วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนรอย...พักหนี้

ย้อนรอย...พักหนี้

  • Share:

หนี้สินเกษตรกรเป็นปัญหาที่ทุกรัฐบาลมักจะหยิบยกเป็นนโยบาย และแนวทางแก้ปัญหายอดฮิตที่พอจะคิดออกหนีไม่พ้น...พักหนี้เกษตรกร

ในงานสัมมนาครบรอบ 36 ปี สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้มาบรรยายเรื่อง “การจัดการหนี้สินครัวเรือนเกษตรกรเพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน”...ให้ข้อสรุปที่น่าคิด

พักหนี้ไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรดีขึ้น...มีแต่ทำให้เกษตรกรติดกับดักวัฏจักรหนี้ไม่จบสิ้น

โดย ดร.นิพนธ์ ได้ลำดับภาพความเป็นมาของตลาดสินเชื่อชนบทมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งพัฒนาการหนี้ออกเป็น 4 ยุค...ยุคก่อนปี 2507 หรือ ก่อนจะมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นยุคที่เกษตรกรต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบเป็นหลัก คิดดอกเบี้ยสูงลิบในอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน หรือ ร้อยละ 60 ต่อปี มีคหบดีใน

หมู่บ้าน พ่อค้าพืชไร่ เป็นนายทุนเงินกู้...ด้วยดอกเบี้ยแพงมหาโหด การกู้ยุคนั้นจึงเป็นการกู้ระยะสั้นเสียเป็นส่วนใหญ่

ยุคที่สอง หลัง ธ.ก.ส.ได้ถือกำเนิดขึ้นมา ดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 14 ต่อปี แต่ ธ.ก.ส. มีเงินปล่อยกู้ไม่มาก จึงมีเกษตรกรส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ใช้สิทธิ....เงินกู้นอกระบบจึงครองส่วนแบ่งตลาดเงินกู้ได้ถึง 56%

ยุคที่สาม ยุคเปิดเสรีทางการเงิน ปี 2537 มีเงินทุนจากต่างประเทศอัตราดอกเบี้ยต่ำหลั่งไหล เข้าประเทศ ทำให้ ธ.ก.ส.สามารถระดมเงินทุนมาปล่อยกู้ได้มากขึ้น ประกอบกับตลาดสินเชื่อเงินผ่อนอุปกรณ์ไฟฟ้าขยายตัวรวดเร็ว ธ.ก.ส. จึงมีการเปิดหน้าต่างการกู้ประเภทใหม่ๆมากขึ้น จำนวนลูกค้า ธ.ก.ส. เพิ่มขึ้น...เป็นยุคเงินกู้ในระบบครองตลาดได้ถึง 60% แซงหน้านอกระบบ

ยุคที่สี่...2544-ปัจจุบัน เป็นผลมาจากการเปิดโอกาสให้คนชนบท ก่อหนี้ได้มากขึ้นในยุคเปิดเสรีทางการเงิน เมื่อเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง เกษตรกรไม่สามารถชำระหนี้ได้ อัตราหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น นโยบายพักชำระหนี้ จึงถือกำเนิดขึ้นมา และทำให้รัฐบาลชุดต่อๆมา จนถึงปัจจุบัน

10 กว่าปีที่ผ่านมาพักหนี้มาทุกรัฐบาล พักกันไม่รู้กี่หน รัฐบาลนี้ก็เอากับเขาด้วย...แต่ปัญหาหนี้ก็ยังไม่จบเสียที เป็นเพราะอะไร ติดตามพรุ่งนี้.

ชมชื่น ชูช่อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้