วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินสายโชว์โรดแม็ปพลิกฟื้นประเทศ : ตะลุยหักด่านนักการเมือง

สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล

หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข

เป็นหัวใจสำคัญตามเจตนารมณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน ภูมิใจนำเสนอต่อสังคม

ในช่วงนี้ กมธ.ยกร่างฯกำลังเดินสายเปิดรับฟังความเห็นและชี้แจงต่อกลุ่มต่างๆ และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ หนึ่งในนั้นเป็น กองบรรณาธิการ นสพ.ไทยรัฐ

โดยบอกความนำถึงการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ก่อนคลอดเป็นเค้าโครงร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศไทยให้สังคมได้ยลโฉมกัน หลังจาก กมธ.ยกร่างฯรับฟังความคิดเห็นจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พรรคการเมืองและประชาชน

ก่อนจะมาถึงวันนี้ กมธ.ยกร่างฯได้วิเคราะห์ปัญหาระบบการเมืองไทย ดูทั้งในอดีตและอนาคตไปด้วยกัน เบื้องต้นที่สุดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรอบ 10 ปีเต็ม เป็นความขัดแย้งที่ร้าวลึก แบ่งคนไทยออกเป็นเสื้อสีต่างๆ มีการดึงทุกสถาบันมาสู่ความขัดแย้ง

เป็นความขัดแย้งไม่สิ้นสุด เหมือนอาการเป็นไข้ที่ยังตัวรุมร้อนอยู่ แต่มีกฎอัยการศึกที่เปรียบเหมือนยาพาราเซตามอนมากำกับอาการไข้เอาไว้ ไข้นี้พร้อมที่อาการจะกำเริบขึ้นอีกเมื่อยาหมดฤทธิ์

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปัญหาสำคัญ ถ้ายังขัดแย้งกันต่อไป ไม่แน่ประเทศไทยอาจจะรั้งท้ายในลำดับที่ 10 ในประเทศกลุ่มอาเซียน

กมธ.ยกร่างฯได้พิจารณาว่าความขัดแย้งนอกจากเป็นความขัดแย้งในเชิงความคิดเห็นทางการเมืองของกลุ่มบุคคล สมมติฐานของโรคที่แท้จริงคือความไม่เป็นธรรมในทางเศรษฐกิจและสังคม

ระหว่างคนมั่งมีมหาศาลส่วนใหญ่อยู่ในเมือง กับคนไม่มีหรือคนชั้นกลางระดับล่างที่ส่วนใหญ่อยู่ในชนบท

ความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ของคนที่รวยที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์ด้านบน เป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติถึง 54 เปอร์เซ็นต์ กับคนจนที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์สุดท้าย เป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติเพียง 4 เปอร์เซ็นต์

ถ้าเอาคนที่อยู่ลำดับ 60 เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของประเทศรวมกับคน 60 เปอร์เซ็นต์นั้นเป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติเพียงแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่คน 20 เปอร์เซ็นต์ด้านบนเป็นเจ้าของรายได้ประชาชาติถึง 54 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตลอด 50 ปีเศษ

เมื่อเกิดความไม่เป็นธรรมในการจัดสรรทรัพยากร เกิดความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่เฉกเช่นทุกวันนี้ เป็นสมมติฐานของโรคที่มีอาการไข้ของความขัดแย้งทั้งหลาย

จึงต้องแก้ให้ได้ดี โดย สปช.จะทำหน้าที่ปฏิรูปในด้านต่างๆ ส่วน กมธ.ยกร่างฯได้วิเคราะห์ต่อไปว่า การบริหารจัดการบ้านเมืองสามารถจัดการได้โดยคน 2 กลุ่ม

กลุ่มแรกเป็นนักการเมือง การเมืองยังมีปัญหา ไม่ได้รับความเชื่อถือในความสุจริต โปร่งใส

การเมืองซึ่งยังเป็นระบบการจัดการบ้านเมืองก็ยังไม่มีความสมดุล ระหว่างพรรคการเมืองกับคนที่ไม่อยากสังกัดพรรคการเมือง

ความไม่สมดุลระหว่างคะแนนเสียงที่ประชาชนลงคะแนนเสียงเป็นความนิยมทั่วประเทศจำนวนหนึ่งหลายพรรคได้ ส.ส.น้อยกว่าจำนวนคะแนนนิยมที่ได้ในระดับประเทศ บางพรรคโดยเฉพาะพรรคใหญ่ได้คะแนนเสียงนิยมในระดับประเทศไม่มากเท่าเก้าอี้ ส.ส. นี้แหละคือปัญหา

กลุ่มที่สองเป็นพลเมือง เป็นผู้ที่มีผลโดยตรงต่อการบริหารบ้านเมือง กมธ.ยกร่างฯมองว่าพลเมืองยังไม่ได้รับโอกาสที่ดีในการให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมืองอย่างเหมาะสม ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ต้องการการชี้นำจากนักการเมือง

เมื่อวิเคราะห์ได้ดังนี้ กมธ.ยกร่างฯมีความคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องมีเจตนารมณ์แก้ไขปัญหาในอดีตและสร้างทางเดินไปสู่อนาคต

โดยการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดและสมดุล หนุนสังคมที่เป็นธรรม นำชาติสู่สันติสุข

อาทิ มาตรการสร้างการหนุนสังคมที่เป็นธรรม เช่น ปฏิรูปด้านแรงงาน เช่น วันนี้ชีวิตของผู้ใช้แรงงานอยู่ในสภาวะที่ลำบาก การจะขอเงินจากประกันสังคมที่มีอยู่ 1.1 ล้านล้านบาท มาเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ คือ 5 หมื่นล้านบาท จัดตั้งธนาคารแรงงาน

เพื่อช่วยปลดหนี้นอกระบบและพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมครั้งใหญ่ ของผู้ใช้แรงงาน

มาตรการนำชาติสู่สันติสุข เพื่อสลายความแตกแยก และความขัดแย้งของประชาชน โดย กมธ.ยกร่างฯได้บัญญัติกลไกสร้าง ความปรองดองระหว่างคู่ขัดแย้งขึ้นในรัฐธรรมนูญ ด้วยความหวังจะเป็นเครื่องมือนำพาประเทศชาติไปสู่สันติสุขได้

เมื่อร่างแรกเสร็จ ก็ไปดูปฏิทิน เดือน เม.ย. ระหว่างวันที่ 20- 26 เม.ย. สปช.จะอภิปรายเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และทาง สปช. ครม. คสช.สามารถเสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมได้จนถึงวันที่ 25 พ.ค.

ระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-23 ก.ค. รวม 60 วัน กมธ.ยกร่างฯจะเข้าสู่กระบวนการทบทวนเนื้อหาทั้งหมด โดยนำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายมาประกอบการพิจารณา

ซึ่งกระบวนการนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนวันที่ 23 ก.ค.ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการและกฤษฎีกามีเวลาตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ก่อนส่งให้ที่ประชุม สปช.ลงมติภายในวันที่ 6 ส.ค.

ถ้าลงมติไม่เห็นชอบ กมธ.ยกร่างฯและ สปช. เปรียบเหมือนแฝดอินจันก็ตายหมู่ ถูกจับใส่หม้อถ่วงน้ำ

ถ้ามีมติเห็นชอบ ประธาน สปช.มีเวลาระหว่างวันที่ 7 ส.ค.ถึง 4 ก.ย. ส่งร่างให้ ครม.ดำเนินการตามขั้นตอน

พอรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ขั้นตอนต่อจากนั้นภายใน 60 วัน ต้อง ดำเนินการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.การ เลือกตั้งและการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ร.บ.พรรคการเมือง พ.ร.บ.คณะกรรม การการเลือกตั้ง

จากนั้นอีก 90 วันต้องดำเนินจัดการเลือกตั้ง หากกระบวนการเป็นไปตามนี้โดยไม่มีการทำประชามติ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นประมาณปลายเดือน ก.พ.หรือต้นเดือน มี.ค.59

ถ้า คสช. ครม.ตัดสินใจทำประชามติก็บวกเวลาเพิ่มอีก 3 เดือน การเลือกตั้งคงเป็นช่วงเดือน มิ.ย.59

ทั้งหมด กมธ.ยกร่างฯต้องการขับเคลื่อนให้ประเทศเดินไปข้างหน้า และ กมธ.แต่ละคนที่เชี่ยว– ชาญในแต่ละด้าน ผนึกกำลังช่วยเติมเต็มซึ่งกัน และกันชี้แจงถึงภาพรวมของร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์ เหมือนกับประเด็นที่นักการเมืองได้รับผลกระทบ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์จนบดบังเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญ

โดย นายบวรศักดิ์ บอกว่า กมธ.ยกร่างฯเปรียบเหมือนคนพายเรือ สปช.เป็นลูกเรือ เรือลำนี้กำลังแข่งกับนักการเมือง ซึ่งเตรียมทีมแจวไว้อย่างดี จะเห็นได้ว่าเป็นการ ปรองดองครั้งแรกระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรค ประชาธิปัตย์ ร่วมถล่ม ร่างรัฐธรรมนูญ

อาทิ ประเด็นนายกฯที่ไม่ได้เขียนว่าต้องเป็น ส.ส. ถูกวิพากษ์ว่าเปิดให้คนนอกเข้ามาเป็นได้ เรื่องนี้ต้องรอฟังจนวินาทีสุดท้าย เช่น หากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือกคนที่เป็น ส.ส.เป็นนายกฯก็ใช้เสียงเกินครึ่ง แต่หากเลือกคนที่ไม่ใช่ ส.ส.ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 แบบนี้ จะรับกันได้หรือไม่

ทั้งหมดในร่างแรกยังไม่เป็นที่ยุติ จะมีการปรับแก้ไขอีก ฉะนั้นใครที่บอกว่าขณะนี้มีร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในมือ ระวังอาจเป็นร่างเทียมได้ เพราะร่างที่อยู่ในมือผมยังไม่นิ่งเลย

ร่างฉบับแรกจะสมบูรณ์และนิ่งจริง คือวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ กมธ.ยกร่างฯต้องเสนอให้ สปช.พิจารณา หากเสนอไม่ทันภายในระยะเวลาที่กำหนด กมธ.ยกร่างฯจะต้องถูกยุบ

ฉะนั้น กมธ.ยกร่างฯและ สปช.จะต้องทำให้ดี เพราะมีคนจับตาดูอยู่ ไม่เช่นนั้นถ้าพลาดอาจตายหมู่ได้

และขอให้ประชาชนช่วยกันถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปได้ ไม่เช่นนั้นจะถูกตีตกแน่ๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ช่วยไม่ได้

ทีมข่าวการเมือง ถามว่าสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านไปได้หรือไม่ นายบวรศักดิ์ บอกว่า ยังไม่มั่นใจ

แต่ใครจะคว่ำก็คว่ำไป ก็ตายกันหมด.


ทีมการเมือง

5 เม.ย. 2558 12:22 5 เม.ย. 2558 12:22 ไทยรัฐ