วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘เสี่ยบิ๊ก’โร่ร้องป. ถูกขู่เรียก177ล้าน (ชมคลิป)

‘เสี่ยบิ๊ก’โร่ร้องป. ถูกขู่เรียก177ล้าน (ชมคลิป)

  • Share:

อดีตบอร์ด‘สกสค.’กับชายฉกรรจ์มีปืน

“เสี่ยบิ๊ก” ประธานบริหารทีมฟุตบอลเพื่อนตำรวจและหุ้นส่วนสโมสรฟุตบอล เรดดิ้ง ในประเทศอังกฤษ โร่ร้องกองปราบฯ ถูกอดีตกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากผู้ที่ร่วมทุนทำโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์ไม่พอใจ นัดเรียกไปเจรจาในค่ายลูกเสือที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี แต่กลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ถือปืนคุมบังคับให้ถอดเสื้อผ้า เจรจากับอดีตบอร์ดสกสค.เรียกเงิน 177 ล้านบาท ขู่ถ้าไม่ให้ชีวิตจะไม่ปลอดภัย รวมทั้งบริษัทอาจถูกวางระเบิด


เหตุเสี่ยนักธุรกิจ ถูกกรรโชกทรัพย์ 177 ล้านบาท เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 เม.ย.นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา หรือเสี่ยบิ๊ก อายุ 40 ปี ประธานบริหารสโมสรเพื่อนตำรวจ และผู้ถือหุ้นสโมสรฟุตบอลเรดดิ้ง อยู่ในลีกแชมเปียนชิพ ประเทศอังกฤษ และเจ้าของบริษัทสัญญาประกันภัย จำกัด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 9 คน กักขังหน่วงเหนี่ยวและกรรโชกทรัพย์

นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกลางปี 2556 บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ต กรุ๊ป จำกัด ที่ตนเป็นหุ้นส่วน ได้ริเริ่มจัดทำโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 1,104 ไร่ งบประมาณ 6,400 ล้านบาท หลังโครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้นำเงินจำนวน 2,100 ล้านบาท มาร่วมลงทุนด้วย มีการทำสัญญากันอย่างถูกต้อง โดยบริษัทจะจ่ายเงินผลประโยชน์ให้กับหน่วยงาน สกสค.โดยตรง ร้อยละ 7 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ต่อมาช่วงประมาณเดือนสิงหาคม ได้มีอดีตบอร์ดบริหารของ สกสค.ที่เสียผลประโยชน์เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศราวุทธ โชติสุวรรณ พงส. บก.ป. และ บก.ปปป. กล่าวหาตนว่า กระทำการสนับสนุนข้าราชการโดยไม่ชอบ และผิดระเบียบวัตถุประสงค์การกู้ยืมเงินของ สกสค. โดยเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง บริษัทของตนไม่ได้กู้ยืมเงิน แต่ทาง สกสค.ได้นำเงินมาร่วมลงทุนด้วย

หลังจากนั้นได้ถูกอดีตบอร์ดคนดังกล่าวข่มขู่เรื่อยมา จนเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ทางฝ่ายตรงข้ามได้ติดต่อนัดหมายมาอีก ให้ไปพบกันที่ค่ายลูกเสือแห่งหนึ่ง ใน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตนอยากรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการอะไร และใครเป็นคนบงการ จึงได้เดินทางไป ทันทีที่ไปถึงได้มีชายฉกรรจ์ 9 คน มีอาวุธปืน 4-5 คน หนึ่งในนั้นมีอดีตบอร์ดคนดังกล่าวรวมอยู่ด้วย ได้ข่มขู่บังคับให้ตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด แล้วเดินไปคุยกับกลุ่มชายฉกรรจ์ในบ้านพักของค่ายดังกล่าว เรียกร้องให้ตนทำตาม 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้ร่วมมือล้มล้างบอร์ดบริหารของ สกสค. 2. หากล้างบอร์ดชุดปัจจุบันได้แล้ว ขอให้ช่วยเหลืออดีตบอร์ดคนดังกล่าวและทีมงานเข้ามาดำเนินการแทนเพื่อแลกกับการสนับสนุนเงินของกองทุน และขอให้จ่ายเงินค่าคอมมิชชั่นจำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ 3.ให้นำเงิน 177 ล้านบาทมาให้ โดยงวดแรกให้จ่ายเงิน 77 ล้าน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเจรจา เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ตนรับปากว่าจะนำเรื่องกลับไปพิจารณาอีกครั้ง แต่กลับถูกข่มขู่มาโดยตลอด ถึงขั้นจะทำร้ายให้ถึงชีวิต รวมทั้งนำระเบิดมาวางไว้ที่บ้านและที่ทำงาน ถ้าไม่นำเงินมามอบให้ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย.นี้ ตนทนไม่ไหวจึงจำเป็นต้องขอความเป็นธรรมในครั้งนี้

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องไว้ดำเนินการ โดยจะสอบปากคำผู้เสียหายและตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ทั้งนี้ ทางผู้เสียหายได้นำเอกสารการร่วมลงทุนระหว่าง สกสค.กับบริษัทของผู้เสียหายมาให้ รวมทั้งเอกสารต่างๆ เบื้องต้นตรวจสอบพบว่าเอกสารถูกต้องมีการระบุหลักเกณฑ์ชัดเจนว่าเงินกองทุนดังกล่าวนั้นเป็นการร่วมลงทุนจริง ไม่ใช่เป็นการกู้ยืมแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหลังจากนี้จะตรวจสอบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุว่ามีใครบ้าง ถ้าเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลจะเร่งดำเนินการโดยด่วน อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้