วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่เลิกเกรงใจคนต่อต้าน

บิ๊กตู่เลิกเกรงใจคนต่อต้าน

  • Share:

วันนี้ “วันจักรี” วันรำลึกถึง “ราชวงศ์จักรี” ที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 233 ปี ตลอดรัชสมัยที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี ทรงทำศึกสงครามมากมาย เพื่อรักษาประเทศไว้ให้ลูกหลานได้อยู่กันสุขสบายจนทุกวันนี้

พระคุณของ “ราชวงศ์จักรี” จึงยิ่งใหญ่ไพศาล ใครคิดร้ายย่อมแพ้ภัยตัวเอง

วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปพูดในงานสถาปนาครบรอบ 106 ปี โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เปิดอกถึงอำนาจในมือว่า สังคมเป็นห่วงว่าจะทำให้หลงระเริงในอำนาจ แต่คิดว่ายิ่งมีอำนาจยิ่งต้องระวัง ใครที่ให้ความสำคัญกับอำนาจมาก ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ และการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาวันนี้คือ คนในประเทศมองปัญหาไม่เหมือนกัน ถ้ามายืนอยู่ในจุดที่ตนยืนจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร

แล้ว “บิ๊กตู่” ก็สรุปว่า นี่คือ เหตุผลความจำเป็นที่ต้องมีอำนาจ ใช้ในการทำสิ่งที่ดีถูกต้องกว่าเดิม ดีกว่าเดิม จะอาศัยผู้นำหรือรัฐมนตรีคนเดียวทำไม่ได้ ทุกคนในชาติต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะ “เลิกเกรงใจ” คนที่พูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย วันนี้ประเทศชาติเสียหาย เพราะทำงานด้วยปาก เขียนแผนแต่ไม่ลงมือทำจริง หรือทำไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบวินัย จัดระเบียบบ้านเมือง

บางคนทนไม่ได้ บอกว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่ถูกต้องคือ ประชาธิปไตยที่ไม่ละเมิดคนอื่น ไม่ทำให้คนอื่นลำบาก เสียชีวิต ถ้าทำตามความต้องการของตัวเอง จะมีปัญหาตลอด มีรัฐธรรมนูญ 300 กว่ามาตรา ก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะทุกคนเอารัฐธรรมนูญเอากฎหมายมาต่อสู้กัน ตีความกัน ยิ่งทำก็ยิ่งวุ่นวาย บางประเทศไม่มีรัฐธรรมนูญเพราะมีแล้ววุ่นวาย แต่ทำตามจารีตประเพณี เพราะคนของเขามีคุณภาพ มีตรรกะในการคิด มีเหตุผล รับฟังคนอื่น ไม่ใช่ตั้งเข็มทิศอย่างเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ พูดถึงการเลือกตั้งว่า วันนี้ทุกคนสนใจแต่จะเลือกตั้งอย่างไร ต่อให้อีก 10 ชาติ ถ้ายังเลือกตั้งเหมือนเดิม คนแบบเดิมมา มันก็เป็นแบบนี้

ขณะนี้เราไม่มีปัญหากับประเทศอื่น เว้นแต่มีปัญหากันเอง ทุกประเทศยังมาพบทุกวัน ไม่ว่าจะมีกฎอัยการศึก หรือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 แต่เวลาเขาแสดงความเห็นไม่ได้มาพูดที่นี่ ที่สำคัญมีการล็อบบี้ให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยใช้คำว่าประชาธิปไตยมาบีบ มีการใช้คำว่าบังคับขู่เข็ญ ใช้กฎอัยการศึก อย่างวันนี้อ่านพาดหัวข่าวของสำนักข่าว CNN ระบุว่าคนใช้อำนาจเต็มตามมาตรา 44 จะสั่งประหารชีวิตสื่อ

หากยังไม่มีการปรับปรุงตัว ยังปรามาสผม จะพูดให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้เรากำลังเติมอิฐเติมทราย แต่มีคนเอาน้ำมาราดตอนที่ ยังไม่แห้ง คนพวกนี้ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินอีกต่อไป วันนี้ในเมื่อไม่เกรงใจผม ผมก็ไม่เกรงใจคนที่ต่อต้าน ลองไปดูมีเบื้องหลังทั้งนั้น

ก็คัดมาให้อ่านทบทวนกันพอหอมปากหอมคอ การพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนั้น ได้น้ำได้เนื้อกว่าพูดในทีวีเยอะ ที่สำคัญวันนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ เปิดเผยถึงบุคคลที่ไม่หวังดีต่อรัฐบาลว่ามีตัวตนจริง มีการไปล็อบบี้ต่างประเทศให้มาต่อต้าน โดยอ้างประชาธิปไตย หากยังไม่หยุด ก็จะไม่เกรงใจต่อไป

สิบกว่าปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจสังคมไทยพังพินาศ ก็เพราะนักการเมืองที่เล่นการเมืองเพื่อแสวงประโยชน์ ไม่ได้คิดถึงประเทศและประชาชน ผมก็ได้แต่หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ปล่อยให้การเมืองมาทำลายเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันและอนาคตอีก

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศจะ “ใช้อำนาจในทางบวก” ผมก็ อยากให้ท่านศึกษาการใช้อำนาของ ลี กวน ยู อดีตนายกฯ และรัฐบุรุษสิงคโปร์ ลี กวน ยู ใช้อำนาจสำคัญ 2 เรื่อง คือ สร้างวินัยและการศึกษาที่ดีแก่ประชาชน และ กำจัดคอร์รัปชัน ถ้า “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจทำทั้งสองอย่างนี้สำเร็จ จะพลิกประเทศไทยจากหลังมือเป็นหน้ามือแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้