233 ปีแห่งความทรงจำ

ข่าว

    233 ปีแห่งความทรงจำ

    ซูม

      6 เม.ย. 2558 05:01 น.

      วันที่ 6 เมษายน 2558 “วันจักรี” หรือวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เวียนมาบรรจบอีกครั้ง

      วันเริ่มต้นของ ราชวงศ์จักรี ซึ่งมีพระมหากษัตริย์ครองแผ่นดินมาแล้ว 9 พระองค์ นำความสุขความเจริญ ความร่มเย็นมาสู่ประเทศไทยและคนไทยมาเป็นเวลา 233 ปีเต็ม

      หากนับย้อนหลังไปเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2325 อันเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์จนถึงวันเสด็จสวรรคต 7 กันยายน 2352 เป็นเวลา 27 ปีเต็มๆนั้น เป็นห้วงเวลาที่ประเทศไทยหรือที่เรียกกันว่า สยามประเทศ เจริญรุ่งเรืองและร่มเย็นเป็นสุขอย่างมากยุคหนึ่ง

      พระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งของพระองค์ท่าน ประการแรก ได้แก่ การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ หรือกรุงเทพมหานคร ขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ ซึ่งแม้จะเริ่มด้วยพระราชประสงค์ทางด้านความมั่นคงในการป้องกันการรุกรานของอริราชศัตรูเป็นหลัก แต่ก็ส่งผลอย่างมหาศาลด้านเศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆตามมาอีกมากมาย

      มาถึงวันนี้ ราชธานีแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับ 12 ของโลก เป็นเมืองที่องค์กรท่องเที่ยวโลกจัดอันดับให้เป็นที่ 10 ของโลก และที่ 2 ของเอเชีย ในฐานะเมืองที่มีผู้เดินทางมาเยือนมากที่สุด รวมทั้งมีการใช้เงินผ่านบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ดเป็นอันดับ 2 ของโลก ในปี 2557 รองจากมหานครลอนดอนเท่านั้น

      ในส่วนของการป้องกันพระราชอาณาจักรก็มีการบันทึกไว้ว่า ทรงเป็นผู้นำทัพในการทำสงครามกับพม่าทั้งหมด 7 ครั้ง ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน และประสบชัยชนะทุกครั้ง

      เริ่มจากสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ.2327 ที่พระเจ้าปดุงกรีธาทัพครั้งใหญ่ใช้กำลังพลกว่าแสนคนรวม 9 ทัพ หมายกำราบอาณาจักรสยามอีกครั้ง แต่พระองค์ก็ทรงให้ทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทไปสกัดไว้ และใช้การรบในแบบจรยุทธ์สกัดทัพพระเจ้าปดุงจนแตก แพ้พ่ายในหลายๆจุด มิอาจเข้าใกล้กรุงรัตนโกสินทร์ได้เลย 2 ครั้งสุดท้าย คือสงครามที่เชียงใหม่ ซึ่งกองทัพของพระองค์ท่านภายใต้การนำสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเช่นกัน ก็สามารถเอาชนะกองทัพพม่าได้ทั้ง 2 ครา

      ทางด้านการเมือง การปกครองตลอดจนศิลปวัฒนธรรม และวรรณคดีนั้น ก็ได้ทรงริเริ่มสังคายนา “กฎหมายตรา 3 ดวง” สังคายนาพระไตรปิฎก สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงพระราชนิพนธ์นิราศรบพม่าท่าดินแดง, รามเกียรติ์, บทละครอุณรุท ฯลฯ

      นอกจากนี้ ยังทรงทำนุบำรุง วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร หรือวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ให้เป็นวัดประจำรัชกาลของพระองค์ท่าน โดยเริ่มบูรณะด้วยการสร้างพระอุโบสถ และพระระเบียง พระวิหาร ฯลฯ เมื่อ พ.ศ.2331 จนแล้วเสร็จใน พ.ศ.2344

      หลังจากนั้นได้มีการบูรณะวัดโพธิ์อย่างต่อเนื่องในรัชกาลอื่นๆ จนวัดแห่งนี้กลายเป็น “มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน” เพื่อการเรียนรู้ในศาสตร์ต่างๆแห่งแรกของประเทศไทย

      ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 1 ดังกล่าวข้างต้น พสกนิกรชาวไทยจึงได้ร่วมกันจัดพิธีน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่าน ในทุกๆวันที่ 6 เมษายน ซึ่งจะมีพิธีถวายสักการะ ณ พระบรมรูปของพระองค์ท่านเชิงสะพานพุทธยอดฟ้าฯ รวมทั้งในปีนี้ด้วยเช่นกัน

      คนไทยเราไม่ค่อยให้ความสำคัญแก่วิชาประวัติศาสตร์ ไม่ค่อยเหลียวหลังไปดูว่า ความเป็นมาและวิวัฒนาการของประเทศเราเป็นอย่างไร

      ตรงข้ามกับชาวตะวันตกที่มักจะกล่าวอยู่เสมอว่า ก่อนเดินทางไปข้างหน้าควรใช้เวลาเหลียวหลังสักนิด จะทำให้เราเดินต่อไปด้วยความมั่นใจ

      เขาจึงมีการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์กันอย่างจริงจัง ท่องบ่นท่องจำจนขึ้นใจ กลายเป็นวิชาบังคับ

      ผมเองเคยเรียนประวัติศาสตร์ไทยมาพอสมควร แต่ก็ลืมไปเยอะ ดังนั้น เมื่อมีโอกาสกลับไปค้นประวัติศาสตร์ เพื่อจะนำมาเขียนคอลัมน์วันนี้ จึงทำให้ความทรงจำเก่าๆกลับคืนมาอีกครั้ง

      แน่นอนเป็นความทรงจำที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจอย่างเหลือล้น ที่ได้เกิดมาในแผ่นดินนี้ภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย นับแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน.

      ซูม

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 15:19 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์