วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
9 เม.ย. 2558 05:01 น.
กาลเวลาจารึกคน ประมนต์ สุธีวงศ์

กาลเวลาจารึกคน ประมนต์ สุธีวงศ์

โดย ซูม
9 เม.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

หนังสือประวัติชีวิตบุคคลเล่มที่ 3 ที่ผมอ่านจบไปเรียบร้อยในช่วงนี้ ได้แก่ หนังสือที่มีชื่อเรื่องว่า “กาลเวลาจารึกคน” ซึ่งเป็นเรื่องราวของคุณประมนต์ สุธีวงศ์ อดีตประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่ผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะคุ้นเคยกับชื่อเสียงของท่านเป็นอันดีอยู่แล้ว

เป็นหนังสือที่ใช้วิธีเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ลำดับความตั้งแต่ตอนที่ท่านยังเป็นเด็ก จนกระทั่งเติบโตเป็นหนุ่ม ไปเรียนเมืองนอกกลับมา

ทำงาน ทำงาน ทำงาน และดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังทำงาน แม้จะมีอายุย่างเข้า 76 ปีแล้วก็ตาม

งานล่าสุดของคุณประมนต์เป็นงานจิตอาสาที่ยิ่งใหญ่มาก ในฐานะ ประธานเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย

คุณประมนต์เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่า “เป็นงานที่ไม่ได้อยู่ในแผนชีวิตมาก่อน แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งหนึ่งของชีวิต”

เช่นเดียวกับ คุณประยุทธ มหากิจศิริ ที่ผมเล่าไว้แล้วเมื่อวานนี้...คุณประมนต์เขียนหนังสือได้อย่างน่าอ่าน ใช้ถ้อยคำง่ายๆ สบายๆ อ่านแล้วไม่ต้องตีความ

ชีวิตวัยเด็กที่ตำบลบางลี่ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และในช่วงที่มาเข้าโรงเรียนประจำที่โรงเรียน กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย อ่านแล้วก็พลอยมีความสุขและความสนุกตามไปด้วย

เพื่อนร่วมรุ่นของคุณประมนต์เติบใหญ่มาเป็นคนดังมีชื่อเสียง และทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทยหลายๆคน...รวมทั้ง วิทย์ รายนานนท์ ที่กลายมาเป็นเพื่อนผมด้วยในภายหลัง

จุดเปลี่ยนชีวิตของคุณประมนต์เกิดขึ้น เพราะสอบเข้า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ไม่ได้ จึงตัดสินใจขอเงินพ่อไปเรียนต่อที่อเมริกา จนจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากมหาวิทยาลัยแคนซัส

คุณประมนต์บันทึกเรื่องราวในช่วงที่เรียน และเดินทางท่องเที่ยวหาประสบการณ์ในสหรัฐอเมริกาเอาไว้ละเอียดพอสมควร อ่านได้เพลินๆ และได้เกร็ดความรู้ไปโดยตลอด

ในช่วงกลับมาทำงาน คุณประมนต์เล่าเรื่องตอนทำงานกับเอสโซ่ ทำให้ได้ข้อคิดในการทำงานในระบบฝรั่ง แต่พอมาอยู่ปูนซิเมนต์ หรือ SCG ทำงานกับญี่ปุ่นเยอะก็ได้วัฒนธรรมการทำงานอันเป็นเลิศของญี่ปุ่นติดตัวมาด้วย และเขียนเล่าให้อ่านด้วย

ต้องค่อยๆอ่านเลยละครับในบทที่ว่าด้วยเรื่องการทำงาน ซึ่งจะทำให้เราได้รู้ว่าฝรั่งกับญี่ปุ่นนั้นทำงานกันอย่างไร

บทที่ผมตั้งใจอ่านมากที่สุด คือบทที่คุณประมนต์เขียนเล่าตอนที่ไปผ่าตัดทำ “บายพาส” หัวใจ ในช่วงอายุ 68 ปี ซึ่งคุณประมนต์เขียนไว้อย่างละเอียดตั้งแต่ช่วงเตรียมตัว ช่วงเจ็บตัว และช่วงพักฟื้นรวมแล้วถึง 14 หน้า——ผมอ่านสัก 5 รอบได้มั้งด้วยเหตุผลอะไรค่อยบอกวันหลังก็ละกัน

สรุปเป็นหนังสือที่ผมชอบอีกเล่มหนึ่งและต้องขอขอบคุณคุณประมนต์ ที่ใช้พลังอย่างมากในการบันทึกเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ถึงเกือบ 500 หน้า ในหนังสือที่จัดพิมพ์โดยโพสต์บุ๊กพับลิชชิ่ง เล่มนี้

ขอเอาใจช่วยให้งานล่าสุดอันได้แก่งานต่อต้านคอร์รัปชันที่ คุณประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเดินหน้าวิ่งชนอยู่ขณะนี้จงประสบความสำเร็จเพราะจะเป็นผลดีแก่ประเทศไทยของเราอย่างเหลือล้น

คุณประมนต์เขียนไว้ในย่อหน้าสุดท้ายของหนังสือว่า “การรณรงค์การกำจัดคอร์รัปชันต้องทำอย่างจริงจังต่อเนื่องและยาวนาน งานนี้เต็มไปด้วยความตกใจและเศร้าใจผสมผสานกับความตื่นเต้นเร้าใจเป็นครั้งคราว แต่แฝงไว้ด้วยอันตรายในระดับหนึ่ง”

“แต่ในที่สุดไม่ว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลว จะมีบทเรียนที่สามารถฝากไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาในอนาคต เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเขียนบันทึกของประสบการณ์ไว้ขณะนี้”

“ผมจึงขอยุติบันทึกประสบการณ์ข้อคิดใน กาลเวลาจารึกคน ไว้เพียงเท่านี้...จนกว่าจะถึงเวลาที่เราจะฉลองชัยชนะที่ใฝ่ฝันไว้”

ครับ! ก็อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นน่ะแหละว่าผมเอาใจช่วยคุณประมนต์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และหวังจะได้ร่วมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือสงครามคอร์รัปชัน ที่จะทำให้แผ่นดินไทยเราสูงขึ้นอย่างมหาศาล...ในเวลาอันไม่นานเกินรอ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้