วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯทำพิธีใหญ่ อธิษฐาน พระเจ้าพิชิตมาร

ล่อง‘สะเปา’ลอยเคราะห์-ลอยโศก วิษณุเปรียบม.44เหมือนดาบในฝัก ‘บิ๊กป้อม’ควง‘บิ๊กโด่ง’ไปเยือนจีน

“บิ๊กตู่” ขึ้นเชียงใหม่แจกสิทธิ์ที่ดินทำกินเขตป่าสงวนนำร่อง 7 พันกว่าไร่ก่อนเข้าพิธีบูชาพระเจ้าพิชิตมาร ห่มผ้าพระธาตุเจดีย์ แบบส่วนตัวห้ามสื่อประกบ ปราศรัยลั่นดอย “ผมจะไม่เลือกข้าง-เราต้องรักกัน” อ้อนอำนาจเหนือผมคือประชาชน “วิษณุ” เปรียบ ม.44 เป็นดาบที่อยู่ในฝัก ยังไม่ได้ชักออกมาใช้ ฤทธิ์เดชขนาดไหนขึ้นอยู่กับเอาไปปราบใคร ตั้งการ์ดต้องมีของมาแลกกันก่อนทำเอ็มโอยูสงบศึกขัดแย้ง เด็ก พท.ปัด “ทักษิณ” ล็อบบี้สื่อนอกยำ ม.44 คสช.ห้าม นปช.จัดงานรำลึกสลายแดง 10 เม.ย. “ประชาธิปัตย์” ชักไม่มั่นใจ คสช.จะเอาจริงปราบโกง แฉร้องไป 20 เรื่องหายต๋อม

การปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าร่วมพิธีสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ด้วย

“บิ๊กตู่” ลดความถี่ให้สัมภาษณ์สื่อ

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 5 เม.ย.ที่ท่าอากาศยานทหารกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางขึ้นเครื่องบินไปปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนายกฯปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ว่าจะลดการให้สัมภาษณ์ลงในช่วงนี้ แต่ได้ทักทายอย่างอารมณ์ดี พร้อมระบุว่าให้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ พูดแทนแล้วขอไปปฏิบัติภารกิจก่อน

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า นายกฯไม่ใช่จะงดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เพียงจะลดปริมาณลงบ้าง ที่ผ่านมานายกฯพยายามลดการให้สัมภาษณ์ แต่ด้วยความตั้งใจจริง และบุคลิกของนายกฯ ต้องการให้สังคมมีความเข้าใจ เพราะที่ผ่านมามักจะได้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ได้ข้อมูลคนละฝั่งไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ระยะหลังเมื่อได้รับฟังเสียงสะท้อน และมีสื่อเสนอแนะเข้ามาจำนวนมาก นายกฯจึงพยายามปรับตัว ซึ่งต่อไปจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงงานที่รับผิดชอบมากขึ้น

ขึ้นเชียงใหม่มอบสิทธิ์ที่ดิน 7,282 ไร่

ต่อมาเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้เดินทางไปยังโรงเรียนห้วยทราย ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เป็นสักขีพยาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสืออนุญาตการถือครองที่ดินให้กับประชาชนให้กับราษฎร 7 หมู่บ้าน ต.มะทา อ.แม่ออน พื้นที่ 7,282 ไร่ มีประชาชนได้รับ 1,235 ครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯรับฟังบรรยายสรุปที่ดินใน ต. มะทา จากนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ อธิบดีกรมป่าไม้ นายกฯกล่าวว่า “ที่ดินที่หนังสือสิทธิ์ให้ไป อยากให้ไปทำกินจริงๆ ไม่ใช่ไปขาย เพราะถ้าผมใช้อำนาจจริงๆ ต้องออกจากที่ดินบุกรุกหมดแล้ว ดังนั้นจึงอยากให้นำไปทำกินดูพืชที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก” ทั้งนี้ ต.แม่ทา เป็นพื้นที่แรกในกลุ่ม 4 จังหวัดแรกคือ จ.เชียงใหม่ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ จ.ชุมพร รวม 53,697 ไร่ ที่กำหนดให้มีจัดสรรที่ดินให้ประชาชน ตามนโยบายรัฐบาล ขณะที่การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด

ขอส่วนตัวทำพิธีบูชาพระเจ้าพิชิตมาร

จากนั้นเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ เดินทางต่อมาข่วงพระเจ้าล้านนา ปากทางเข้าห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นประธานในการเปิดงาน “ฮีดฮอย...ป๋าเวณี 100 ปี๋ เมืองเจียงใหม่” ประจำปี 2558 โดยมีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา หรือโหร คสช.ให้การต้อนรับพร้อมมอบสัญลักษณ์คึนเมือง โดยนายกรัฐมนตรีได้ทำพิธีห่มผ้าพระเจ้าพิชิตมาร พร้อมอธิษฐานถวายพานพุ่มบูชาองค์พระพิชิตมาร จากนั้น นายกฯลงนามในผืนผ้าห่มพระเจดีย์ประจำข่วงพระเจ้าล้านนา ปฐมบทเพื่อให้ประชาชนชาวล้านนาได้ร่วมลงนามห่มผ้าพระธาตุเจดีย์ ซึ่งพิธีตรงนี้ อนุญาตเฉพาะบางส่วนเข้าไปบันทึกภาพเท่านั้น รวมถึงผู้สื่อข่าวเข้าไปในพิธี ระบุเป็นพิธีส่วนตัว

นั่งเกวียนเข้างานฮีดฮอย 100 ปี

เสร็จแล้ว นายกฯพร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการคนเมือง ชมวิถีชีวิตชาวล้านนา และเดินทางเข้าสู่ลานพื้นที่จัดงาน “ฮีดฮอย...ป๋าเวณี 100 ปี๋ เมืองเจียงใหม่” โดยนักเรียนจากโรงเรียนคำเที่ยงอนุสรณ์ ร้องเพลงประสานเสียง เพลง “วันพรุ่งนี้” ต้อนรับ โดยนายกฯ กล่าวว่าขอให้รักชาติ รักแผ่นดิน อย่าให้ใครมาหลอก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ และนายวารินทร์ ได้ขึ้นล้องัว (เกวียน) เข้าสู่ลาน “ฮีดฮอย...ป๋าเวณี 100 ปี๋ คนเมือง ข่วงพระเจ้าล้านนา”

ลั่นผมไม่เลือกข้างวันนี้ต้องรักกัน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า มีกำลังใจ ตื้นตัน บอกเป็นกำลังใจให้ บ้านเมืองเราต้องแก้ปัญหาเรียบร้อยที่สุด จริงๆแล้วได้ทำร่วมกันหลายปีแล้ว อะไรที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ทำมาตลอดเป็น ผบ.ทบ.เกิดประโยชน์ส่วนรวม เป็นของแผ่นดิน เราต้องย้อนกลับไปอีก 50-60 ปีมาแล้ว วันนี้ประเทศเจริญ เทคโนโลยีก้าวไปไกล แต่ต้องพยายามดึงกลับมาบ้าง เพราะไปตกกับคำว่าประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ ไม่พูดถึงกฎหมายมันไม่ได้ ตนเป็นตัวแทนรัฐบาล อยากนำพาความปรารถนาดี ทุกคนอย่าไปเกลียดชัง ทุกคนต้องรักกัน วันนี้เราเกลียดมาพอแล้ว อย่าไปนำพาต่างชาติมายุ่ง โดยไม่มีข้อเท็จจริงเลย เสียหาย ตนไม่ยอมรับ หงุดหงิด มันเจ็บปวด เข้ามาทำงานแทบทุกวัน ไม่ได้เลือกข้าง ไม่ได้ต้องการบุญคุณกับใคร ไม่ได้ต้องการคะแนนเสียง เพราะไม่ได้ลงเลือกตั้ง ใครที่เสียผลประโยชน์ หวังผลประโยชน์ ระหว่างเขาพูดกับตนพูด อะไรน่าเชื่อถือกว่ากัน ใครเชื่อตนยกมือขึ้น ขอบคุณทุกคน

อ้อนอำนาจเหนือผมคือประชาชน

นายกฯ กล่าวว่า บ้านเรามีศาสนา มีประเพณีวัฒนธรรม คนมาท่องเที่ยวต้องมีกิจกรรม นี่คือคนไทย อย่าให้เป็นเหมือนคนอื่นเขา เพราะเขาผ่านตรงนี้มาแล้ว เรียบร้อยมานานพอ เราไม่ค่อยทะเลาะเบาะแว้ง คนนิสัยไม่ดีค่อยๆไปคุยกับเขา วันหนึ่งเขาจะดีขึ้น เอาความดีไปถ่วง เกลียดแต่แรกไม่มีทางดีขึ้น ยกเว้นบางพวกเกินไปแล้ว ปล่อยลงนรกไป คือนรกในใจ ไม่มีความสุข ถูกจับกุม ขึ้นศาล ตนไม่ได้เร่ง ศาลทำอะไรก็ทำไป ตนไม่รังแกใคร เมื่อกล้าทำผิดก็อย่ากลัว เศรษฐกิจชะลอตัว น้ำมันลดลง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหายไป ลงทุนรัฐวิสาหกิจลดลง เพราะคนตีกัน ถึงเวลาเราเดินประเทศชาติ การที่มี ม.44 เพื่อมีเวลาแก้ปัญหาเร็วขึ้น ไม่มีอำนาจเหนือใครเลย อำนาจเหนือผมคือประชาชน ที่สองคือที่บ้านผม เข้าบ้านเห็นหงอยทุกคน

คนที่นี่เรียบร้อยอย่าให้ใครปลุกปั่น

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทำไมข้าศึกถึงชอบตีเชียงใหม่บ่อย เพราะคนเชียงใหม่เรียบร้อย เดินแต่ละก้าวเชื่องช้า ข้าศึกชอบตี วันนี้เราต้องเข้มแข็ง แต่อย่าทิ้งประเพณี อย่าขัดแย้ง อย่าให้ใครมาปลุกปั่น อย่าเอาต่างประเทศเข้ามา เพราะนี่ให้ทำด้วยใจต้องการอนาคต แบ่งปันคนทั้งประเทศ เอาคนพวกนี้พวกเดียว บ้านนี้บ้านเดียว ทุกคนคือคนไทยของท่านทั้งสิ้น วันนี้พระองค์ท่านมองเราอยู่ และท่านไม่ได้รังเกียจประชาชนของไทย ต้องทำให้พระองค์ท่านสบายขึ้น ทุกวันนี้ท่านสุขภาพไม่ดีเหมือนแต่ก่อน ตนนึกถึงท่านตลอด อยากแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ใช่เอาเงินซื้อเวลาแล้วก็ล้มอยู่อย่างนี้

ร่วมลอยเคราะห์ล่อง “สะเปา”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมชมกิจกรรมการแสดงภายในงาน อย่างการตีกลองสะบัดชัย เพลงชนะศึกและทำพิธีล่องสะเปา ซึ่งเป็นพิธีเพื่อลอยเคราะห์ ลอยโศก ของประชาชนภาคเหนือ ซึ่งนายกฯได้ล่องสะเปาด้วย จากนั้น นายกฯและคณะได้เดินทางขึ้นรถไปยังท่าอากาศยาน กองบิน 41 เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

นายวารินทร์เปิดเผยว่า จัดงานเพื่อส่งเสริมให้ข่วงพระเจ้าล้านนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 8 จังหวัดภาคเหนือ

โหร คสช.บอกนายกฯ–ดวงเมืองดี

เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้มีอะไรน่ากังวลหรือไม่ นายวารินทร์กล่าวว่า ยังคงปกติดี เมื่อถามว่า อายุของรัฐบาลจะเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนดไว้หรือไม่ นายวารินทร์กล่าวว่า หากทำตามโรดแม็ปน่าจะไม่ทัน เพราะอาจจะมีปัจจัยที่ทำให้ต้องขยายเวลาขึ้น แม้รัฐบาลไม่อยากอยู่นานและอยากให้เป็นไปตามเวลาที่ตั้งไว้ แต่ก็จะมีเหตุการณ์หรือปัจจัยที่ทำให้ต้องขยับขยายเวลาออกไปอีกสักระยะหนึ่ง ส่วนนายกฯก็ไม่ได้มีทำพิธีอะไรเพื่อเสริมดวง เพราะนายกฯไม่มีอะไรต้องกังวล เพราะวันนี้เห็นแล้วบ้านเมืองสงบได้เพราะใคร ดวงเมืองไม่มีอะไร พล.อ. ประยุทธ์ยังทำหน้าที่นายกฯ

“บิ๊กป้อม” ควง “บิ๊กโด่ง” เยือนจีน

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.พร้อมคณะ ประกอบด้วย รมช.ต่างประเทศ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด และ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 8-10 เม.ย.ตามคำเชิญ ของกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับกำหนดการเข้าเยี่ยมคำนับและหารือกับข้อราชการกับ พล.อ.ฉาง ว่านฉวน มนตรีแห่งรัฐและ รมว.กลาโหม สาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.อ.สวี่ ฉีเลี่ยง รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางแห่งชาติ นายเมิ่ง เจี้ยนจู้ สมาชิกกรมการเมือง หัวหน้าคณะกรรมาธิการการเมืองและกฎหมาย คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ นายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์และขยายความร่วมมือระหว่างกลาโหมของทั้งสองประเทศ

กลับมาหา “ป๋าเปรม” รดน้ำสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร พร้อมคณะ ผบ.เหล่าทัพ เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจที่สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว ในช่วงเย็นจะเดินทางไปร่วมรดน้ำดำหัวเพื่อขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ที่ถือปฏิบัติกันมา

“วิษณุ” ย้ำนิรโทษฯต้องรับโทษก่อน

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาหัวข้อ “หลักนิติธรรมของการบริหารบ้านเมืองกับการลดความขัดแย้งทางอุดมการณ์” ในการจัดงานวันสัญญา ธรรมศักดิ์ ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังร่างอยู่นี้ มีการนำหลักนิติธรรมมาใช้เพื่อควบคุมกฎหมายไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง โดยหลักนิติธรรมที่บัญญัติไว้คือ 1.ไม่ใช้กฎหมายเป็นใหญ่ เหนืออำเภอใจ 2.เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค 3.ยึดหลักการแบ่งแยกอำนาจ ตรวจสอบอำนาจ และการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน 4.ยึดหลักนิติกระบวน อาทิ การไม่ออกกฎหมายย้อนหลังมาลงโทษทางอาญา ไม่ฟ้องคดีบุคคลซ้ำสองในความผิดเดียวกัน 5.ต้องมีศาลที่อิสระ เป็นกลาง ถือเป็นการนำเอาหลักนิติธรรมของอังกฤษ ยุโรป และอเมริกา มารวมกันเป็นหลักนิติธรรมแบบไทยๆ หลักนิติธรรมนี้ผูกพันทุกองค์กร ซึ่งความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้น ต้องควบคุมด้วยหลักนิติธรรม วันนี้มีคนพูดว่าความขัดแย้งเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองน่าจะจบลงด้วยการอภัยโทษหรือนิรโทษกรรม ซึ่งทำได้ แต่ต้องให้ชัดเจนว่า จะนิรโทษกรรมอย่างไร หากจะนิรโทษกรรมโดยไม่ให้คนทำผิดรับผิดเลย อีกฝ่ายจะไม่ยอม จึงต้องนึกถึงหลักนิติธรรมด้วย คนเป็นผู้ปกครองต้องยึดหลักนิติธรรมเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา 2 มาตรฐานลำเอียง หรือเลือกปฏิบัติ

คสช.–บัวแก้วแจง ม.44 สื่อนอก

นายวิษณุให้สัมภาษณ์กรณีการเตรียมชี้แจงการใช้มาตรา 44 ต่อคณะทูตและสื่อมวลชนต่างชาติ ในวันที่ 7 เม.ย.ว่า ในคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 เป็นคำสั่งของหัวหน้า คสช.ไม่ใช่ ครม.เป็นผู้ออก ดังนั้น ผู้รับผิดชอบคือ คสช. ดังนั้น การชี้แจงจะเป็นเรื่องของ คสช.และกระทรวงการต่างประเทศ เชื่อว่าชาวต่างชาติอาจจะเข้าใจต่างไปจากคนไทย เพราะมองด้วยสายตาที่ไม่เหมือนกัน เมื่อถามว่าต่างชาติมองว่าการใช้มาตรา 44 เป็นการให้อำนาจของคนๆเดียว นายวิษณุตอบว่า แน่นอน ด้วยบริบทและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน คนไทยมองกฎอัยการศึกอย่างหนึ่ง ต่างประเทศมองอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมาตรา 44 คนไทยอาจเจอมาแล้วหลายครั้ง แต่ต่างชาติไม่เคยมีแบบนี้เลย

ดาบอยู่ในฝัก–ยังไม่ได้ชักมาใช้

“ถ้ามาตรา 44 เป็นเหมือนดาบ ก็เป็นดาบที่วางอยู่ในฝัก ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นมา ก็ต่อเมื่อไปชักมันออกมาจากฝักแล้วเอามาใช้ แต่ตอนนี้มันอยู่ในฝักอยู่นิ่งๆ เรามีดาบนี้ แต่ต่างประเทศไม่มีเลย แต่ก็ใช่ว่าจะหยิบเอามาใช้ได้ทันที อยู่ที่ว่าจะหยิบมาเมื่อไร เราเคยชักออกมาใช้แล้วเมื่อเดือน ม.ค.เรื่องท้องถิ่น และชักออกมาอีกครั้งเพื่อรองรับการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก” นายวิษณุกล่าว

เอ็มโอยูสงบศึกต้องถาม 3 ฝ่าย

เมื่อถามว่า อะไรเป็นตัวชี้วัดว่า การใช้มาตรา 44 ดีกว่ากฎอัยการศึก นายวิษณุตอบว่า ตัวชี้วัดต้องดูเหตุการณ์ตั้งแต่นี้ต่อไป เมื่อไปใช้กับใครแล้ว จึงจะรู้ว่าออกฤทธิ์อย่างไร ต้องดูเป็นรายๆไปว่าถูกต้องชอบธรรมประการใด ส่วนที่การข่าวมี 5 กลุ่มเป็นภัยต่อความมั่นคง เป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคง คาดว่าคงกำลังดูอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ทุกฝ่ายเซ็นเอ็มโอยูเพื่อยุติความขัดแย้ง นายวิษณุตอบว่า เป็นข้อเสนอที่ดี แต่ฝ่ายความมั่นคงจะต้องพิจารณา ซึ่งสุดท้ายก็ต้องมีอะไรมาแลกกัน เรื่องนี้ต้องถาม 3 ฝ่ายคือ 1.ผู้จะเข้ามาเซ็นว่ามีเงื่อนไขอะไรแลกเปลี่ยน 2.ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์แล้วรับได้หรือไม่ 3.ถามใจประชาชนว่าเป็นการซูเอี๋ยกันหรือไม่ ถ้าได้คำตอบในเชิงบวกทั้งหมดก็น่าจะไปได้

คสช.ห้าม นปช.จัดงาน 10 เม.ย.

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นปช.จะจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบเหตุการณ์การสลายการชุมนุม ในวันที่ 10 เม.ย. พล.ต.สรรเสริญตอบว่า ต้องไปสอบถาม คสช. แต่เท่าที่ทราบข้อมูลจาก คสช.พบว่า คสช.ไม่อนุญาตให้จัดงานนี้ เพราะเป็นการจัดการประชุมในเชิงสัญลักษณ์ ทุกคนทราบดีว่า การจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ต้องมีการให้ข้อมูลข่าวสารต่อสังคม มีผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาให้สัมภาษณ์ เนื้อหาที่จะออกมาย่อมเป็นไปตามความเข้าใจของกลุ่มคนดังกล่าว ที่จะคงเป็นประเด็นปมขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา

เคลิ้มผลโพลหนุนนายกฯใช้ ม.44

เมื่อถามถึงหลายฝ่ายวิจารณ์อย่างต่อเนื่องถึงคำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว พล.ต.สรรเสริญตอบว่า หากตรวจสอบตามผลโพลทั่วไปจากหลายสำนักจะเห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อมั่น เชื่อถือ คสช. และรัฐบาล รวมถึงตัวนายกรัฐมนตรีว่าจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ ไม่เฉพาะเรื่องการควบคุมสถานการณ์ ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง แต่จะใช้ในเรื่องการแก้ไขปัญหาในระบบการบริหารที่เป็นปัญหาแต่เก่าก่อน ถ้าแก้ปัญหาโดยขั้นตอนปกติอาจจะทำไม่ทัน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และภาคประชาชน

เซตดรีมทีมแจงสื่อ–ทูตต่างชาติ

พล.ต.สรรเสริญกล่าวอีกว่า สื่อต่างประเทศที่อาจไม่เข้าใจในบริบทของประเทศไทยมากนัก ทำให้มีความวิตกกังวล ทั้งนี้ นายกฯเชื่อมั่นในการที่เอาคนในประเทศเป็นหลัก แต่ไม่ละเลยเรื่องของต่างประเทศ พยายามที่จะชี้แจงทำความเข้าใจอย่างสร้างสรรค์ โดยในวันที่ 7 เม.ย. นายกฯได้มอบหมายให้ คสช. และรัฐบาล นำโดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงต่างประเทศ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. เป็นผู้ชี้แจงทำความเข้าใจ เรื่องดังกล่าวกับทางตัวแทนสำนักข่าวต่างประเทศ ที่กระทรวงต่างประเทศ และจะเชิญเอกอัครราชทูตแต่ละประเทศมารับฟังบ้าง

เคลียร์สื่อจะไม่ใช้ ม.44 ละเมิดสิทธิ์

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯต้องการให้ทำความเข้าใจกับสื่อมวลชนด้วยว่า ตามประกาศคำสั่งของ คสช. ที่กล่าวถึงสื่อมวลชนว่า คสช.มีอำนาจ สามารถระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัย หรือเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ยืนยันว่าที่ผ่านมา คสช. และรัฐบาลไม่เคยทำอะไรในลักษณะเช่นนั้น เพียงแต่มีการเขียนครอบคลุมไว้ก่อน ปัจจุบันสื่อส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติในการวิพากษ์วิจารณ์ คสช.ก็ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้มั่นใจว่า คสช.จะไม่ไปละเมิดสิทธิหน้าที่ของสื่อ

พท.ปัด “แม้ว” ล็อบบี้สื่อนอกยำ ม.44

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ระบุถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะแฉกลับคนที่อยู่ต่างประเทศแล้วให้ร้ายประเทศไทย เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนจากแดนไกลและเครือข่ายที่อยู่ต่างประเทศว่า ขอให้ระบุชื่อให้ชัดจะได้ฟ้องถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นคนธรรมดาที่หวังดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่มีอำนาจไปสั่งหรือล็อบบี้สื่อระดับโลกทั้งจากสหรัฐฯ อียู สื่อต่างประเทศระดับนั้นสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารในเชิงลึกของประเทศไทยได้จากช่องทางต่างๆอยู่แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณขออยู่อย่างสงบเรียบง่ายอย่างคนธรรมดา ทำบุญ ทำทาน นายถาวรไม่อายหรือที่พูดถึงการรักษาระบบ เพราะกลุ่มคนที่ทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรม คือพวกของนายถาวรเอง งาช้างไม่สามารถงอกจากปากสุนัขฉันใด การรักษาระบบนิติรัฐนิติธรรม ที่ออกจากปากพวกทำลายระบบเสียเอง ก็ไม่มีใครเชื่อ ส่วนที่นายถาวรขอให้ คสช.เชือดไก่ให้ลิงดู ขอเสนอให้ผู้มีอำนาจใช้ความเด็ดขาดตามมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ โดยดำเนินคดีกับแกนนำ กปปส.อย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับพวกทำลายระบบนิติรัฐ นิติธรรม ของประเทศ

โพลชี้ใช้แล้วดี–บ้านเมืองเรียบร้อย

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจ “ประชาชนคิดอย่างไร? กับการประกาศใช้มาตรา 44” กับประชาชน 1,262 คน วันที่ 1-4 เม.ย.พบว่า ร้อยละ 84.23 ขอให้ทำเพื่อส่วนรวมและความสงบสุขอย่างแท้จริง ร้อยละ 82.41 ระบุเป็นห่วงเรื่องการใช้อำนาจอาจเป็นเผด็จการมากเกินไป ร้อยละ 78.84 ระบุทำให้ต่างชาติรู้สึกมั่นใจมากขึ้นโดยการยกเลิกกฎอัยการศึก เมื่อถามถึงผลดี ร้อยละ 85.58 เห็นว่าบ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ควบคุมดูแลได้ง่าย ร้อยละ 74.80 ระบุสามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็วเด็ดขาด ร้อยละ 66.56 ระบุทำให้คนเกรงกลัว ไม่กล้าทำผิดกฎหมาย ส่วนผลเสีย ร้อยละ 79.79 มองว่าไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ ร้อยละ 76.86 เห็นว่าอาจเกิดความขัดแย้งมีการคัดค้านต่อต้านจากผู้ที่ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 63.00 ระบุเนื้อหากฎหมายไม่ชัดเจน อาจทำให้มีอำนาจมากขึ้น

ขอให้ใช้ในทางที่ถูกต้อง–เป็นธรรม

นอกจากนี้ ร้อยละ 51.58 เห็นด้วยที่มีการใช้ ม.44 เพราะช่วยควบคุมสถานการณ์บ้านเมืองได้ดี ระงับและป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ขณะที่ร้อยละ 32.33 ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีการตรวจสอบ ทำให้มีอำนาจมาก อาจกลายเป็นประเด็นทำให้เกิดความขัดแย้ง สำหรับสิ่งที่อยากฝากบอก คสช.กรณีประกาศใช้ ม.44 ร้อยละ 77.81 ระบุขอให้ใช้อำนาจในทางที่ถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ร้อยละ 71.16 ระบุให้ปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดทุจริตคอร์รัปชันมาลงโทษอย่างเด็ดขาด ร้อยละ 69.57 ระบุเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประชาชนโดยเฉพาะปากท้องและชีวิตความเป็นอยู่

ตรงไป–ไม่รื่นหูปมนายกฯดวลปากสื่อ

นิด้าโพล โดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจ “นายกฯ กับสื่อมวลชน” วันที่ 2-3 เม.ย. จากประชาชน 1,250 หน่วยตัวอย่างว่า ความคิดเห็นต่อการปะทะคารมระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับผู้สื่อข่าว ร้อยละ 39.68 ระบุว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมาเกินไปทำให้เกิดวลีหรือสำนวนที่ไม่รื่นหู รองลงมา ร้อยละ 29.28 ระบุว่า นักข่าวชอบมีคำถามชวนโมโห ร้อยละ 26.08 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเป็นคนพูดจาโผงผางเสียงดังเกินไปทำให้ดูเหมือนชวนทะเลาะ

รายการคืนวันศุกร์เรตติ้งยังดี

ส่วนรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ ร้อยละ 33.52 ระบุว่า ค่อนข้างชอบ ร้อยละ 31.20 ระบุว่า ชื่นชอบมาก ขณะที่ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ไม่ค่อยชอบ ผู้ที่ระบุว่าค่อนข้างชอบ-ชอบมาก ให้เหตุผลว่า ได้ทราบถึงการทำงานของรัฐบาล ว่าได้แก้ปัญหา หรือทำอะไรไปบ้างแล้ว และทราบถึงสถานการณ์ทั่วไปของบ้านเมือง ขณะผู้ที่ระบุว่า ไม่ค่อยชอบ-ไม่ชอบเลย ให้เหตุผลว่า ใช้ระยะเวลาในการพูดมากเกินไป อีกทั้งยังเป็นการพูดเรื่องเดิมๆ สำหรับความคิดเห็นต่อทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการคืนความสุขให้คนในชาติโดยนายกรัฐมนตรีจะแนะหัวข้อก่อนและให้รัฐมนตรีหมุนเวียนมาออกอากาศชี้แจงการทำงาน ร้อยละ 63.92 ระบุว่า เห็นด้วยเพราะ ควรเปิดโอกาสให้คนอื่น ได้ออกมาแถลงผลงาน ประชาชนจะได้เปิดรับทัศนคติจากหลากหลายมุมมอง ขณะที่ ร้อยละ 22.56 ระบุว่า ควรให้นายกฯ พูดคนเดียวเหมือนเดิม

กมธ.ยกร่างฯนัดเคาะแนวทำโพล

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า พอใจภาพรวม การเปิดเวทีสัมมนาเรื่อง “การเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน” ที่ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 3-4 เม.ย.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ เรื่องที่ดิน จึงจะนำภาพรวมมาประมวลร่วมกับ 3 เวทีที่เตรียมจัดใน 3 ภูมิภาค ก่อนเอาทุกประเด็นมาสังเคราะห์โดยทีมวิชาการ ก่อนนำเสนอให้กับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญในช่วง 60 วันคือช่วงปลายเดือน พ.ค.-ปลายเดือน ก.ค. กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้นัดประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 7 เม.ย. โดยมีวาระพิจารณาร่างแบบสอบถามความเห็นของประชาชนต่อสาระในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่นำเสนอโดยนางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานอนุ กมธ. การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนที่จะนำแบบสอบถามดังกล่าวเผยแพร่และทำการสำรวจประชาชน โดยคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง

พท.จี้ “บวรศักดิ์” ทบทวน รธน.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญไม่ควรมีอคติต่อกลุ่มใด เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ มิเช่นนั้นจะเป็นงูกินหางไม่รู้จบ ขณะนี้บ้านเมืองถูกมองว่าอยู่ในระบบอำนาจนิยม จึงถูกบอยคอตกลายๆจากเบาไปหาหนัก ก็ขอให้กำลังใจผู้ถืออำนาจรัฐที่กำลังแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐธรรมนูญเป็นกติกาของประเทศ ดังนั้นกติกาควรมีความเป็นกลาง ไม่ควรสะท้อนระบบอำนาจนิยม แม้จะมีการเลือกตั้งช้าออกไป ก็ยังดีกว่ากติกาเป็นที่คลางแคลงใจ อยากให้แม่น้ำ 5 สายรับฟังและไตร่ตรองการกำหนดกติกาของประเทศให้รอบคอบรอบด้าน เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีเวลาทบทวนการปรับแก้การยกร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้

คตช.จ่อเด้ง ขรก.โกงพ้นพื้นที่

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เตรียมส่งรายชื่อข้าราชการทุจริตกว่า 100 ชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) พิจารณาย้ายข้าราชการดังกล่าวออกจากตำแหน่งว่า นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะกรรมการอำนวยการร่วมอยู่ใน ศอตช.รายงานให้ตนทราบว่า คตช.ต้องการดำเนินงานให้เห็นผลการปราบปรามข้าราชการที่ทุจริตต่อหน้าที่ เบื้องต้นอาจให้ย้ายออกจากจุดที่มีปัญหาก่อน เพราะการเอาผิดข้าราชการที่มีความผิดต้องใช้เวลา แต่ คตช.ต้องการทำงานให้เร็ว จึงให้รวบรวมรายชื่อเพื่อให้ย้ายออกจากจุดที่มีปัญหาก่อน ซึ่ง ป.ป.ช.ก็ส่งรายชื่อข้าราชการทุจริตให้ ศอตช.ประมาณ 5-10 รายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับท้องถิ่นที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลว่าผิดจริง เพื่อป้องกันข้อกล่าวหาว่าถูกกลั่นแกล้ง

ป.ป.ช.ชุดใหญ่ลุยคดีบุกรุกที่รัฐ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า นอกจากรายชื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ป.ป.ช.ส่งรายชื่อให้ ศอตช.ไปแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช.เตรียมหารือกับที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ว่า เรื่องปัญหาการบุกรุกที่ดินรัฐนั้น ควรดำเนินการรวบรวมเรื่องทั้งหมดที่กำลังดำเนินการไต่สวน เพื่อแจ้งต่อศอตช.หรือไม่เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่ของแผ่นดิน

สปช.ชง ก.ม.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ระบุมีรายชื่อข้าราชการ 100 กว่าคนทั่วประเทศ พัวพันการทุจริตว่า คณะกรรมาธิการฯมีคณะทำงานที่ทำงานร่วมกับชุดของ พล.อ.ไพบูลย์ที่ดูเรื่องการทุจริต ซึ่ง สปช.มีการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการทุจริตของข้าราชการ โดยมีกรอบป้องกันการทุจริตในอนาคต เช่น การป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ จะสังคายนาใหญ่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างใหม่ แทนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเดิมตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2535 โดยการร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะให้ประชาชน และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมตรวจสอบโครงการใหญ่ๆ ที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อป้องกันการทุจริตของข้าราชการ ตลอดจนจะแก้ไข พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 ให้มีเขี้ยวเล็บมากขึ้น

ปชป.ร้องโกง คสช. 20 เรื่องหายต๋อม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ตนติดตามการทุจริตในสภาฯอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นองค์กรออกกฎหมายมาบังคับใช้ในประเทศ แต่กลับมีการทุจริตจำนวนมากตั้งแต่ต้นน้ำ ที่ผ่านมาได้ร้องเรียน คสช.กว่า 20 เรื่อง รวมมีงบประมาณฯความเสียหายราว 500 ล้านบาท แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยร้องตั้งแต่ช่วงแรกที่ คสช.เข้ามาดูแล จนถึงขณะนี้มีแต่ความเฉื่อยชาไม่คืบหน้า เช่น กรณีโครงการเผยแพร่ประชาธิปไตยของนายเจริญ จรรย์โกมล อดีตรองประธานสภาคนที่หนึ่ง มีการขออนุมัติงบประมาณ 1.3 ล้านบาทไปทำ แต่กลับไม่มีการดำเนินการจริง

“กระทั่งวันที่ 20 ก.พ. 58 ผมมาตามเรื่องอีกครั้ง ได้รับคำตอบจากนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.ว่า สำนักงานเลขาสภาฯ ทำหนังสือแจ้งว่า นายเจริญนำเงินส่วนตัวชดใช้โครงการทั้งหมดแล้ว สภาฯไม่เสียหาย การทุจริตไม่มี ไม่ต้องสอบสวนทุกอย่างยุติ ในสภาฯจะทำกันอย่างนี้หรือ ทั้งที่การทุจริตเกิดขึ้นแล้ว อีกทั้งกฤษฎีกามีความเห็นว่า การทำผิดเกิดขึ้นแล้ว” นายวิลาศกล่าว

ชักไม่มั่นใจ “บิ๊กตู่” จะปราบโกง

นายวิลาศกล่าวต่อว่า อยากให้สื่อมวลชนร่วมหาข้อมูลว่า ที่ คสช.ประกาศตีปี๊บผ่านสื่อว่าจะเร่งรัดปราบปรามการทุจริต เป็นความจริงตามคำพูดหรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะมีการเอาจริงเอาจัง เพราะมีหลายเรื่องที่พิสูจน์แล้ว เช่น กรณีโซ่เลื่อยยนต์ที่ถือว่าผิดกฎหมายแต่ในภาคอีสานมอดไม้ยังหาซื้อไปตัดไม้ทำลายป่าได้สะดวกเพราะมีการหยอดน้ำข้าวต้มไว้ทั่ว ทหารที่ดูแลยังพูดว่า “ทหารก็กินข้าวเหมือนกัน”

การปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าร่วมพิธีสืบชะตาสะเดาะเคราะห์ด้วย 6 เม.ย. 2558 02:24 6 เม.ย. 2558 04:25 ไทยรัฐ