วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญ

โดย ซี.12

โรดแม็ปในการร่างรัฐธรรมนูญกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายกันแล้วในขณะนี้โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกจำนวน 315 มาตราเสร็จแล้วและมีการทบทวนแก้ไขในบางมาตราและพิจารณาจัดทำบันทึกจดหมายเหตุในการร่างรัฐธรรมนูญ

จุดนี้เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการวิพากษ์ร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวจึงมีผู้แสดงความเห็นออกมามากมาย โดยหนึ่งในจำนวนนั้นคือ นายไพโรจน์ พรหมสาส์น สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ระบุว่าคณะกรรมาธิการยกร่าง รัฐธรรมนูญ จะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นและส่งให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รับไปพิจารณาภายใน 17 เมษายน 2558 นี้ ซึ่ง สปช.มีเวลาประชุม พิจารณา 10 วัน เพื่อส่งให้กรรมาธิการยกร่างฯรับไปดำเนินการต่อไป ระหว่างนี้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติมีเวลายื่นขอแปรญัตติภายใน 30 วัน

จากการติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญและได้พิจารณาเป็นรายมาตราและในภาพรวมแล้ว เห็นว่ามีประเด็นที่เห็นด้วยหลายเรื่อง แต่ก็มีข้อสังเกตและข้อคิดเห็นในบางเรื่องในชั้นนี้ ดังนี้

เรื่องที่เห็นว่าดีและควรสนับสนุน อาทิ การกำหนดให้มีสมัชชา คุณธรรมแห่งชาติ การห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว

การกำหนดให้ผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ต้องได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่น้อยกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด ส.ส.มีความเป็นอิสระจากมติพรรคการเมืองในการตั้งกระทู้ การอภิปราย และการลงมติอภิปรายการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระไม่ได้ การใช้จ่ายเงินแผ่นดินโดยไม่ได้ตราเป็น พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจะกระทำมิได้

การมีคณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการโดยระบบคุณธรรมในตำแหน่งปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า องค์การปกครองท้องถิ่นต้องมีขนาดและศักยภาพ ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนองต่อความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การจัดให้มีระบบบำนาญแห่งชาติเพื่อให้ได้ครอบคลุมกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบบำนาญ ให้ดำรงชีพได้อย่างเพียงพอและยั่งยืน เป็นต้น

ส่วนเรื่องที่มีข้อสังเกตและน่าจะได้รับการพิจารณาทบทวนโดยรอบคอบก็มีหลายเรื่อง อาทิ การกำหนดให้มี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 200 คน จากการเลือกตั้งในภาคต่างๆ 6 ภาค โดยเลือกได้เพียงบัญชีเดียว ซึ่งอาจเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันระหว่างผู้สมัครที่มาจากจังหวัดขนาดใหญ่และจังหวัดขนาดเล็กในภาคนั้น

การให้เลือกตั้งวุฒิสมาชิกทางอ้อมจากบัญชีสรรหา 200 คน ให้เหลือ 100 คน โดยกำหนดให้สมัชชาพลเมืองและผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นทุกประเภทเป็นผู้เลือก ทำไมไม่ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งก็ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนเป็นผู้มีสิทธิเลือกด้วยในฐานะเป็นผู้นำของทุกตำบลหมู่บ้าน

การกำหนดให้สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมีสัดส่วนของสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม การกำหนดให้มีการออกกฎหมายให้จังหวัดที่มีความพร้อมเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่เต็มพื้นที่จังหวัดภายใน 1 ปี ซึ่งจะมีผลให้มีการยุบเลิกราชการ บริหารส่วนภูมิภาคในจังหวัดนั้น การกำหนดให้มีองค์การบริหารภาคเป็นราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค เป็นต้น

แต่ละเรื่องต่างมีเหตุผลที่โต้แย้งกันได้ทั้งสิ้น ถ้าหากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใจกว้างพอก็ไม่น่าจะทำให้รัฐธรรมนูญแท้งไปเสียก่อน.

“ซี.12”

5 เม.ย. 2558 14:48 5 เม.ย. 2558 14:48 ไทยรัฐ