วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย ซูม
7 เม.ย. 2558 05:01 น.
คุณธรรมนำธุรกิจ 80 ปี วินัย วีระภุชงค์

คุณธรรมนำธุรกิจ 80 ปี วินัย วีระภุชงค์

โดย ซูม
7 เม.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ผมมีความจำเป็นบางประการที่จะต้องหลบแว่บจากโรงพิมพ์ไปสักระยะหนึ่ง และไม่ค่อยสะดวกที่จะส่งแฟกซ์กลับมาลงคอลัมน์นี้ ขออนุญาตเขียนเรื่องแห้งๆทิ้งไว้สัก 4 ซ้า 5 วัน เหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติมานะครับ

พอดีในช่วงนี้ผมได้รับหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้ที่มีชื่อเสียง และประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจต่างๆมา 2-3 เล่ม

ทั้งที่ท่านเขียนด้วยตนเอง หรือที่มีคนอื่นเขียนถึงท่าน...ซึ่งเมื่อผมอ่านจบแล้วก็เห็นว่าเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์น่าจะนำมาถ่ายทอดต่อให้ได้รับรู้ รับทราบกันอย่างกว้างขวางเพิ่มขึ้น

บางท่านก็มีแนวคิด มีปรัชญาในการทำงาน รวมทั้งวิธีทำงานต่างๆ ที่น่าจะนำมาเป็นแบบอย่างของบุคคลรุ่นหลังๆได้

ดังเช่นเรื่องราวประวัติชีวิตการต่อสู้และการทำงานจนประสบความสำเร็จของคุณ วินัย วีระภุชงค์ ประธานบริษัทไทยนครพัฒนา จำกัด เจ้าของยาแก้หวัด “ทิฟฟี่” ยาแก้ปวดท้อง “แอนตาซิล” และยาอื่นๆ อีกหลายๆชื่อที่สังคมไทยเรารู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี...เป็นต้น

คุณวินัยอายุครบ 80 ปี ไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา และลูกๆ หลานๆของท่าน นำโดยลูกชายคนโต สุภชัย วีระภุชงค์ หรือคุณอ๊อด ได้ร่วมกันจัดงานฉลองขึ้นที่ห้องบางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ มีแขกเหรื่อไปร่วมงานกว่า 2,000 คน

ผมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และได้รับแจกหนังสือ “80 ปี วินัย วีระ-ภุชงค์... แปดคำนิยามชีวิต” กลับไปอ่านที่บ้านอีกเล่มหนึ่ง

จากข้อเขียนต่างๆในหนังสือเล่มนี้ประมวลได้ว่าความสำเร็จของไทยนครพัฒนามาจากปรัชญาและแนวคิดในการดำเนินธุรกิจของคุณวินัยโดยแท้

นั่นก็คือแนวคิดที่ว่า “คุณธรรม” จะต้องมาก่อน และ “ธุรกิจ” จะต้องเป็นรอง...หรือ “คุณธรรมนำธุรกิจ” อันเป็นสโลแกนประจำตัวของท่านนับตั้งแต่วันแรกที่ตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตยาขึ้นมาจำหน่ายด้วยตัวเอง

หลังจากทำงานเป็นผู้แทนขายยาให้บริษัทอื่นอยู่หลายปี

ตัวอย่างของคุณธรรมทางธุรกิจประการหนึ่งที่อธิบายไว้จากปากของคุณวินัยเองในหนังสือเล่มนี้น่าจะได้แก่ประโยคที่ว่า

“ส่วนตัวผมเองมีนโยบายว่าจะพยายามซัพพลายวัตถุดิบที่มีคุณภาพเท่านั้น...คุณภาพไม่ดีเราไม่ขายเด็ดขาด แม้จะมีกำไรมากขึ้น... เราไม่คิดถึงเรื่องนี้เลย เราคิดถึงความปลอดภัยของส่วนรวมเป็นใหญ่”

“ยาทุกตัวจะต้องมีคุณภาพ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เราต้องกินเองได้ ไม่ใช่ผลิตแล้วเราไม่กิน แล้วเราจะไปขายคนอื่นได้อย่างไร เราต้องใช้สินค้าได้เองทุกอย่าง ลูกหลานใช้เองได้ พวกเราจะกินยาของเราเองตั้งแต่เด็ก”

ด้วยหลักคุณธรรมนำธุรกิจที่ยึดมั่นและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดของคุณวินัย รวมทั้งถ่ายทอดต่อไปยังพนักงานให้ปฏิบัติตามด้วยอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่นานนักผลิตภัณฑ์ยาหลายๆชนิดของไทยนครฯก็ก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักของคนไทยทั่วประเทศ

หลังจากนั้นก็ก้าวไกลไปเป็นที่รู้จักในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะที่กัมพูชา ยาแก้หวัด “ทิฟฟี่” ได้กลายเป็นยาสามัญประจำบ้านของชาวเขมรมาแล้วเกือบ 20 ปี นับถึงปัจจุบัน

การส่งยาต่างๆทุกขนานที่ผลิตได้ไปขายที่กัมพูชา เริ่มขึ้นในหลักการเดียวกันกับการจำหน่ายในประเทศไทย และด้วยคุณภาพที่ไม่มีอะไรแตกต่างที่ผลิตและขายในประเทศไทยเลย

เมื่อมีกำรี้กำไร คุณวินัยก็ตัดสินใจนำเงินที่ได้รับลงทุนต่อ ด้วยการสร้างโรงแรมถึง 2 แห่ง ทั้งที่พนมเปญและเสียมราฐ ช่วยสร้างงานและพัฒนาเศรษฐกิจให้แก่กัมพูชาจนเป็นที่มาของการยอมรับของผู้นำและผู้บริหารระดับสูงของประเทศเพื่อนบ้านประเทศนี้

ช่วยประสานสัมพันธไมตรีและความเข้าใจระหว่างประเทศไปด้วยอีกทางหนึ่ง

ทุกวันนี้ไม่เพียงแต่ประเทศกัมพูชาเท่านั้น ด้วยการสานต่อของบุตรชายคนโต สุภชัย วีระภุชงค์ ก็สามารถขยายแบรนด์ของไทยนครพัฒนาไปสู่เวียดนาม ลาว และพม่าได้อีก

ถือเป็นการเปิดประตูสู่อาเซียนในภูมิภาคนี้ของสินค้าจากประเทศไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

นับเป็นตัวอย่างของการบริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จโดยใช้ “คุณธรรม” นำหน้า ซึ่งปัจจุบันเราคงจะได้เห็นบ่อยๆ คือคำว่า “ธรรมาภิบาล” นั่นเอง

ในฐานะที่ผมรู้จักคุณวินัยมาเป็นเวลานานพอสมควรได้มีโอกาสติดตามผลงานและสัมภาษณ์ท่านทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการหลายครั้ง เห็นด้วยกับข้อเขียนของบุคคลต่างๆในหนังสือเล่มนี้ และขอถือโอกาสนี้กราบขอพรย้อนหลังด้วยนะครับป๋าครับ.

“ซูม”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้