วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกินกว่าเหตุ

บางครั้งความจริงก็เป็นเรื่องเจ็บปวด แต่การยอมรับความจริง ยอมกล่าวคำขอโทษจะช่วยยุติปัญหาได้ดีที่สุด

“แม่ลูกจันทร์”พูดถึงคดีวิสามัญฯ 4 ศพ กลุ่มแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบที่อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

ซึ่งเกิดการพลิกผันกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

หลังจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 3 ฝ่าย ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่าเหยื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ศพ ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์

ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ไม่ใช่แนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบ

ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงและไม่เคยมีหมายจับคดีความมั่นคงมาก่อน

อนึ่ง การอ้างว่าผู้เสียชีวิตใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้

คณะกรรมการมีความเห็นว่าอาวุธปืนของกลางดังกล่าวไม่ใช่เป็นของผู้ตาย และผู้ตายไม่ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้

ส่วนอาวุธปืนของกลางมาจากไหน จึงเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า จากข้อสรุปดังกล่าว คณะ กก.สอบข้อเท็จจริง จึงชี้ว่ากรณีวิสามัญฯ 4 ศพ ที่ อ.ทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ฝ่ายเจ้าหน้าที่...

“กระทำการเกินกว่าเหตุ”

จึงเสนอให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

และให้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตโดยเร็วที่สุด

“แม่ลูกจันทร์” ขอชื่นชม พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาค 4 ที่ออกมากล่าวขออภัยประชาชนและขออภัยครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด

พร้อมแสดงความเสียใจที่มีผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิตถึง 4 ศพ

“แม่ทัพภาค 4” ยืนยันว่าได้ยํ้าให้เจ้าหน้าที่ยึดแนวทางสันติ เคารพหลักสิทธิมนุษยชน หลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด

จึงอยากขอร้องทุกฝ่ายร่วมกันก้าวข้ามวิกฤติครั้งนี้เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า การกล่าวคำขออภัยและแสดงความเสียใจของแม่ทัพภาค 4 จะช่วยลดบรรยากาศตึงเครียดในพื้นที่ และช่วยป้องกันผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสเอา

เรื่องนี้ไปปลุกระดมให้บานปลายกลายเป็นวิกฤติใหญ่

อย่างไรก็ตาม “แม่ลูกจันทร์” รู้สึกเห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้สถานการณ์ไม่ปกติ

การทำงานภายใต้ความกดดันอาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาด ง่ายกว่าการทำงานภายใต้สถานการณ์ปกติ

ฉะนั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจบานปลายกลายเป็น “การกระทำเกินกว่าเหตุ”

การปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาก่อความไม่สงบ จึงต้องระมัดระวังรอบคอบ

และเจ้าหน้าที่ต้องไม่เป็นฝ่ายใช้อาวุธก่อน!!

เพราะถ้าเจ้าหน้าที่เปิดฉากยิงก่อน อาจพลาดพลั้งทำให้ผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บล้มตาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐาน “กระทำเกินกว่าเหตุ”

แต่มองอีกมุม การปิดล้อมจับกุมกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ (ที่มีหมายจับ) ซึ่งต้องมีอาวุธร้ายแรงในมือ

ถ้าขืนรอให้ผู้ร้ายเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงเจ้าหน้าที่ก็มีโอกาสโดนยิงตายก่อน

สรุปว่าในสถานการณ์คับขัน มีโอกาสตายเท่ากันทั้งสองฝ่าย การรักษาชีวิตตัวเองไม่ให้ตายเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด

นี่จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงโดนข้อหากระทำการเกินกว่าเหตุ.

“แม่ลูกจันทร์”

8 เม.ย. 2558 10:51 8 เม.ย. 2558 10:51 ไทยรัฐ