วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้หนี้นอกระบบสะดุดดอกเบี้ยสูง

แก้หนี้นอกระบบสะดุดดอกเบี้ยสูง

  • Share:

นายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณามาตรการสนับสนุนและพัฒนากองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีสาระสำคัญคือการให้สินเชื่อแก่กองทุนหมู่บ้านที่อยู่ในชั้นดีคือชั้นเอและบี จากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แห่งละ 20,000 ล้านบาท รวมเป็นวงเงิน 40,000 ล้านบาท ระยะเวลาขอสินเชื่อ 2 ปี เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านนำไปรับซื้อหนี้จากสมาชิกในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังได้เสนออัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ซึ่งคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่เสนอมาไม่เกิน 5% นั้นเป็นช่วงที่กว้างเกินไป ควรกำหนดให้ชัดเจน หรือดอกเบี้ยที่ 3% แต่ถ้าคิดเต็มอัตรา 5% ก็ไม่ได้แตกต่างจากดอกเบี้ยที่ให้สินเชื่อทั่วไป

เมื่อกองทุนหมู่บ้านนำไปรับซื้อหนี้นอกระบบจากสมาชิก จะทำให้สมาชิกแบกรับภาระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงอยู่ ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเท่าใดนัก ดังนั้น จึงให้กระทรวงการคลังกลับไปพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมใหม่อีกครั้ง ซึ่งกระทรวงการคลังได้รับที่จะไปหารือกับธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. ใหม่เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมต่อไป

“นายสุวพันธุ์และนายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ได้หารือนอกรอบกันก่อนหน้านี้ โดยมีความเห็นร่วมกันที่จะสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านเกรดเอและเกรดบี ถือเป็นกองทุนหมู่บ้านที่มีการบริหารจัดการที่เข้มแข็ง ให้มาช่วยส่งเสริมอาชีพให้เกิดการลงทุน แก้ปัญหาความเดือดร้อนเช่นภัยแล้ง ทำให้กระทบต่อรายได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ถ้านำเงินสินเชื่อจาก ธ.ก.ส.และธนาคารออมสิน 40,000 ล้านบาทไปแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจะช่วยชาวบ้านได้มาก และตรงกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้ชาวบ้านมีปัญหาหนี้นอกระบบ สำหรับกองทุนหมู่บ้านกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในชั้นเกรดเอและบีนั้นมีประมาณ 70% ของจำนวนกองทุนหมู่บ้าน 79,000 แห่ง”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้