วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมียดแวเดียฟ (1)

ดมิตรี อนาโตลีเยวิช เมียดแวเดียฟ อายุ 50 ปี นายกรัฐมนตรีคนที่ 10 และอดีตประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหพันธรัฐรัสเซีย กำลังจะมาเยือนเวียดนามและไทย ในโอกาสนี้ ผมขอรับใช้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีท่านนี้ คู่เจรจาที่รู้จักนายกฯ เมียดแวเดียฟน้อยไปหน่อย อาจจะปล่อยประโยคที่ไม่เหมาะสมออกไปในการเจรจาก็ได้นะครับ

ลึกลงไปในสมองของเมียดแวเดียฟ แกเป็นนักประชาธิปไตยที่ลึกมากนะครับ สมัยที่รัสเซียยังเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต ศาสตราจารย์ ดร.อนาโตลี ซับชัค เป็นนักการเมืองที่มีหัวเอียงทางประชาธิปไตย หนุ่มน้อยเมียดแวเดียฟ นิติศาสตรมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเลนินกราด (ปัจจุบันคือ มหาวิทยาลัยเซ็นต์ ปีเตอร์สเบิร์ก) คนนี้นี่แหละครับ ที่รับอาสาเป็นผู้จัดการทีมหาเสียงเลือกตั้งให้ และเมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลาย ศาสตราจารย์ ดร.ซับชัค ก็ไปสมัครเป็นนายกเทศมนตรีนครเซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมียดแวเดียฟ ก็ทำหน้าที่นี้อีกและได้เป็นที่ปรึกษานายกเทศมนตรีซับชัค ในช่วงเวลานี้นี่แหละครับ ที่เมียดแวเดียฟรู้จักนิติศาสตรมหาบัณฑิตรุ่นพี่ที่เพิ่งตกงานมาจากเยอรมันตะวันออก ผู้ที่มีชื่อว่า วลาดิมีร์ ปูติน

เมื่อปูตินได้รับการชักชวนจากอดีตประธานาธิบดีเยลต์ซินให้มาทำงานในทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงมอสโก เมียดแวเดียฟก็ติดสอยห้อยตามมาด้วย ความที่เคยเป็นผู้จัดการทีมเลือกตั้งให้ศาสตราจารย์ ดร.ซับชัคมาก่อน ตอนที่สมัครประธานาธิบดีรัสเซียครั้งแรกใน พ.ศ.2543 ปูตินก็เลยขอให้เมียดแวเดียฟเป็นผู้จัดการทีมเลือกตั้งให้หน่อย ที่รัสเซียนี่ ถือว่า ความเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันก็จะต้องช่วยเหลือกัน ต้องส่งเสริมกันอย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ขณะที่ปูตินเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สอง ก็ส่งเสริมให้เมียดแวเดียฟเป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลนโยบายหลักสำคัญของชาติ นอกจากนั้น ปูตินยังให้เมียดแวเดียฟนั่งเป็นประธานคณะกรรมการกาซพรอม ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลและเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ

ตามรัฐธรรมนูญ บุคคลสามารถนั่งเป็นประธานาธิบดีติดต่อกันได้เพียง 2 สมัย เมื่อหมดวาระสมัยที่ 2 ของปูติน ปูตินจึงหนุนให้เมียดแวเดียฟเป็นประธานาธิบดีคั่นวาระ ต้น พ.ศ.2551 ขณะนั้นมีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของเมียดแวเดียฟ

2 มีนาคม 2551 เมียดแวเดียฟชนะได้เป็นประธานาธิบดีด้วยคะแนนมากถึง 52.5 ล้านเสียง เท่ากับ 70.28% ของคนที่มาลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิหย่อนบัตรเลือกตั้ง ชนะนายเกนนาดี ซูกานอฟ จากพรรคคอมมิวนิสต์ที่ได้เสียง 17.72% และนายวลาดิมีร์ ซีรีนอฟสกี ที่ได้เพียง 9.35% ไปอย่างขาดลอย

เป็นประธานาธิบดีแล้ว เมียดแวเดียฟก็เดินหน้าปฏิรูปประเทศ เมื่อเอ่ยถึงเมียดแวเดียฟ คนก็ยังจำคำที่แกชอบใช้ว่า ‘Go Russia!’ หรือ ‘เดินหน้า รัสเซีย!’ เมียดแวเดียฟทั้งเขียนบทความ ทั้งพูดจาปราศรัยกระตุ้นให้คนรัสเซียทั้งประเทศได้รู้สึกสำนึกตัวว่า รัสเซียยังเป็นประเทศที่ล้าหลังกว่าประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย ทั้งทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ที่เป็นเช่นนี้เพราะรัสเซียมีปัญหาคอร์รัปชัน มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงสูง รัสเซียมีเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพียงอย่างเดียว เมียดแวเดียฟจึงพยายามดึงรัสเซียให้พ้นจากเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาเพียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปหาความมั่งคั่งจากทางด้านอื่น

พอเป็นประธานาธิบดี สิ่งที่อยู่ใต้สมองของเมียดแวเดียฟมาเก่าแก่นมนานก็พรั่งพรูออกมาในคำปราศรัยของแกอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้สมองของแกก็คือคำว่า ‘รัฐทันสมัย’ แกบอกว่าสิ่งที่จะทำให้รัฐใดรัฐหนึ่งมีความทันสมัยนั้น มีอยู่ 2 อย่าง อย่างหนึ่งก็คือ รัฐนั้นจะต้องมีความเป็นประชาธิปไตยสูง และจะต้องเป็นรัฐที่มีประสิทธิภาพ ผมคิดเอาเองนะครับ ว่าที่แกคิดเห็นอย่างนี้ก็เพราะว่า เมียดแวเดียฟเคยเป็นพวกนิยมประชาธิปไตยในสมัยที่เพื่อนพ้องน้องพี่และผู้คนทั้งประเทศเป็นคอมมิวนิสต์

ใครที่มีตัวตนปนเปกับความเป็นเผด็จการสูง เมื่อจะต้องเจรจากับเมียดแวเดียฟ ก็ขอให้ลดความเป็นเผด็จการลงหน่อยครับ กรุณาหลอกเมียดแวเดียฟเข้าไว้ ว่าตนเป็นประชาธิปไตย และการเจรจาก็จะราบรื่นสมดั่งประสงค์ทุกประการ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

5 เม.ย. 2558 12:07 5 เม.ย. 2558 12:07 ไทยรัฐ