วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พักหนี้=ทาสหนี้

พักหนี้=ทาสหนี้

  • Share:

เมื่อวานนำการบรรยายเรื่อง “การจัดการหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน” ของ ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในโอกาสครบรอบ 36 ปี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร มาเล่าสู่กันฟัง ถึงปัญหาหนี้เกษตรกร ที่รัฐบาลนิยมแก้ด้วยการพักชำระหนี้

10 กว่าปีที่ผ่านมา พักหนี้กันทุกรัฐบาล แต่หนี้ไม่หมดซะที

ก่อนจะมีนโยบายพักหนี้ ปี 2543 หนี้สินของครัวเรือนไทย 40% เป็นหนี้ ธ.ก.ส. หลังมีนโยบายพักหนี้มาหลายรัฐบาล ปี 2556 หนี้ส่วนนี้ยังคงสัดส่วน 40% เท่าเดิม...หนี้กึ่งในระบบ (หนี้บัตรเครดิต บัตรเงินผ่อน) ปี 2543 มีแค่ 26% ปี 2556 เพิ่มเป็น 42%

รัฐบาลพักหนี้ ธ.ก.ส. ถ้าได้ผลจริง ต้องช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม หนี้ต้องลดลงได้...แต่หนี้ในระบบกลับเท่าเดิม หนี้กึ่งในระบบเพิ่มขึ้น เป็นปุจฉาที่ต้องวิสัชนา

ดร.นิพนธ์ ได้นำวิทยานิพนธ์ของ สุชานันท์ แต้มบุญเลิศชัย มาเฉลย ...เมื่อพักหนี้ เกษตรกรไม่สามารถกู้เงิน ธ.ก.ส. มาลงทุนใหม่ได้ การหารายได้เพิ่มไม่เกิด ทำให้การสะสมทรัพย์สินของเกษตรกรพักหนี้มีน้อยกว่าคนไม่พักหนี้ 16,000 บาทใน 2 ปี

สรุปแล้วยิ่งพักหนี้ เกษตรกรยิ่งจนลง...ต้องเป็นทาสหนี้ไปเรื่อยๆ

แม้แต่รายงานของสำนักงานบริหารโครงการพักชำระหนี้ของ ธ.ก.ส. ยังสรุปไปในแนวทางเดียวกัน...ผลการดำเนินโครงการพักชำระหนี้ 2 ปี 10 เดือน

1.ช่วยให้เกษตรกรผ่านพ้นภาวะวิกฤติ ไม่ล้มละลาย, 2. ลดความเครียดให้เกษตรกร, 3.เกษตรกรขาดความสามารถในการบริหารธุรกิจทั้งด้านทักษะการผลิต การตลาดและการบริหารเงิน นโยบายส่งเสริมการประกอบการจะยิ่งทำให้เกษตรกรมีหนี้สินเพิ่มขึ้น

4.การแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรด้วยการส่งเสริมอาชีพแปรรูปผลผลิต หรือวิสาหกิจชุมชน มีปัญหาการตลาดที่ซับซ้อน อาชีพที่ส่งเสริมแต่ละอย่างล้วนต้องจ้างงานเพิ่ม ในขณะที่แรงงานหายากค่าแรงแพง, 5.วิธีการลดหนี้ให้เกษตรกรดีที่สุด คือต้องลดรายจ่าย

มิมีตรงไหนที่ระบุว่า...พักหนี้ แล้วจะช่วยให้หนี้ลดลง.

ชมชื่น ชูช่อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้