วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เสน่ห์คอลเลคเตอร์ อาชีพลุ้นฟลุกรวย

เสน่ห์คอลเลคเตอร์ อาชีพลุ้นฟลุกรวย

  • Share:

การสะสมธนบัตร แสตมป์ และเหรียญกษาปณ์ ไม่เพียงเป็นงานอดิเรกที่ให้คุณค่าทางใจ สิ่งสะสมยอดนิยมบางชนิดยังสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ

หลายคนอาจไม่รู้ว่าเหรียญ แสตมป์ หรือธนบัตร (แบงก์) รุ่นเก่าหายากบางรุ่น เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั้งในและต่างประเทศ บ่อยครั้งที่ของเหล่านั้นถูกเก็บงำไว้อย่างแน่นหนาในกล่องเก่าสนิมเขรอะ

กระทั่งเจ้าของผู้สะสมตายลง ลูก หลาน นำไปให้ผู้รู้ตรวจสอบ เมื่อได้รู้ทั้งคุณค่าและมูลค่าถึงกับตาค้าง เพราะคาดไม่ถึงว่าของบางชิ้นสามารถนำไปแลกกับรถหรูคันงาม หรือบ้านราคาเรือนล้านได้ทั้งหลัง

แต่ใช่ว่าของสะสมทุกชิ้นบนโลกใบนี้ จะเปลี่ยนมูลค่าจากดินกลายเป็นดาวเสมอไปไม่

สมชาย แสงเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮ๊อบบี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นักสะสมผู้เขียนหนังสือ “คู่มือธนบัตรไทย” ที่นักสะสมหลายคนใช้ยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการกำหนดราคาซื้อ-ขายธนบัตร บอกว่า

ปัจจัยสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าของสะสมชิ้นนั้นเก็บแล้วจะได้ราคาดี หรือมีความต้องการสูงในอนาคตหรือไม่ ส่วนหนึ่งขึ้นกับการคาดคะเน หรือเก็งราคา ถ้าเก็งถูกของชิ้นนั้น ก็ไม่ต่างกับสินทรัพย์ที่น่าลงทุน

เขาบอกว่า ก่อนจะหวังผลตอบแทนในการลงทุนต้องรู้ว่าผู้คนนิยม หรือชอบสะสมอะไรบ้าง

เขายกตัวอย่าง ของมงคลทุกชนิดเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 ถ้าเป็นของที่ออกมาในช่วงพิธีใหญ่ เช่น เฉลิมพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ 5 รอบ 6 รอบ 7 รอบ หรือ 80 พรรษา ไม่ว่าแบงก์ เหรียญ หรือแสตมป์ คนส่วนใหญ่ต้องการ

ถัดมาต้องดูว่า จำนวนผลิต ออกมาเท่าไร ยิ่งผลิตออกมาน้อย ยิ่งดี ยิ่งผลิตมาก ราคายิ่งไปยาก และข้อสุดท้าย ให้สังเกตว่าตอนที่เปิดให้สั่งจองมีผู้ให้ความสนใจ สั่งจองกันมากน้อยเพียงใด

สมชายบอกว่า สิ่งเหล่านี้เปรียบเหมือนเข็มทิศนำทาง สามารถบอกได้คร่าวๆว่า ในอนาคตของสะสมชิ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ แสตมป์ หรือเหรียญ ที่เก็บสะสมจะได้รับความนิยมหรือไม่

“ถ้าเป็นของลึกๆ สร้างหรือผลิตเมื่อปี พ.ศ.เก่า ไม่ว่าพระเครื่อง แบงก์ แสตมป์ หรือเหรียญกษาปณ์ จะมีสภาพคล่องในตลาดสูงมาก พ่อค้าจะรู้ว่ามีใครที่เล่นหา หรือกำลังตามเก็บสิ่งใดอยู่ ฉะนั้น ถ้าเก็บไว้ถูกฝา ถูกตัว อนาคตไปได้สวยแน่นอน”

เมื่อให้ช่วยเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนรูปแบบต่างๆ สมชายบอกว่า ปัจจุบันหากนำเงินสดไปฝากประจำกับธนาคารทั่วไป จะได้ดอกเบี้ยประมาณ 2.5% ต่อปี

ถ้านำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างๆจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 5–6% ต่อปี ลงทุนในตลาดหุ้น ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับฝีมือ คือ เฉลี่ยผลตอบแทนราวๆ 10% หรือไม่ก็เจ๊งไปเลย

ส่วนของสะสมจำพวกแบงก์ เหรียญ และแสตมป์เก่าหายาก สมชาย ยืดอกพูดอย่างมั่นใจ

“ของพวกนี้คนซื้อต้องเป็นฝ่ายง้อคนขาย มีสินค้าไม่กี่อย่างในโลกนี้ที่คนซื้อต้องง้อคนขาย เมื่อตลาดมีความต้องการสูงมาก อย่างน้อยจึงต้องมีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 10% ต่อปีขึ้นไป แถมเผลอๆฟลุกอาจได้ถึง 1 เด้งเลยก็มี เช่น ซื้อมา 150,000 บาท ขายต่อได้ 300,000 บาท”

อย่างไรก็ดี สมชายบอกว่า แต่ถ้าเป็นของสะสมรุ่นกลางเก่ากลางใหม่ หรือของใหม่ซึ่งมีอายุยังไม่เก่าพอ เช่น แบงก์ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 100 ปี อาจได้กำไรเฉลี่ยสักปีละ 5%

เขายกตัวอย่าง เหรียญแต้เม้งทองคำ สมัยรัชกาลที่ 4 หนึ่งชุด มี 5 เหรียญ เคยอยู่ในความครอบครองของนักสะสมชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 30 ปี เพิ่งถูกนำออกประมูลขายไปเมื่อไม่นาน 10 กว่าล้านบาท

เทียบกับการสะสมธนบัตร สมชายบอกว่า นอกจากมูลค่าอยู่ที่ดีมานด์ (ความต้องการซื้อ) และซัพพลาย (จำนวนสินค้าที่มีความต้องการจะขาย) ยังอยู่ที่สภาพความสวยของแบงก์ หรือธนบัตรใบนั้นเป็นสำคัญ

ยิ่งเป็นธนบัตรเก่าหายาก ยังไม่เคยใช้ สภาพดี ไม่มีรอยพับ สีสันชัดเจน หรือที่วงการเรียกว่าสภาพ UNC (Uncirculate) เรียกว่าเก่าเก็บสมบูรณ์ 100% บางใบมีราคาเล่นหากันหลายแสนถึงหลายล้านบาท

เขายกตัวอย่าง แบงก์พันบาท รุ่นหน้าเดียว สมัยรัชกาลที่ 5 สีแดงเลือดนก เมื่อ 6 ปีที่แล้ว มีมหาเศรษฐีผู้หนึ่งต้องการนำไปจัดโชว์ในพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว ประมูลไปในราคาใบละ 3 ล้านบาท

หรือธนบัตรสมัยรัชกาลที่ 6 รุ่น 2 ออกใช้เมื่อปี 2465 ราคาหน้าแบงก์ใบละพันบาท หากอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยพับ ปัจจุบันมีมูลค่าซื้อขายขั้นต่ำ ใบละ เป็นแสนบาท

สมชายบอกว่า ธนบัตรที่มีสภาพสวยสมบูรณ์รองมาจาก UNC คือ EF หรือ XF (extremely fine) ยังมีความสวยสมบูรณ์สัก 85% แต่ผ่านการใช้งานมาบ้าง VF (very fine) เหลือความสมบูรณ์สัก 70%

สภาพ F (fine) เริ่มมีตำหนิบ้าง แต่ยังเหลือความสมบูรณ์สัก 50-70% VG (very good) เหลือความสมบูรณ์ราวๆ 30% ไปจนถึงสภาพ G (good) ซึ่งผ่านการใช้งานมามาก เหลือความสมบูรณ์เพียง 15% และสภาพแย่สุด คือ P (poor) มีความสมบูรณ์ต่ำกว่า 15% ทำให้ราคาเล่นหาแต่ละสภาพ ลดหลั่นกันไป

การสะสมธนบัตรก็มีหลายรูปแบบ เช่น นิยมสะสม แบงก์เลขสวย เป็นต้นว่า มีเลขเหมือนกันหมดทุกตัว หรือที่เรียกว่า เลขตอง เช่น 1111111 หรือ 9999999

ถัดมา นิยมสะสม แบงก์หมวดแรก ที่ออกใช้กับ หมวดสุดท้าย บ้างเลือกสะสมที่ ลายเซ็น ของ รมว.คลัง กับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่หายากๆ เพราะบางทีคนเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงระยะเวลาสั้น ทำให้จำนวนธนบัตรรุ่นที่ออกมามีน้อยหรือหายาก

ธนบัตร “ตัวอย่าง” ที่ทาง ธปท.จัดพิมพ์เพื่อให้คลังจังหวัดและธนาคารพาณิชย์ใช้ศึกษาเป็นตัวอย่างก่อนนำออกใช้ หรือพิมพ์แจกเพื่อเป็นอภินันทนาการ รวมทั้ง แบงก์ตลก ซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในระบบการพิมพ์ แต่กลายเป็นของหายากในตลาด บางฉบับมีมูลค่าในการสะสมถึงใบละเป็นพัน หรือหมื่นบาท

“ของสะสมพวกนี้ คนที่อยู่ในวงการจะติดตามราคา และแนวโน้มความนิยมตลอด ของบางอย่างไม่ได้เล่นหากันเฉพาะในหมู่คนไทย นักสะสมต่างชาติก็เล่น มีตั้งแต่คนทั่วไป มหาเศรษฐี จนถึงสุลต่าน หรือเจ้าชาย ของยิ่งแพง ยิ่งหายาก ยิ่งชอบสะสมกัน ดังนั้น บางทีต่อให้มีเงินเป็นกระสอบ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปแลกประมูลมา”

สมชายบอกว่า นอกจากของสะสมเก่าหายาก มีสภาพคล่องสูง บางโอกาสเมื่อเงินขาดมือ เจ้าของยังสามารถนำไปตึ๊ง หรือจำนำไว้กับ นักสะสม ด้วยกัน หรือจำนำไว้กับ ธนาคารบางแห่ง ได้ด้วย

“เขาให้ครึ่งราคาเลยนะ สมมติราคากลางในตลาดซื้อขายกันอยู่ใบละ 1 ล้านบาท สามารถเอาไปตึ๊งขัดดอกได้ถึงใบละ 5 แสนบาทเลยนะ ทั้งนักสะสมและธนาคารบางแห่งยอมรับกันในจุดนี้”

ส่วนการปั่นราคาให้แพงเกินจริง สมชายบอกว่า ในอดีตสามารถทำได้ด้วยการไปตามรวบเอาของที่มีปริมาณเยอะมาให้หมด แต่เดี๋ยวนี้ทำไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันวงการนี้ใหญ่มาก มีนักสะสมเป็นแสนราย จึงคุมได้ไม่หมด แถมยังมีสื่อสังคมออนไลน์ และคู่มือนักสะสม ที่ทำให้คนรู้มูลค่าของสิ่งที่ตัวเองสะสม

สุดท้าย เมื่อต้องการจะแปลงของสะสมที่รักให้เป็นสินทรัพย์ทางธุรกิจ สมชายบอกว่า ทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน เพราะมีสื่อสังคมออนไลน์เปิดช่องให้ซื้อ-ขายกันอย่างกว้างขวาง เช่น สามารถเข้าไปประมูลหรือซื้อขายกันได้ ทั้งทาง Facebook หรือเว็บไซต์ต่างๆ อย่างเช่น ebay.com หรือ thaisecondhand.com เป็นต้น

“แม้ว่าอาชีพนี้น่าสนใจ แต่มันก็เป็นธุรกิจที่ไม่จีรัง เพราะของพวกนี้เป็นสินค้าพิเศษ ขายไปแล้วไม่สามารถผลิตขึ้นมาใหม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเที่ยวออกไปตระเวนหารับซื้อตามบ้านตระกูลเก่า หรือข้าราช-บริพารเก่า แต่ก็ยากที่จะมีใครยอมปล่อยขาย นับวันจึงแทบไม่หลงเหลือของเก่าให้เล่น”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้