วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิติธรรมคือเสาหลัก

วงการนักกฎหมายและนักการเมืองไทยชอบอ้าง “หลักนิติธรรม” กันเป็นประจำ รัฐบาลที่ผ่านมาก็ตั้งคณะกรรมการอิสระส่งเสริมหลักนิติธรรม แต่ไม่ทราบว่าก้าวหน้าไปแค่ไหน? และคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ชัดเจน “นิติธรรม” คืออะไรกันแน่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ก็แสดงปาฐกถาเรื่องนิติธรรม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รองนายกรัฐมนตรี นักกฎหมายระดับปรมาจารย์ กล่าวว่า หลักนิติธรรมเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นครั้งแรก ฉบับใหม่ก็จะสืบทอดต่อ และอธิบายว่าหลักนิติธรรม ได้แก่ การใช้กฎหมายเป็นใหญ่ การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การยึดหลักแบ่งแยกอำนาจ การตรวจสอบอำนาจ ป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ยึดหลักนิติกระบวน และต้องมีศาลที่เป็นกลาง เป็นอิสระ

นักวิชาการบางคนจัดให้หลักนิติธรรม เป็นองค์ประกอบสำคัญของธรรมาภิบาลคือหลักการปกครองประเทศที่ดี ส่วนรัฐธรรมนูญ 2550 มีบทบัญญัติว่าด้วยการแบ่งแยกอำนาจเป็นนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ และย้ำว่าการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอำนาจทั้งสาม ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม รวมทั้งเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการคุ้มครองตามกฎหมายโดยเสมอหน้า

แม้จะมีความเห็นต่างกันบ้างแต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันว่าหลักนิติธรรมเป็นเสาหลักของระบอบประชาธิปไตย เช่นเดียวกับการเลือกตั้ง และการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ ประเทศเผด็จการกับประเทศประชาธิปไตย อาจมีการเลือกตั้งในรูปแบบของตน แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือเผด็จการไม่ยึดหลักนิติธรรม ไม่ยึดหลักใช้กฎหมายเป็นใหญ่ แต่ยึดถือตัวบุคคลหรือคณะบุคคลเป็นใหญ่

ส่วนในประเทศไทย นักการเมืองมักจะถือว่า “การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย” โดยไม่สนใจหลักนิติธรรม และหลักการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ นักวิชาการตะวันตกหลายคนวิจารณ์ว่า กว่า 83 ปีที่ผ่านมา ไทยไม่เคยเป็นประชาธิปไตยที่แท้ แม้แต่รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้งก็ไม่สนใจนิติธรรม ใช้อำนาจสร้างความร่ำรวย และทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุล

การสร้างประชาธิปไตยไทยให้มั่นคง จึงต้องเริ่มต้นด้วยการทำให้หลักนิติ-ธรรมเป็นการปฏิบัติที่เป็นจริง ต้องบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนโดยเสมอหน้า โดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน การละเลยหลักนิติธรรม นอกจากจะทำให้ประชาธิปไตยไทยไม่รู้จักโตแล้วยังก่อปัญหา ความเหลื่อมล้ำในสังคม ทั้งด้านรายได้ อำนาจ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

การปลูกฝังหลักนิติธรรมในประเทศไทย สังคมที่ขาดวัฒนธรรมการเมืองประชาธิปไตยเป็นปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็ญ ทุกฝ่ายต้อง “คิดใหม่–ทำใหม่” ในทางการเมือง เริ่มต้นด้วยการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปตำรวจให้เป็น “ผู้พิทักษ์นิติธรรม” ไม่ใช่เป็นผู้ทำลายนิติธรรมเสียเอง แม้จะยากเย็นแสนเข็ญก็ต้องทำ มิฉะนั้นจะไม่มีทางเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าในชาติไหนๆ.

7 เม.ย. 2558 09:11 7 เม.ย. 2558 09:11 ไทยรัฐ