วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สลด! พบศพ ด.ญ.อิสราเอล ไฟไหม้ตายในซากเรือจมทะเล

เจอแล้วศพด.ย.วัย12ปีชาวอิสราเอล ที่หายไปขณะเกิดเหตุไฟไหม้เรือท่องเที่ยวอ่าวนางปริ๊นเซส พบในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมติดอยู่กราบเรือที่จมลงก้นทะเล ขณะที่ผูโดยสารทยอยเข้าแจ้งความทรัพย์์สินสูญหาย เล่านาทีระทึกต้องลอยคอในทะเลร่วม15นาที     

จากเหตการณ์เรือท่องเที่ยวของบริษัท อ่าวนางปริ๊นเซส ที่รับนักท่องเที่ยวจากอ่าวนาง มุ่งหน้าเกาะพีพี จ.กระบี่แล้วระหว่างแล่นอยู่เกิดเพลิงไหม้เรือทำให้ผู้โดยสารกว่า 100 คน ต้องกระโดดลงน้ำ ก่อนที่จะถูกช่วยเหลือไว้ได้แต่มีผู้สูญหายเป็นเด็กหญิงวัย 12 ปี ชาวอิสราเอล ซึ่งผู้เกี่ยวข้องได้ระดมนักประดาน้ำกว่า 20 คน ทั้งจากกองเรือภาคที่ 3 มูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่ และอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราฯ ออกค้นหานานกว่า 4 ชม.

ล่าสุดเวลาประมาณ 11.30 น.วันที่9เม.ย. เนักประดาน้ำจากมูลนิธิประชาสันติสุขที่ลงค้นหารอบ 2 ที่ความลึกระดับน้ำ 24 เมตร พบซากเรือมีความเสียหายเกือบทั้งลำ เหลือบริเวณส่วนหัวที่มีร่องรอยไฟไหม้ไม่มากนัก และเมื่อตรวจสอบต่อไปที่กราบเรือด้านขวาห่างประมาณ 5 เมตร พบศพเด็กหญิงรายดังกล่าวในสภาพไหม้เกรียม เจ้าหน้าที่จึงได้ห่อผ้านำขึ้นมาไว้ในเรือของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราฯ แล้วนำขึ้นฝั่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของกงสุลอิสราเอลมาคอยประสานงาน รวมทั้งนายณรงค์ วุ่นซิ้ว รองผวจ.กระบี่ พ.ต.อ.บุญทวี โตรักษา รอง ผบก.ภ.จว.กระบี่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกด้านจัดการศพ จากนั้นได้นำส่งรพ.กระบี่เพื่อชันสูตร


นายณรงค์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นเป็นการร่วมมือกันออกค้นหา โดยครอบครัวของชาวอิสราเอลรายนี้ มาเที่ยวเมืองไทยด้วยกัน 5 คน และหลังเกิดเหตุทางจังหวัดได้จัดที่พักไว้ให้เป็นที่เรียบร้อย และทางบริษัทอ่าวนางปริ๊นเซสจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง


ทางด้านพ.ต.อ.วิทยา เมฆใส หัวหน้าพนักงานสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ กล่วาว่า ในส่วนของคดีนั้น ขณะนี้ทางตำรวจได้เรียกสอบปากคำกัปตันและคนเรือทั้งหมด แต่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ควบคุมเรือ เพียงแต่ได้แจ้งให้ทราบว่า จะต้องมารับทราบข้อกล่าวหาหลังจากผู้เชี่ยวชาญลงไปตรวจสอบเรือที่อยู่ใต้น้ำเสร็จสิ้น หากไม่พบพิรุธหรือหลักฐานว่าเป็นอย่างอื่น นอกเหนือจากอุบัติเหตุ ก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก มีผู้เสียหายจำนวนมากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทางสภ.เมืองกระบี่ จึงได้ตั้งทีมพนักงานสอบสวนไปรับสอบปากคำแจ้งสิ่งของหายทั้งที่จ.ภูเก็ต และจ.กระบี่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแล้ว

*******************************

ขณะเดียวกันที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.ทรงวุฒิ ขุนจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ พ.ต.ท.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ รอง.ผกก.ป. พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ 11 นาย ได้ทยอยสอบปากคำนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติชายหญิงจำนวน 34 คน จากเหตุเรือโดยสารเพื่อการท่องเที่ยวอ่าวนางปริ๊นเซสเกิดเพลิงไหม้กลางทะเลอันดามัน บริเวณหมู่ 8 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้โดยสารบนเรือทั้งชาวไทยและต่างชาติ 107 คน มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 1 ราย ทรัพย์สินสูญหายไปในทะเลเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ผู้โดยสารส่วนใหญ่พักอยู่ตามโรงแรมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ตลอดจนบริษัททัวร์ที่ดูแลนักท่องเที่ยวอยู่ใน จ.ภูเก็ต จึงนำนักท่องเที่ยวเข้าแจ้งความทรัพย์สินสูญหายเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไปเข้าแจ้งความที่ สภ.กะรน 63 ราย และสภ.เมืองภูเก็ต อีกจำนวนหนึ่ง ภายหลังจากที่นักท่องเที่ยวและผู้โดยสารบนเรือลำดังกล่าวกลับเข้ามายังพื้นที่ จ.ภูเก็ตแล้ว 103 คน จากจำนวน 107 คน เสียชีวิต 1 คน ที่เหลืออีก 3 คนเป็นญาติผู้เสียชีวิต ยังคงอยู่ใน จ.กระบี่ เพื่อประสานการรับศพผู้เสียชีวิตกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ส่วนการดำเนินคดีต่างๆ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของ สภ.อ่าวนาง

นางดารณา จันทร์สุวรรณ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/45 ซ.3 (นิพัทธ์สงเคราะห์ 2 ) ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หนึ่งในผู้ที่อยู่บนเรืออ่าวนางปริ๊นเซสขณะเกิดเพลิงไหม้ได้เล่าถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนเองได้นั่งอยู่บริเวณกลางเรือชั้นล่าง โดยเป็นเรือไม้ขนาด 2 ชั้น จากนั้นได้มีคนวิ่งมาบอกว่า เรือกำลังเกิดเพลิงไหม้ ตนจึงรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้น 2 ของเรือ แต่นึกได้ว่าลืมหยิบเสื้อชูชีพที่วางอยู่ที่พนักเก้าอี้มาด้วย จึงวิ่งย้อนกลับลงไปเอาเสื้อชูชีพ ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่เห็นมีใครใส่เสื้อชูชีพ โดยเสื้อชูชีพจะวางอยู่ที่พนักเก้าอี้เท่านั้น ทำให้ต่างคนต่างแย่งเสื้อชูชีพกันจนเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น จากนั้นเพลิงได้ลุกไหม้จากห้องเครื่องยนต์ด้านท้ายเรือชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่บริเวณหัวเรือชั้นล่างและชั้น 2 โดยมีพนักงานประจำเรือแจ้งขอเรือสปีดโบ๊ตเพื่อมาลำเลียงและให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

"เวลาผ่านไปราว 10-15 นาที เรือสปีดโบ๊ตยังไม่มาถึง ทุกคนจึงตัดสินใจใส่เสื้อชูชีพและกระโดดลงทะเลลอยคอรอเรือสปีดโบ๊ต เนื่องจากเพลิงลุกลามไปเกือบทั่วเรือแล้ว ต้องลอยคออยู่กลางทะเลราว 15 นาทีก่อนจะมีเรือประมงแล่นผ่านมา และให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวบางส่วนกลับขึ้นฝั่งยังท่าเทียบเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ในเวลาต่อมา จนกระทั่งเพิ่งมาทราบภายหลังว่ามีเด็กเสียชีวิต 1 คน" นางดารณา กล่าว 

ด้าน พ.ต.อ.ทรงวุฒิ ขุนจันทร์ พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.กะทู้ กล่าวว่า การแจ้งความของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ส่วนใหญ่เป็นการแจ้งทรัพย์สินสูญหายขณะเกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าจะจมหายไปในท้องทะเล เนื่องจากเบื้องต้นเรือถูกเพลิงไหม้เกือบหมดทั้งลำ โดยพนักงานสอบสวนมีหน้าที่สอบปากคำเพื่อลงบันทึกรายการทรัพย์สินต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อรวบรวมสำนวนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่ ต่อไป เนื่องจากเป็นพื้นที่รับผิดชอบขณะเรือเกิดเหตุ ส่วนการแจ้งข้อหากับเรือหรือบริษัทเจ้าของเรือโดยสารลำดังกล่าว เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง.

เจอแล้วศพด.ญ.วัย12ปีชาวอิสราเอล ที่หายไปขณะเกิดเหตุไฟไหม้เรือท่องเที่ยวอ่าวนางปริ๊นเซส พบในสภาพถูกไฟไหม้เกรียมติดอยู่กราบเรือที่จมลงก้นทะเล ขณะที่ผู้โดยสารทยอยเข้าแจ้งความทรัพย์สินสูญหาย เล่านาทีระทึกต้องลอยคอในทะเลร่วม15นาที 9 เม.ย. 2558 14:09 9 เม.ย. 2558 15:37 ไทยรัฐ