วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อห้ามสื่อกับการเมือง

รัฐธรรมนูญใหม่ร่างแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมาธิการยกร่างเตรียมเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป ส่วนใหญ่คณะกรรมาธิการยืนยันมติเดิม มีบางเรื่องที่ยอมแก้ไขบ้างตามความเห็นของฝ่ายต่างๆ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ยืนยันตามหลักการรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 คือเรื่องเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน

เกี่ยวกับสื่อมวลชนนอกจากจะมีเรื่องเสรีภาพในการพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการแสดงความคิดเห็นแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญอีก 2 เรื่อง คือ การห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของกิจการสื่อ และห้ามรัฐให้เงินอุดหนุนสื่อของเอกชน ซึ่งเคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญหลายฉบับ แต่มีการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ไม่มีผลบังคับใช้ที่แท้จริง

ตัวอย่างเช่นรัฐธรรมนูญ 2517 ห้ามรัฐให้เงินอุดหนุนกิจการหนังสือพิมพ์ของเอกชน เพราะว่าขณะนั้น สื่อที่เป็นของเอกชนมีหนังสือพิมพ์เพียงอย่างเดียว จึงต้องห้ามรัฐให้เงินอุดหนุน เพื่อป้องกันนักการ- เมืองหรือข้าราชการทุ่มเงินซื้อหนังสือพิมพ์ เป็นกระบอกเสียง ส่วนวิทยุและโทรทัศน์เป็นสื่อของรัฐ ต้องรับเงินอุดหนุนจากรัฐจึงจะดำรงอยู่ได้

แต่เมื่อสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนไป รัฐธรรมนูญฉบับต่อๆมา เช่น 2540 และ 2550 ได้ห้ามรัฐให้เงินอุดหนุนกิจการวิทยุและโทรทัศน์ด้วย ตามหลักการใหม่ที่ถือว่าคลื่นความถี่ในการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทร-ทัศน์เป็น “ทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ” ต้องดำเนินการเพื่อ “ประโยชน์สูงสุดของประชาชน”

ส่วนการห้ามนักการเมืองเป็นเจ้าของกิจการสื่อ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุหรือโทรทัศน์ มีบัญญัติไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2550 และกำหนดโทษไว้ค่อนข้างแรง ให้นักการเมืองผู้ฝ่าฝืนไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง แต่ไม่มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ดังจะเห็นได้ว่ากลุ่มการเมืองหลายกลุ่มมีสถานีทีวีของตนเอง

ไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการจะคงข้อห้ามนี้ไว้หรือไม่? ถ้ายังคงไว้ จะมีมาตรการบังคับให้เป็นจริงได้อย่างไร แต่ กมธ.เสนอให้ออกกฎหมายควบคุมการโฆษณาของหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีงบโฆษณามหาศาลถึง 7.9 พันล้านบาท (ปี 2556) และการที่หน่วยงานรัฐเสียค่าโฆษณาในสื่อเอกชนเป็นการให้เงินอุดหนุนหรือขัดรัฐ-ธรรมนูญหรือไม่?

สถานการณ์ในปัจจุบันเปลี่ยน แปลงไปมาก เนื่องจากหน่วยราชการอาจจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ภารกิจของตน และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นธุรกิจต้องโฆษณาสินค้าและบริการแข่งกับธุรกิจเอกชน ถ้าห้ามโฆษณาในสื่อเอกชนคงจะไม่สอดคล้องกับโลกของความจริง จึงมีปัญหาว่าจะห้ามไม่ให้นักการเมืองทุ่มเงินภาษีประชาชนเข้า “แทรกซื้อ” สื่อให้เป็นกระบอกเสียงได้อย่างไร?

10 เม.ย. 2558 10:14 10 เม.ย. 2558 10:14 ไทยรัฐ