วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นลงทุนรัฐ-เอกชนกระตุ้น กกร.ประสานเสียงจีพีดีปีนี้เติบโต 3.5%

กกร.ยังมองบวก คาดจีพีดีปีนี้โตตามเป้า 3.5% แต่ขอลดการเติบโตการส่งออกเหลือ 1% ลุ้นเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ เอกชน กระตุ้นและธุรกิจท่องเที่ยวช่วยผลักดัน พร้อมแนะรัฐเร่งระบายงบประมาณต่ำกว่า 20 ล้านบาท ให้ระบายสู่ต่างจังหวัด กระตุ้นกำลังซื้อ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยหลังการเป็นประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ว่า กกร. ได้พิจารณาว่าจะยังคงเป้าหมายอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ ไว้ที่ระดับ 3.5% ตามเดิม แต่จะปรับลดอัตราการเติบโตของการส่งออกตลอดทั้งปีนี้เหลือไม่เกิน 1% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโต 3.5%

โดยจีดีพีที่ยังคงเป้าไว้ เนื่องจากแม้ทิศทางการส่งออกจะลดลง ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ปัจจัยส่งออกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีดีพี ซึ่งพบว่างบประมาณการลงทุนของภาครัฐจะเห็นผลในไตรมาส 3-4 ขณะที่การท่องเที่ยวที่เติบโต 2.9% จะเป็นปัจจัยหลักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย

“แม้การท่องเที่ยวจะมีปัญหาเรื่ององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศไทย หรือไอซีเอไอ แต่ก็เป็นปัญหาระยะสั้น ผมยังเชื่อมั่นว่าตลอดปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย 28 ล้านคน ขณะที่งบประมาณภาครัฐที่มีการเบิกจ่ายคงเห็นผลในระยะต่อไป และภาคเอกชนก็จะมีการลงทุนตามมา กกร.จึงมองว่า กรณีดังกล่าวจะยังเป็นปัจจัยบวกอยู่ ส่วนส่งออก 2 เดือนแรกที่ต่ำกว่าเป้าหมาย และแนวโน้มการส่งออกหลายๆประเทศก็ยังไม่ฟื้นตัว ยกเว้นสหรัฐฯ จึงยังมีแนวโน้มไม่สู้ดี”

ทั้งนี้ กกร.มองว่า การลงทุนของภาคเอกชนในปีนี้จะมีมูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท เนื่องจากปีที่ผ่านมามีผู้ประกอบการขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 2 ล้านล้านบาท กรณีดังกล่าวจะทำให้จีดีพีปีนี้ขยายตัวไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นายสุพันธุ์กล่าวว่า ล่าสุดวันที่ 9 เม.ย.นี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องไปหารือถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจและการผลักดันการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งขณะนี้ กกร.ได้ร่วมกันผลักดันเพื่อคัดเลือกกลุ่มหรือ Cluster ของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอนาคตและมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ โดยจัดทำเป็นลักษณะการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ (Value Chain) ของคลัสเตอร์ เพื่อคัดเลือกในการส่งเสริมอย่างเร่งด่วนในปีนี้ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว บริการเชิงสุขภาพ เกษตร และอาหาร ยาง และไม้ยางพารา เป็นต้น

“การหารือดังกล่าว ภาคเอกชนจะเสนอให้ภาครัฐเร่งลดขั้นตอนทำงานต่างๆที่สอดรับกับความต้องการของภาคธุรกิจ และขณะนี้ กกร.ก็เป็นห่วงเรื่องการอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างภายใต้งบประมาณขนาดกลางตั้งแต่ 5-20 ล้านบาท ที่ยังล่าช้ามาก เพราะหน่วยราชการไม่กล้าดำเนินการ เนื่องจากกลัวปัญหาเรื่องทุจริต ทั้งที่งบประมาณดังกล่าวควรมีการจัดซื้อจัดจ้างให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ภูมิภาคได้อย่างรวดเร็ว และช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในต่างจังหวัดได้ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่”

นายสุพันธุ์กล่าวว่า ขณะนี้ต้องยอมรับว่ากำลังซื้อของประชาชนลดลงต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดขายรถยนต์ในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ที่
ต่ำกว่าเป้าหมายมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถดถอย และสิ่งสำคัญมาจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ยิ่งทำให้การเติบโตของจีดีพีลดลง ส่วนสัญญาณการปลดคนงานออกจากระบบการจ้างงานนั้น ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการปลดแรงงานในภาคอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ แต่อาจมีการชะลอจ่ายเงินล่วงเวลา (โอที) หรือลดการทำงานโอทีลง

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การหารือกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรครั้งนี้ สภาหอการค้าไทยจะหารือถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดพื้นที่เพาะปลูก หรือโซนนิ่งพืชเกษตร โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ลดพื้นที่ปลูกนาข้าว มาปลูกอ้อย มันสำปะหลังแทน.

กกร.ยังมองบวก คาดจีพีดีปีนี้โตตามเป้า3.5%แต่ขอลดการเติบโตการส่งออกเหลือ1%ลุ้นเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ เอกชน กระตุ้นและธุรกิจท่องเที่ยวช่วยผลักดัน พร้อมแนะรัฐเร่งระบายงบประมาณต่ำกว่า20ล้านบาท ให้ระบายสู่ต่างจังหวัด กระตุ้นกำลังซื้อ 8 เม.ย. 2558 01:16 8 เม.ย. 2558 01:17 ไทยรัฐ