วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใส่บอลลูน ในกระเพาะอาหาร อีกหนึ่งวิธีลดอ้วนให้ได้ผล

ใส่บอลลูน ในกระเพาะอาหาร อีกหนึ่งวิธีลดอ้วนให้ได้ผล

  • Share:

ในปี 2558 นี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) คาดว่าทั่วโลกจะมีคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานถึง 2,300 ล้านคน และมีคนอ้วนถึง 700 ล้านคน ซึ่งภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน ฯลฯ ส่งผลให้แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตกว่า 2.8 ล้านคน เพื่อป้องกันอันตรายจากโรคอ้วน นพ.บุญเลิศ อิมราพร อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111 ได้ให้ความรู้ว่า คนอ้วนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและสมองขาดเลือด เบาหวาน มะเร็งและโรคทางเดินหายใจ โรคอ้วนจึงถือเป็นอันตรายมากกว่าที่คิด

นพ.บุญเลิศ อิมราพร.

คุณหมอบุญเลิศ กล่าวต่อว่า การลดความอ้วน อาจเริ่มได้ตั้งแต่การลดอาหาร โดยการจำกัดแคลอรี อดอาหาร ออกกำลังกาย ใช้ยาลดความอ้วน หากทำทั้งหมดแล้วยังไม่ได้ผล บางรายอาจจะต้องใช้วิธีทางการแพทย์ช่วยโดยการผ่าตัดกระเพาะ แต่ด้วยวิวัฒนาการเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบัน ได้มีวิธีการรักษาใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยวิธีการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร ด้วยการส่องกล้อง ซึ่งตัวบอลลูนที่ใส่ลงในกระเพาะอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มตลอดเวลา และจะทำให้รับประทานอาหารได้ลดลงกว่าเดิม มีภาวะแทรกซ้อนน้อย และโดยเฉลี่ยสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 24 กิโลกรัม ภายใน 1 ปี วิธีนี้มีมานานแล้ว และเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ซึ่งการใส่บอลลูนนี้จะเหมือนส่องกล้องกระเพาะอาหารทั่วไป หลังจากนั้นจะใส่น้ำที่ผสมกับสารสีฟ้าที่เรียกว่าเมธิลีนบลู เข้าไปในบอลลูน ประมาณ 400-500 ซีซี แล้วจึงนำกล้องออก โดยบอลลูนสามารถปรับขนาดเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการในภายหลัง บอลลูนที่ใส่ในกระเพาะนั้นสามารถใส่ได้นานสูงสุด 1 ปี แต่หากพอใจในน้ำหนักที่ลดลง ก็สามารถเอาบอลลูนออกก่อน 1 ปี โดยปล่อยน้ำในลูกบอลลูนออก และส่องกล้องเพื่อนำลูกบอลลูนออกจากร่างกาย

ผู้เชี่ยวชาญจาก รพ.เวชธานี กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาภาวะแทรกซ้อนจากการใส่บอลลูนนั้น โดยรวมพบเพียง 0.27% เมื่อเทียบกับการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหาร ที่มีภาวะแทรกซ้อนมากถึง 7-9% ภาวะแทรกซ้อนส่วนใหญ่จะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้องช่วงสัปดาห์แรกหลังใส่บอลลูน ส่วนข้อห้ามที่จะใช้วิธีนี้ ได้แก่ ตั้งครรภ์, มีความผิด ปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร เช่น เป็นแผลในกระเพาะ, กรดไหลย้อนรุนแรง หรือเคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร, การแพ้ยางซิลิโคน หรือคนที่เป็นโรคประจำ รุนแรง อย่างโรค หัวใจขาดเลือด เป็นต้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้