วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ระทึก! ตร.บุรีรัมย์ ปิดล้อมแก๊งยาบ้ากว่า 7 ชม. สุดท้ายรวบได้ยกแก๊ง

ระทึก! ตร.บุรีรัมย์ ปิดล้อมแก๊งยาบ้ากว่า 7 ชม. สุดท้ายรวบได้ยกแก๊ง

  • Share:

ระทึก! ตร.บุรีรัมย์กว่า30นาย พร้อมอาวุธครบมือ ปิดล้อมแก๊งยาบ้านานกว่า 7 ชม. ขณะกลุ่มคนร้าย รับสารภาพ กลัวตำรวจวิสามัญหากต่อสู้ เนื่องจาก จนท.มีกำลังและอาวุธครบมือกว่า สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมมอบตัว

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 9 เม.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ ตาปนานนท์ ผกก.สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ ได้นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมด้วย ชุด ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์, นปพ.ภ.จว.บุรีรัมย์ กว่า 30 นาย บุกเข้าจับกุมกลุ่มวัยรุ่น 5 คน คือ นายไพรฑูรย์ หรือเตี้ย เวหน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 ม.9 ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์, นายทัชชัย หรือ ทัด ประโพศรี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ม.6 ต.แดงใหญ่, นายประนด หรือนด ป้องไธสง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.6 ต.แดงใหญ่, นายพิชิต วิชาชัย อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 ม.5 ต.แดงใหญ่ และ น.ส.หมิ๋ว (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ชาว อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทั้งหมดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หลังได้หลบซ่อนตัวอยู่บนชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 20 ม.6 บ้านอีเม้ง ต.แดงใหญ่ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งเป็นบ้านแม่ของนายทัชชัย ตั้งแต่เวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา

จนท.ลุยค้นบ้านผู้ต้องหา แก๊งค้ายาบ้า ที่บุรีรัมย์

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวไว้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. วันที่ 8 เม.ย.พร้อมประสานขอกำลังตำรวจ ชุด ชป.ปส.ฯและตำรวจ นปพ.ฯ มาช่วยทำการปิดล้อม และเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่เป็นผลกระทั่งเวลา 01.00 น. วันที่ 9 เม.ย. วัยรุ่นทั้ง 5 คน จึงได้เดินลงมาจากชั้น 2 ของตัวบ้านมาที่ชั้นล่าง และนั่งรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่โดยดีซึ่งจากการตรวจสอบ ตามร่างกายของวัยรุ่นทั้ง 5 คนไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด

จากนั้นกำลังตำรวจได้ขึ้นไปตรวจค้นที่บริเวณชั้น 2 ของตัวบ้าน โดยมี นางออน ประโพศรี (เจ้าของบ้าน) และเป็นแม่ของนายทัชชัย 1ในกลุ่มวัยรุ่นเป็นผู้นำตรวจสอบพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ตามบริเวณซอกใต้หลังคาบ้าน และบริเวณมุมต่างๆของตัวบ้านชั้นบน ประกอบด้วย

1.) อาวุธปืนพกสั้นชนิดไทยประดิษฐ์เลขประจำปืน i4/4812 ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม.บรรจุในรังเพลิง จำนวน 1 นัด, 2.) อาวุธปืนลูกซองยาวชนิดไทยประดิษฐ์ ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืนขนาด .45 ออโต้ บรรจุในรังเพลิง จำนวน 1 นัด, 3.) ลำกล้องปืน ขนาดบรรจุกระสุน .22 จำนวน 3 ท่อน, 4.) กระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 นัด, 5.) กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 8 นัด อยู่ในกล่องกระดาษ, 6.) กระสุนปืนคาร์บินขนาด 30 จำนวน 4 นัด, 7.) กระสุนปืน ขนาด .45 จำนวน 3 นัด, 8.) กระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 นัด, 9.) อาวุธปืนพกสั้น ชนิดไทยประดิษฐ์ เลขประจำปืน 579604 USA ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอกพร้อมกระสุนปืนขนาด .22 บรรจุในรังเพลิง จำนวน 1 นัด, 10.) อาวุธปืนปากกา ชนิดไทยประดิษฐ์ไม่มีหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนขนาด .22 บรรจุในรังเพลิง จำนวน 1 นัด, เศษกระดาษและเศษกระดาษกาว ซึ่งมีกลิ่นของยาบ้าอยู่ รวมถึงขวดน้ำอัดลมขนาด 1.45 ลิตร ที่อยู่มุมห้อง

จากการตรวจสอบพบว่า น้ำอัดลมซึ่งเหลืออยู่ประมาณหนึ่งส่วนสามของขวด มีเมทแอมเฟตามีน ผสมอยู่ด้วยจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่ง ร.ต.ท.วิญญู ปุริโส พนักงานสอบสวนฯ สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1(เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่าย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย

กำลังตำรวจพร้อมอาวุธครบมือ กว่า30 นายปิดล้อมแก๊งค้ายาเสพติด

สอบถามนายไพฑูรย์ หรือ เตี้ย เวหน ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ให้การยอมรับสารภาพว่า หลังกลับจากนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้า จึงได้นำยาบ้าที่เหลือประมาณ 150 เม็ด มาเสพที่บ้านของเพื่อนประมาณ 20 เม็ด ซึ่งเป็นสถานที่พวกตนนัดกันมามั่วสุมเสพยาบ้า และเตรียมจะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าเป็นประจำ ขณะนั้นเพื่อนในกลุ่มซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของบ้านกำลังจะเดินลงไปชั้นล่างของตัวบ้านสังเกตเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินผ่านเข้ามาที่บริเวณบ้านจึงรีบวิ่งขึ้นมาบอกพวกตนว่า มีตำรวจมา พร้อมกับล็อกกลอนประตู และนำอาวุธปืนแจกจ่ายกัน และหลบอยู่ตามมุมต่างๆ ของตัวบ้าน หากตำรวจมาจับ

ต่อมาเจ้าของบ้านได้เรียกให้ลงมาจากบ้าน แต่พวกตนสังเกตเห็นว่า มีตำรวจยืนอยู่ด้วยจึงไม่กล้าลงไปกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง และเห็นว่า มีกำลังตำรวจเพิ่มจำนวนมากขึ้น พร้อมอาวุธปืนทั้งปืนสั้นปืนยาวครบมือ จึงตกลงกันว่า หากจะยิงต่อสู้คงไม่รอดแน่ เพราะกำลังตำรวจมีมากกว่า

นายไพฑูรย์ บอกว่าระหว่างนั้น น.ส.หมิ๋ว (นามสมมติ) ซึ่งเป็นแฟนของตนเอง ได้นำยาบ้าที่เหลือจากการเสพอีกกว่า 100 เม็ด เทลงใส่ขวดน้ำอัดลม และเขย่าเพื่อให้ยาบ้าละลายไปกับน้ำอัดลม หากตำรวจจับได้ก็จะไม่พบตัวยาบ้าที่เป็นเม็ดอยู่ ก่อนจะนำปืนและลูกปืนไปซ่อนตามซอกต่างๆ ของตัวบ้านเพื่อหลบเลี่ยงจากการตรวจค้นของตำรวจ เสร็จแล้วจึงเดินลงมามอบตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ส่วนอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนทั้งหมดที่ตรวจพบ เป็นของพวกตนเองจริงซึ่งมีไว้เพื่อป้องกันตัว ตอนเดินทางไปรับยาบ้า หรือ นำยาบ้าไปส่งขายให้กับลูกค้าซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่ อ.คูเมือง อ.พุทไธสง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ และ อ.พยัคฆ์ภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน โดยยาบ้าทั้งหมดเป็นของนักโทษชายรายหนึ่ง ซึ่งถูกคุมขังตัวอยู่ในเรือนจำฯ เป็นคนโทรศัพท์มาสั่งการให้ไปรับตามจุดต่างๆ ที่จะมีคนมาวางไว้ให้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่ อ.คูเมือง ครั้งละประมาณ 2,000-2,400 เม็ด หรือ ประมาณ 10-12 ถุง จากนั้นเมื่อได้ยาบ้ามาแล้ว ก็จะนำไปวางต่อให้ลูกค้าที่นักโทษในเรือนจำเป็นคนสั่งและตนก็จะนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ต่างๆ โดยตนจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 1-2 ถุงต่อครั้ง และเมื่อเก็บเงินค่ายาบ้าครบตามจำนวนแล้ว ก็จะโทรศัพท์ไปบอกว่า จะทำการโอนเงินไปให้นักโทษคนดังกล่าว ก็จะบอกเบอร์บัญชีธนาคารมาให้ ซึ่งเบอร์บัญชีแต่ละครั้งแทบจะไม่ซ้ำกันเลย

ด้าน พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ ได้ทำการสืบทราบว่า ที่หมู่บ้านอีเม้งจะมีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมเสพและนำยาเสพติด เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่จึงได้ออกทำการสืบสวนหาข่าว กระทั่งทราบว่า เป็นกลุ่มของ นายทัชชัย หรือ ทัดประโพศรี กับ นายไพรฑูรย์ หรือเตี้ย เวหน มักจะพากันมามั่วสุมเสพยาเสพติด หลังจากกลับมาจากนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าหรือเตรียมจะนำยาเสพติดไปจำหน่าย โดยจะใช้บ้านพักของนางออน ประโพศรี แม่ของนายทัชชัย เป็นแหล่งมั่วสุมดังกล่าว เมื่อตำรวจได้ผ่านมาบริเวณหน้าบ้าน  ระหว่างนั้น นายทัชชัยได้เดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้าน และเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเดินผ่านเข้ามาจึงรีบวิ่งขึ้นไปที่บริเวณชั้นบนของตัวบ้าน พร้อมกับล็อกกลอนประตูทางขึ้นไว้ ระหว่างนั้นตำรวจได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งอยู่บนบ้านกับเสียงขึ้นลำเลื่อนปืนหลายครั้ง จึงทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่อยู่บนบ้านมีอาวุธปืนพร้อมที่จะยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ หากขึ้นไปบนบ้าน จึงได้หาที่หลบกำบังและสังเกตเห็นที่บริเวณหน้าต่าง มีวัยรุ่นพร้อมอาวุธปืนครบมือซุ่มอยู่ดังกล่าว ก่อนจะเรียกนางออน (เจ้าของบ้าน) เพื่อสอบถามว่า มีใครอยู่บนบ้านบ้าง ซึ่งนางออนบอกเพียงว่า มีลูกชายของตน พร้อมเพื่อนรวม 5 คน ชาย 4 คน หญิง 1 คน

พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ เปิดเผยต่อว่า ระหว่างนั้นตำรวจจึงขออนุญาตนางออน (เจ้าของบ้าน) เพื่อจะขอทำการตรวจค้นที่บริเวณชั้นบนของตัวบ้าน พร้อมกับแจ้งให้ นางออน (เจ้าของบ้าน) ทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งนางออน (เจ้าของบ้าน) ยอมรับว่า เคยเห็นมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดอยู่จริง และอนุญาตให้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าวได้ โดยทำทีให้นางออน (เจ้าของบ้าน) ตะโกนเรียกให้นายทัชชัย(ลูกชาย) เป็นประตูบ้าน แต่ นายทัชชัย กับพวกไม่ยอมเปิดประตู ขณะนั้นตำรวจสังเกตเห็นมีวัยรุ่นที่อยู่บนบ้านใช้ปืนยาวเล็งปลายกระบอกปืน มาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่บริเวณหน้าต่างบ้านด้านทิศใต้และได้ยินเสียงกระชากลูกเลื่อนปืนอยู่เป็นระยะ จึงประเมินสถานการณ์ว่า ไม่ปลอดภัยแน่หากจะเข้าชาร์จจับกุม เพราะกลุ่มวัยรุ่นอาจจะก่อเหตุยิงปืนใส่ตำรวจ หากขึ้นไปบนบ้านก็เป็นได้ จึงได้วางกำลังล้อมบ้านหลังดังกล่าวไว้พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และขอกำลังสนับสนุนจาก ตำรวจ ชป.ปส.ฯและตำรวจนปพ.ฯ

พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า เมื่อกำลังสนับสนุนมาถึงได้มีการพยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมหลายวิถีทางแต่ไม่ประสบผลสำเร็จกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 4-5 ชั่วโมง ตำรวจได้ติดตามญาติของกลุ่มวัยรุ่นทั้ง5 คน ให้มาเรียกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวลงมาจากตัวบ้านก็ยังไม่เสียงการตอบรับจากกลุ่มวัยรุ่น กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 7 ชั่วโมง นายทัชชัย พร้อมพวกทั้ง 5 คน ได้เดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านและมานั่งรอเพื่อมอบตัวอยู่ที่บริเวณชั้นล่างของตัวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจค้นตัวไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย จึงได้ขึ้นไปตรวจค้นชั้นบนของบ้าน โดยมี นางออน(เจ้าของบ้าน)เป็นผู้นำตรวจค้นและพบอาวุธปืน พร้อมเครื่องกระสุน กระดาษที่ใช้สำหรับห่อยาเสพติด และขวดน้ำอัดลมที่มีการเทยาบ้าลงละลายในขวดดังกล่าว

พ.ต.อ.ขจรศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า สำหรับกลุ่มวัยรุ่นที่ถูกจับกุมได้ดังกล่าว ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านใหม่ไชยพจน์ ได้ติดตามตัวมานานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะจับกุมได้ เพราะส่วนใหญ่วัยรุ่นกลุ่มนี้ เวลากลางวันจะไปอาศัยอยู่ตามป่า พอเวลากลางคืนก็จะเข้ามามั่วสุมอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งการเดินทางเข้า-ออกทุกครั้ง วัยรุ่นกลุ่มนี้ จะมีการระมัดระวังตัวเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสะกดรอยตามของตำรวจ แต่ตำรวจก็ไม่ยอมลดละกระทั่งพบเห็นกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ทั้งนี้ จากการสืบสวนเพิ่มเติมทราบว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้ ยังเคยมีการโพสต์ภาพทำท่าถือปืน เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กของกลุ่มว่า ขู่จะยิงตำรวจด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้