วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าดูแลผู้สูงวัยอย่างฉาบฉวย อีก 10 ปีคนแก่จะมากกว่าเด็ก

อย่าดูแลผู้สูงวัยอย่างฉาบฉวย อีก 10 ปีคนแก่จะมากกว่าเด็ก

  • Share:

วันเสาร์สบายๆวันนี้เริ่มต้นหยุดยาว 5 วัน ให้ “ฉลองสงกรานต์” กันให้ชุ่มฉ่ำ 13 เมษายน ไม่เพียงเป็น วันปีใหม่ไทย แต่ยังเป็น “วันผู้สูงอายุไทย” และ 14 เมษายน เป็น “วันครอบครัว” วันสำคัญอีกวันด้วย สงกรานต์จึงเป็นเทศกาลที่มีความหมายอย่างยิ่ง

สุดสัปดาห์นี้ คนหลายล้านคน จะเดินทางกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ในต่างจังหวัด อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้า ผมขออวยพรให้ทุกท่านเดินทางไปกลับโดยสวัสดิภาพ ให้นึกถึงใบหน้าพ่อแก้วแม่แก้วเอาไว้ตลอดทางจะได้ไม่ขับรถประมาท

ประเทศไทย เป็น ประเทศที่ประมาทในแทบทุกเรื่อง รัฐบาลก็เช่นเดียวกัน อย่างปัญหาเรื่อง “สังคมสูงวัย” ที่พูดกันมาเรื่อยทุกรัฐบาล แต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหนทำอะไรให้เป็นรูปธรรมสักที มีเพียง “วันผู้สูงอายุ” ที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เสนอ ครม. ประกาศไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 สมัยเป็นนายกฯ เพราะตระหนักถึงปัญหาสังคมผู้สูงวัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

รัฐบาลหลังๆไม่ค่อยให้ความสนใจผู้สูงอายุเท่าไร “วันผู้สูงอายุ” ทุกปี อย่างมากก็ เลี้ยงข้าวบ้านพักคนชรา ให้ขึ้นรถเมล์ฟรี ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี คนแก่ที่ไม่มีลูกหลานพาไปขึ้นรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า จะมีปัญญาถ่อสังขารไปขึ้นเองไหมเนี่ย ดีไม่ดีตายฟรีคาบันไดรถเมล์

วันนี้ “ปัญหาผู้สูงวัย” ได้เดินมาเคาะที่ประตูบ้านประเทศไทยแล้ว สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็วยิ่ง องค์การสหประชาชาติ ได้คาดว่า ไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงวัยในปี ค.ศ.2025 อีก 10 ปีข้างหน้า คนไทย 20% จะมีอายุ 60 ปีขึ้นไป พอถึงปี 2045 อีก 30 ปีข้างหน้า ผู้สูงอายุไทยจะพุ่งขึ้นไปถึง 36% ของประชากรทั้งหมด หรือกว่า 1 ใน 3 ของคนไทย เป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

เมื่อถึงวันนั้น จำนวนประชากรไทยที่มีอยู่ 65 ล้านคนในวันนี้ จะลดลงเหลือ 63.8 ล้านคน ผู้สูงวัยอายุ 65 ขึ้นไป จะมีจำนวนเท่ากับเด็กอายุ 15 ปีลงมา ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหา ขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ ฐานะการเงินกองทุนประกันสังคมร่อแร่จนอาจถึงขั้นล้มละลาย เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น

ประเทศที่จะ ประสบชะตากรรมเดียวกับไทย คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ส่วน จีน ที่มีประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในปี 2030 อีก 15 ปีข้างหน้า เวียดนาม จะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยปี 2040 มาเลเซีย เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยปี 2050 ยกเว้น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ที่มีคนเกิดใหม่นับไม่ถ้วน เพราะข้อห้ามทางศาสนา จะถึงจุดเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยช้ากว่าไทย 30 ปี

ผมไม่รู้ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญต่อ “สังคมผู้สูงวัย” แค่ไหน ท่านเองก็เข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุช่วงต้น” ที่มีอายุระหว่าง 60-69 ปี แม้ยังกระฉับกระเฉง เล่นกอล์ฟสบาย แต่ถ้าเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุช่วงปลาย” มีอายุ 70 ปีขึ้นไปเมื่อไหร่ ผมคิดว่าความกระฉับกระเฉงก็คงจะลดลง ถึงวันนั้น ท่านคงเริ่มคิดถึงปัญหาของ “ผู้สูงวัย” ที่ค่อยๆเกิดขึ้นกับท่านมากขึ้นเรื่อยๆอย่างหนีไม่พ้น

ในโอกาส “วันผู้สูงอายุ” ที่จะถึงในวันที่ 13 เมษายนนี้ ผมใคร่ขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจ ม.44 สั่งการให้ เร่งปฏิรูปปัญหาผู้สูงวัยโดยด่วน เพื่อรับมือกับปัญหาสารพัดที่จะตามมาในอนาคต ตั้งแต่เรื่อง คนทำงานที่จะหายไป การเดินทาง (รถเมล์ รถทัวร์ รถไฟ รถไฟฟ้า จะต้องมีพื้นที่สำหรับผู้สูงวัย ทางเดิน ทางขึ้น ทางลง ที่นั่ง) อาคารบ้านเรือนที่ออกแบบสำหรับผู้สูงวัย การดูแลรักษายามเจ็บป่วย รวมถึง ภาษีเงินได้ที่จะหายไป ค่าใช้ประกันสังคมที่จะเพิ่มขึ้น หลายประเทศล้มละลายมาแล้ว ฯลฯ

นี่คือสารพัดปัญหาของ “สังคมผู้สูงวัยไทย” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่ถึง 15 ปี

ถ้า รัฐบาลบิ๊กตู่ ไม่วางรากฐานแก้ไขปัญหาเนิ่นๆเสียตั้งแต่วันนี้ คนวัยทำงานเพียง 33% ในอนาคต ต้องทำงาน เลี้ยงคนแก่ 33% เลี้ยงเด็กอีก 33% จะไหวหรือไม่ สภาพเศรษฐกิจสังคมไทยจะเป็นอย่างไร แค่นึกก็ขนลุกแล้วครับท่าน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้