุปกรณ์ขั้นก้าวหน้าและมีความปลอดภัยสูง S-76 วางเครื่องยนต์คู่แบบสองเครื่องยนต์ของบริษัท Turboméca รุ่น Arriel 2S1 พร้อมกับระบบควบคุมการบิน FADEC และ Honeywell EFIS เครื่องยนต์ของมันยังมีการปรับปรุงให้มีเสียงการทำงานที่ลดลง แรงสั่นสะเทือนก็ยังถูกขจัดออกไป สำหรับใบพัดหรือโรเตอร์หลักใช้วัสดุพวกคาร์บอนคอมโพสิตเพื่อการลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแกร่ง ในวันที่ 3 มกราคม ปี คศ 2006 เฮลิคอปเตอร์รุ่น S-76 C ++ ซึ่งเข้ามาแทนที่ ฮ. รุ่นก่อนหน้านี้ ในสายการผลิตมันถูกปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่หมด โดยยังคงเป็น ฮ. แบบสองเครื่องยนต์และใช้เครื่องยนต์จากค่าย Turbomeca รุ่นใหม่ Arriel 2S2 เครื่องยนต์รุ่นใหม่ยังได้รับการพัฒนามาให้มีเสียงการทำงานที่ลดลงไปอีก เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กน้อยในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่งภายในที่มีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น เป็นเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์รับ-ส่งบุคคลสำคัญระดับสูง ขนส่งช่าง วิศวกรและอุปกรณ์การทำงานบินไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมัน เฮลิคอปเตอร์รุ่น S-76 C ++มียอดสั่งซื้อ 92 ลำในช่วงเดือนมกราคมปี 2006

Sikorsky S-76D 2015
การพัฒนาตามมาติดๆ ด้วยเฮลิคอปเตอร์ในตระกูล S-76 ก่อกำเนิด ฮ. รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Sikorsky S-76D การแผนแบบปรับปรุงเสริมต่อประสิทธิภาพทางการบินให้ดีขึ้นทำให้เกิดความล่าช้า เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคในการขยายรูปแบบของห้องโดยสาร เที่ยวบินเริ่มแรกของ Sikorsky S-76D ลำต้นแบบขึ้นทำการบินเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2009 และได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยหลังจากผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานทางการบินของสหรัฐอเมริกา แต่เดิมบริษัท Sikorsky คาดว่าในปี 2011 จะสามารถส่งมอบ S-76D ลอตแรกที่ออกจากสายการผลิตให้กับลูกค้าได้ แต่การคาดการณ์ที่ผิดพลาดทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น โดยเครื่อง S-76D ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 2012 เครื่องต้นแบบทั้งสามลำถูกนำมาใช้ในโปรแกรมการบินเพื่อให้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐ โดยติดตั้งระบบละลายน้ำแข็งในส่วนของโรเตอร์ใบพัด สำหรับการใช้งานในเขตที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ พลังงานจากเครื่องยนต์ Pratt & Whitney ทั้งสองเครื่องที่ติดตั้งใน ฮ. S-76D โดยเครื่องยนต์หนึ่งตัวให้กำลังสูงถึง 1,050 แรงม้า หรือเท่ากับ 783 กิโลวัตต์ บริษัทผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน Pratt & Whitney ได้ออกแบบเครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูงรุ่น Canada PW210S ใบพัดโรเตอร์วัสดุคาร์บอนคอมโพสิต รวมกับระบบควบคุมการสั่นสะเทือนที่ใช้งานอย่างได้ผล น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด 5,307 กิโลกรัม ความเร็วสูงสุด 287 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากผ่านการรับรองมาตรฐานทางการบินที่มีความปลอดภัย บริษัทเอกชนจำนวนไม่น้อยได้ทำการสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ S-76D โดยบริษัท Sikorsky ได้เริ่มต้นทำสัญญากับลูกค้าที่สั่งจองในเดือนกันยายนปี 2013

S-76D เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ 4 โรเตอร์ ในส่วนของโรเตอร์ท้ายหรือ Tail Rotor เพื่อต้านแรงบิดติดตั้งอยู่ด้านซ้ายมือของแพนหางเครื่องยนต์สองตัวเป็นเครื่องยนต์แบบ Turboshaft โดยติตตั้งอยู่ด้านบนของห้องโดยสาร แกนหลักของโรเตอร์ใบพัดชิ้นเดียวกับแบริ่งได้รับการออกแบบที่โดยไม่ต้องการการหล่อลื่นหรือการบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน ใบพัดหลักทั้งสี่ยึดโยงอย่างแข็งแรงกับแกนแบบไททาเนียมที่สามารถปรับบิดได้ 10 องศา ระบบควบคุมการบินแบบดิจิตอลช่วยทำให้การบินมีเสถียรภาพ ระบบล้อแบบพับเก็บเข้าใต้ท้องเครื่องได้ ทำให้ S-76D มีความเร็วเพิ่มขึ้นอีก 6.9 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเนื่องจากไม่มีฐานสกีหรือล้อมาคอยต้านกระแสอากาศตามหลักการที่ดีของระบบอากาศพลศาสตร์ในอากาศยาน ระบบความปลอดภัยในการร่อนลงแบบฉุกเฉินยังมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยเพื่อช่วยพยุงตัวเครื่องหากต้องร่อนลงฉุกเฉินในทะเล ถุงลมอัดก๊าซฮีเลียมเข้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยและอัตราการอยู่รอดของลูกเรือหากเกิดกรณีฉุกเฉินและต้องลงจอดในน้ำ ส่วนลำตัวของ ฮ . S-76 เป็นโลหะผสมและวัสดุพวกคาร์บอนคอมโพสิตโดยมีส่วนของจมูกผลิตขึ้นจากไฟเบอร์กลาสและใช้โครงอะลูมินั่มอัลลอยเป็นโครงสร้างของห้องโดยสารแบบรังผึ้งกึ่ง Monocoque สำหรับ Cockpit นักบินมีการออกแบบให้นักบินสองนายนั่งเคียงข้างกัน ด้านหลังห้องนักบินเป็นห้องโดยสารซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 12 ที่นั่ง

S-76D จัดเป็นเฮลิคอปเตอร์เอกชนแบบอเนกประสงค์ขนาดใหญ่และสามารถนำมาใช้สำหรับภารกิจต่างๆ ราคาโดยประมาณอยู่ที่ 10-12 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็น 28% ของราคาที่แพงกว่าค่าเฉลี่ยของเฮลิคอปเตอร์ในระดับนี้ มันสามารถขนส่งผู้โดยสารได้ถึง 13 ที่นั่ง น้อยกว่าคู่แข่งที่มีขนาดใกล้เคียงกันนิดหน่อย เฮลิคอปเตอร์ S-76D สามารถบินได้ไกลสุดหรือมีพิสัยบินไกล 441 ไมล์ทะเล สำหรับความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงแบบเติมเต็มถัง สมรรถนะเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์คู่แข่งที่มีขนาดใกล้เคียงกัน S-76D สามารถบินได้ไกลกว่า 14 ไมล์ทะเล ระดับความสูงของเพดานบินสูงสุด (HOGE) เพิ่มขึ้นอีก 5,000 ฟุต ความเร็วสูงสุด 155 นอตหรือเฉลี่ยเร็วกว่า ฮ. ขนาดใหญ่รุ่นอื่นๆ 5.4% ซึ่งนับว่ามีความเร็วเหนือกว่าเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่แบบอื่นอย่างเห็นได้ชัด ห้องนักบินของ Sikorsky S-76D ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงการลดภาระการปฏิบัติงานของนักบินลงได้มาก จากระบบควบคุมการบินที่ก้าวไกลและมีความทันสมัยสูงสุดเมื่อเทียบกับเฮลิคอปเตอร์รุ่นอื่นๆ ประสิทธิภาพทางการบินที่เพิ่มมากขึ้นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง โรเตอร์ใบพัดหลักและใบพัดหางมีการออกแบบที่ทันสมัย​​และทำจากวัสดุคอมโพสิตในรูปแบบ D โดยมีความสามารถในป้องกันน้ำแข็งเกาะในกลีบโรเตอร์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกพิเศษสำหรับการเลือกใช้งานเฮลิคอปเตอร์ในเขตที่มีอุณหภูมิต่ำ

Sikorsky ได้ทำการปรับปรุงระบบแจ้งเตือนภัยใกล้เคียง (EGPWS) ระบบเดินอากาศ Traffic Collision Avoidance System (TCAS) ระบบการควบคุมการสั่นสะเทือนและแผนที่ดิจิตอลในระบบนำร่อง ผู้ประกอบการและนักบินสามารถส่งข้อมูลทางการบินโหลดเข้าระบบประเมินผล HUMS ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์และประเมินเพื่อทำให้การบินเดินทางมีความปลอดภัยและความประหยัด ระบบการแจ้งเตือนล่วงหน้าของตารางการบำรุงรักษาและแจ้งเตือนข้อขัดข้องต่างๆ เข้ามาช่วยลดต้นทุนของการดำเนินงานโดยตรง ระบบ Health Usage Monitoring System หรือ HUMS ยังตรวจสอบโรเตอร์หลักเพื่อทำให้เกิดความสมดุลสูงสุดขณะขึ้นบิน ความสามารถในการอัพเกรด เช่น เพิ่มน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการบินเดินทางที่เพดานบินระดับสูง สำหรับเพดานบินที่ได้รับการรับรองในปัจจุบันอยู่ที่ 15,000ft แม้ว่าเฮลิคอปเตอร์ S-76D จะสามารถบินที่ระดับความสูง 20,000ft โดยที่เครื่องยนต์ได้รับการออกแบบให้สามารถบินในระดับความสูงที่มากกว่า ฮ . ทั่วไป ขีดความสามารถในการบินที่เพดานบินสูงถึง 20,000ft ช่วยทำให้นักบินมีความมั่นใจเมื่อต้องบินในระดับความสูงที่มากกว่าปกติเพื่อหลีกเลี่ยงพายุ

น่าเศร้าที่อัตราการเกิดอุบัติเหตุของเฮลิคอปเตอร์ในอุตสาหกรรมการบินเชิงพาณิชย์ยังคงมีมากเกินไป แต่ความพยายามในการที่จะปรับปรุงเพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งาน รวมถึงความปลอดภัยเชิงรุกที่ได้รับการติดตั้งใน S-76D มากกว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้สำหรับภารกิจทางทหาร ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่ระบบควบคุมการบินมีความก้าวหน้าสูงมากในปัจจุบัน ในเฮลิคอปเตอร์ S-76D ทุกตำแหน่งที่นั่งจะได้รับการปรับปรุงเพื่อลดทอนความผิดพลาดต่างๆ และมีระบบความปลอดภัยในการเดินทาง เช่น เข็มขัดนิรภัยแบบ 4 จุดยึด ระบบบันทึกเสียงในห้องนักบิน (CVR) เป็นแบบที่ได้มาตรฐาน ระบบควบคุมเครื่องยนต์แบบดิจิตอล Full authority digital engine (or electronics) control (FADECs) ทำหน้าที่ตรวจสอบเครื่องยนต์ทั้งสองตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันความผิดพลาดขณะทำการบิน นอกจากนี้ยังมีระบบนักบินกลหรือ Autopilots อีก 2 ชุดที่คอยสนับสนุนตรวจสอบซึ่งกันและกัน หากเกิดความล้มเหลวขึ้นมา ระบบจะตัดการเชื่อมต่อกับการกระทำที่ไม่จำเป็นต้องใช้การควบคุมด้วยนักบิน โดยระบบแจ้งเตือนภัยสามารถแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นบนจอแสดงผลเพื่อทำให้ให้นักบินได้รับรู้ข้อมูลความผิดพลาดต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ห้องโดยสารของ S-76 ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่จากการปรับปรุงทางวิศวกรรมการบินที่ดี ทำให้ ฮ. รุ่นนี้มีคุณประโยชน์ของการใช้สอยในแบบอเนกประสงค์ เฮลิคอปเตอร์ S-76D สามารถตกแต่งเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้เป็น ฮ. VIP ของบุคคลสำคัญ ด้วยตัวเลือกหรือออฟชั่นเสริมพิเศษ เช่น ไฟ LED โทรศัพท์ผ่านดาวเทียม จอภาพแบบพับเก็บได้ กล่องเก็บเครื่องดื่มและอาหารว่าง เครื่องเล่น DVD แบบ Blu-ray ลำโพงคุณภาพสูงระดับไฮเอนด์ เบาะหุ้มหนังที่หรูหราสำหรับงานตกแต่งห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้สำหรับการเดินทางของบุคคลระดับ VIP ยังมีการกำหนดที่นั่งจาก 10 ที่นั่งลดลงมาเหลือเป็น 4-6 ที่นั่ง เพื่อความสบายสูงสุดในแบบเฮลิคอปเตอร์ชั้นธุรกิจ เบาะแบบหุ้มหนังนั่งหันหน้าเข้าหากัน ออกแบบและจัดวางให้มีความหลากหลาย เพื่อการประชุมในระหว่างการบินเดินทาง ปริมาณความจุของ Cabin ในS-76D เพิ่มเป็น 204 ลูกบาศก์ฟุต ด้านข้างของห้องโดยสารแต่ละด้านมีบานประตูขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายขณะเข้าหรือออกจากตัวเครื่อง

ระบบนำร่องหรือเนวิเกเตอร์แบบใหม่เชื่อมต่อกับแผนที่ดิจิตอล (NVG) ซึ่งถูกออกแบบให้เข้ากันได้และมีตัวเลือกต่างๆ ที่จะทำให้นักบินสามารถอ่านค่าได้ง่ายขึ้นด้วยจอแสดงผลแบบสีที่มีความคมชัดสูง โทนสีของการแสดงภาพที่ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบจากนักบินสามารถเปลี่ยนรายการด้วยโทนสีฟ้า ระบบไฟแสดงสถานะทำให้นักบินไม่จำเป็นต้องจดจำเหมือนการขึ้นบินกับเฮลิคอปเตอร์รุ่นอื่นๆ จอภาพแสดงข้อมูลทางการบิน เช่น ความเร็วของโรเตอร์ ทำให้การควบคุมความเร็วเกิดผลดีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขึ้นบินในช่วงที่สภาพอากาศมีความรุนแรงในบางครั้งของการปฏิบัติงาน นักบินสามารถโหลดเข้าสู่ระบบที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เช่น เส้นทางการบิน สภาพภูมิประเทศที่จะต้องบินผ่านรวมถึงแผนภูมิสภาพอากาศในระหว่างวันที่ขึ้นทำการบิน S-76D นักเป็นอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งที่มีความทันสัมยมาก โดยเฉพาะระบบควบคุมการบินขั้นก้าวหน้าที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เมื่อนักบินดึงคันโยกและทำให้ความเร็วของโรเตอร์ลดลงอย่างกะทันหัน เครื่องยนต์ที่มีระบบบังคับการบินอัตโนมัติเชื่อมโยงอยู่จะสั่งการให้เครื่องยนต์เร่งรอบขึ้นทันทีเพื่อป้องกันความผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุโรเตอร์ลดความเร็วเมื่อดึงคันโยก หากสูญเสียกำลังจากเครื่องยนต์มากเกินไปจนอาจก่อให้เกิดอันตราย ระบบอัตโนมัติจะทำการเร่งเครื่องยนต์ทันที โดยสามารถเร่งได้ถึง 100% ข้อมูลทางการบินในแต่ละครั้งจะถูกบันทึกและสามารถดาวน์โหลดได้ทันทีสำหรับการวิเคราะห์ศึกษาถึงสาเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพร้อมแบตเตอรี่ตะกั่วกรดขนาดใหญ่สามารถทำงานทันทีที่เครื่องยนต์ถูกดับ โดยที่ระบบไฟยังคงทำงานเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ที่นั่งของนักบินออกแบบอย่างเรียบง่าย และมีความสะดวกสบายเหมาะกับการบินเดินทางทั้งใกล้และไกล สำหรับที่นั่งของผู้โดยสารสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อการเข้าถึงที่เน้นความสะดวกสบาย ทัศนวิสัยมุมมองของการมองเห็นรอบทิศทางมีช่องกระจกรอบห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ กระจกห้องนักบินด้านหน้าถูกขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นอีกมากกว่าสองนิ้ว ตำแหน่งที่นั่งของนักบินทั้งฝั่งซ้ายและขวาบริเวณด้านหน้ามีสองจอแสดงผลขนาดใหญ่ทำหน้าที่แสดงผลการบินหลัก (PFDs) เช่น ความเร็วภาคพื้นดิน, ระดับความสูง และอัตราการไต่ มุมของโรเตอร์ ทิศทางการเคลื่อนที่ กำลังของเครื่องยนต์ ระดับเชื้อเพลิงและระยะทางที่สามารถบินถึง บอร์ดควบคุมส่วนกลางทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลแบบมัลติฟังก์ชั่นทำหน้าที่แสดงระบบหรือข้อมูลอื่นๆ ประกอบการบิน ความประทับใจโดยรวมขณะขึ้นทำการบินแสดงให้เห็นว่า Sikorsky S-76D เป็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทันสมัย​​ ไม่เพียงแต่การปรับปรุงระบบทำการบิน โครงสร้างและความสามารถในการบรรทุก ในขณะที่ระบบต่างๆ มีความสลับซับซ้อนจากการออกแบบของวิศวกรการบินของ Sikorsky เพื่อทำให้การบินเดินทางมีความง่าย สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น.

SIKORSKY S-76D 
Power plant and fuel system
Number of Engines.............................2
Engine Type........................................Pratt & Whitney Canada PW210S
Maximum Take Off.............................1,050shp 783kw
OEI Shaft horsepower (30 sec)...........1,241shp 925kw

Performance
Maximum Gross Weight.....................11,700lbs 5,306kg
Maximum Cruise Speed......................155kts 287kph
Maximum Range - No Reserve...........441nm 818km
Hover In Ground Effect Ceiling...........9,700ft 2,957m
Hover Out of Ground Effect Ceiling....5,000ft 1,524m
OEI Service Ceiling..............................7,550ft 2,301m
AEO Service Ceiling............................15,000ft * 4,572m *

Accommodations
Cabin Length.........................................7.92ft 2.41m
Cabin Width...........................................6.25ft 1.93m
Cabin Height..........................................4.42ft 1.35m
Cabin Area.............................................50ft2 4.65m2
Cabin Volume.........................................204ft3 5.78m3
Baggage Volume.....................................38ft3 1.08m3
Seating.....................................................12-13

Airframe
Large, rectangular cabin Active Vibration Control System (AVCS)
Reduced interior noise
Two cabin doors with pop-out egress windows (optional)
Two jettisonable cockpit doors
Retractable tricycle landing gear
Built-in work platforms to access engines and hydraulic deck

Cockpit
Thales TopDeck® avionics system
Four-axis fully coupled autopilot
EGPWS
Traffic Collision Avoidance System (TCAS1)
Honeywell Primus® 660 weather radar
Health Usage Monitoring System (HUMS)
Thales digital map
Collins Pro Line 21 comm/nav radio suite

Power plant and fuel system
Two Pratt & Whitney Canada PW210S dual FADEC-controlled engines - optimized for the S-76D
Suction fuel system - 296 gallons

Rotor and drive system
QUIETZONE® main transmission
Four-blade main rotor with enhanced, all-composite flaw-tolerant main rotor blades
Quiet Tail Rotor (QTR) with four enhanced flaw-tolerant, flexbeam composite tail rotor blades
Provisions for main and tail rotor Ice Protection System (RIPS), optional - for flight into forecast icing conditions

Electrical
Two brushless, DC starter generators
Fixed landing light on the right main landing gear
Retractable, controllable landing light
LED position & recognition lights
Transmission-driven AC generator

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

การบินเดินทางด้วยอากาศยานแบบขึ้น-ลงทางดิ่งในปัจจุบันมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นี่คือ ฮ . Sikorsky S-76D แบบ 12 ที่นั่ง ราคา 12 ล้านเหรียญ สำหรับการบินระยะไกลไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมัน 10 เม.ย. 2558 16:56 13 เม.ย. 2558 10:36 ไทยรัฐ