วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อยู่ยาวเร้าศึกนอกใน

“ปรองดอง” กะทันหัน

ทั้งคนพรรคเพื่อไทย ทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์ร้องยี้ตามๆกัน ประสานเสียงโห่ฮา “โหร คมช.” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ที่ทำนายว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.จะอยู่ในอำนาจต่อไปอีก 3 ปี

ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่า นักเลือกตั้งอาชีพมีหวังตกงานอีกยาว

แม่นหรือไม่แม่น แต่ถ้ามองกันในมุมของปฏิบัติการส่งสัญญาณนำร่อง ต้องถือว่าเข้าเหลี่ยมสถานการณ์พอดี

โฟกัสจากคำชี้แจงอย่างเป็นทางการของ “เสธ.ไก่อู” พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันนายกฯเอาเป้าหมายของการงานเป็นที่ตั้ง หากทุกอย่างเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้

ก็ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่รัฐบาลจะต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไป

แต่หากยังมีความพยายามปลุกปั่น ยั่วยุ ขัดขวาง การทำงานของรัฐบาลก็จะส่งผลให้การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เป็นไปตามแผนและระยะเวลาที่วางไว้หากยังมีความเคลื่อนไหวอันนำไปสู่ความไม่สงบ สร้างความเดือดร้อนอันตรายให้แก่เจ้าหน้าที่และประชาชน
รัฐบาลก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกเหนือจากยืนเคียงข้าง ไม่สามารถละทิ้งประชาชนและหน้าที่ได้

ตามสูตร “เปิดช่อง” ล็อกเป็นเงื่อนไข “ดัก” รอไว้

และโดยฉากสถานการณ์ก็เริ่มตั้งเค้าอีกแล้ว ตามจังหวะที่กลุ่มคนเสื้อแดง นปช.เริ่มขยับร้องขอไฟเขียว คสช.เพื่อจัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แนวร่วมที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมเมื่อปี 2553

แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทหาร คสช.

และโดยอารมณ์ต่อเนื่องกัน ล่าสุด “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ หัวขบวนกลุ่มเสื้อแดง นปช. พร้อมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำ นปช.ได้เดินทางเข้าพบนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

เพื่อสอบถามถึงกรณีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนในคดีการเสียชีวิตจำนวน 99 ศพ จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2553

แสดงความเป็นห่วงที่มีการนำทหารมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะพนักงานสอบสวน เกรงว่ากรรมการชุดใหม่อาจจะไปเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงทำให้ไม่ได้รับความเป็นธรรม

ตามรูปการณ์ ปมนี้จะเป็นชนวนปะทุ “โหมไฟ” อีกรอบแน่

และไม่ใช่แค่แรงกระเพื่อมภายในประเทศเท่านั้น ตามรูปเกมรัฐบาลทหาร คสช.กำลังเล่นกับแรงเสียดทานนอกประเทศอีกต่างหาก
ตามคิวที่ พล.อ.ประยุทธ์ส่งเทียบเชิญนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซียมาเยือนประเทศไทย ปัดฝุ่นฟื้นความสัมพันธ์เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี

ขณะที่อีกด้าน “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ก็ยกทีมรัฐมนตรีและบิ๊กทหาร บินไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ

รัฐบาลทหาร คสช.หันมาผูกเสี่ยวกับรัสเซีย จีนแผ่นดินใหญ่

ตามจังหวะที่มีการประเมินว่า เป็นยุทธศาสตร์ถ่ายน้ำหนักมาที่ฟากของโลกสังคมนิยมหลังม่านเหล็ก ม่านไม้ไผ่ เพื่อถ่วงดุลกับโลกเสรีประชาธิปไตยที่นำโดยสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

เดินแต้มเกมการเมืองโลกที่เกี่ยวโยงกับเกมอำนาจในเมืองไทย

แก้หมากที่ฟากโลกเสรี พี่เบิ้มสหรัฐฯไปให้น้ำหนักกับขั้วอำนาจ “ทักษิณ” มากกว่ารัฐบาลท็อปบูต

งานนี้รัฐบาล คสช.เล่นแต้มได้ใจพวกชาตินิยม แต่ก็ต้องประคองจังหวะ ประเมินผลได้ผลเสียให้ดีๆ เพราะโดยสถานการณ์สุ่มเสี่ยง ถ้าเดินแต้มพลาดในหมากกระดานโลกล้อมประเทศไทย

หนีไม่พ้นแรงกดทับจะหล่นลงไปที่ภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ

กระทบปมสิทธิทางการค้าแน่ๆ อันดับแรกเลยก็คือสินค้าประมงที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ตามเงื่อนไขที่ไทยกำลังมีปัญหาการค้าแรงงานมนุษย์บนเรือประมงของไทยในประเทศอินโดนีเซีย

ถ้าโดนแบน รายได้จากการส่งออกสินค้าประมง 2 แสนกว่าล้านมีหวังวูบ

และนั่นก็จะซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ประเมินจากเศรษฐศาสตร์ข้างถนน พ่อค้าแม่ค้าบ่นขายของไม่ได้ เซเว่นอีเลฟเว่นยอดตกต่อเนื่อง สถานการณ์ปากท้องรากหญ้ากำลังฝืดเคืองสุดๆ

ล่าสุดงานมอเตอร์โชว์ก็เงียบเหงา ยอดจองรถยนต์ไม่เข้าเป้า

เศรษฐีก็หนาวๆร้อนๆ กลัวติดหล่มสภาพคล่องเหมือนกัน.

ทีมข่าวการเมือง

8 เม.ย. 2558 01:07 8 เม.ย. 2558 01:07 ไทยรัฐ