วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พวกหนีกม.ไปนอก ประยุทธ์ฉะ คิดทำให้ไทยล่มจม

เพราะครองอำนาจไม่ได้ จะแฉให้หมดไม่เกรงใจ บวรศักดิ์ชี้เรียนสูง-ชั่ว

“ประยุทธ์” ลั่นต้องใช้อำนาจพิเศษ ม.44 เพื่อวางรากฐานบ้านเมืองให้ดี ประกาศเลิกเกรงใจพวกพูดให้เสียหาย ถ้ายังเห็นแก่ตัวกันอยู่มี รธน.ไปก็ไร้ผล ขู่เปิดแผลแฉกลับกลุ่มต่อต้าน ฮึ่มสื่อไหนเขียนไม่ดีมีเรียกคุย อย่ามาใช้คำว่าประชาธิปไตยตอนนี้ ถามพวกอยู่เมืองนอกให้ร้ายบ้านเกิดไม่รักประเทศหรือ “บิ๊กป้อม” โบ้ยสื่อไม่บิดเบือนก็ไม่ใช้ มทภ.1 รับข่าวกรองรายงานกลุ่มป่วน “ไก่อู” โวเสียงตอบรับ ม.44 เป็นบวก “บิ๊กอียู” ยังกดดันเลิกใช้ศาลทหารกับพลเรือน “อ๋อย” ห่วงไม่มีใครกล้าตรวจสอบ นปช.ลองของจัดรำลึก 5 ปี เหตุสลายแยกคอกวัว โหร คมช.ปัดทำพิธีเสริมดวง “บิ๊กตู่” ฟันธงคลื่นใต้น้ำป่วนต้องอยู่ไปอีก 2-3 ปี “บวรศักดิ์” ซัดพวกเรียนสูงมักชั่วมาก ไม่กดดันนายกฯสั่งปรับเนื้อหา “เสธ.อู้” ตอกสื่อไม่เคยเห็นพระจันทร์เต็มดวง นายกฯประกาศค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ “ดอน” หวังสหรัฐฯ ไม่ซ้ำเติมไทย

หลังถูกฝ่ายต่างๆวิพากษ์วิจารณ์การประกาศใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก ยิ่งเพิ่มอำนาจให้หัวหน้า คสช.อย่างเบ็ดเสร็จนั้น ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตอกย้ำห้ามทุกฝ่ายวิจารณ์ในด้านลบ ใครขัดขืนอาจต้องเรียกมาคุย

“บิ๊กตู่” ร่วมงาน 106 ปี รร.เสธ.ทบ.

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 3 เม.ย.ที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก (แห่งใหม่) ถนนพระราม 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานงานวันสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ครบ 106 ปี และเปิดอาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารบก (แห่งใหม่) พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณแก่นายทหารศิษย์เก่าดีเด่น 8 นาย ได้แก่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกลาโหม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.และ รมช.กลาโหม

ย้ำต้องใช้อำนาจวางรากฐานที่ดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเปิดงานว่า รัฐบาลเข้ามาทำงานแล้ว 6 เดือน วันนี้ต้องคิดใหม่เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า หลายคนที่ไม่ใช่ทหารอาจไม่เข้าใจและเกรงกลัวต่ออำนาจ อำนาจของทหารคืออำนาจปกครองและบังคับบัญชา ช่วยเหลือประชาชนทั้งในยามปกติและยามสงคราม สังคมเป็นห่วงว่าจะทำให้หลงระเริงในอำนาจ แต่คิดว่ายิ่งมีอำนาจยิ่งต้องระวัง ดังนั้นใครที่ให้ความสำคัญกับอำนาจมากส่วนใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ และการกระทำที่ไม่ถูกต้อง อยากให้ทุกคนเข้าใจ ใครที่สนใจแต่มาตราโน้นมาตรานี้ ทำไมไม่สนใจว่าทำอย่างไรจะให้คนในชาติสามัคคีกัน ปัญหาวันนี้คือคนในประเทศมองปัญหาไม่เหมือนกัน ถ้ามายืนอยู่ในจุดที่ตนยืนแต่ละกระทรวงอยู่จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร นี่คือเหตุผลและความจำเป็นต้องมีอำนาจ ใช้ในการทำสิ่งที่ดี ถูกต้องกว่าเดิมดีกว่าเดิม จะอาศัยผู้นำ หรือรัฐมนตรีคนเดียวทำไม่ได้ ทุกคนในชาติต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า

ลั่นเลิกเกรงใจพวกพูดให้เสียหาย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ต่างประเทศได้ข้อมูลทุกเรื่องจากสื่อเป็นส่วนใหญ่ เกิดความเข้าใจผิดถึงขนาดว่าตนจะใช้อำนาจประหารชีวิตสื่อ มันอะไรกันนักหนา ไม่ได้ขอให้ปกปิดสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง แต่ต้องให้ความเป็นธรรมก่อน ทุกอย่างต้องมีเหตุและผลในการตัดสินใจใคร่ครวญ เพราะการกล่าวหาใดๆต้องมีหลักฐาน อย่าพูดปากเปล่า วันนี้ประเทศชาติเสียหายเพราะทำงานด้วยปาก เขียนแผนแต่ไม่ลงมือทำจริง หรือทำไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบวินัย จัดระเบียบบ้านเมือง บางคนทนไม่ได้บอกไม่เป็นประชาธิปไตย และจากวันนี้จะไม่เกรงใจ ตราบใดที่ยังมีการพูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย เพราะมายืนตรงนี้ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ทุกคนต้องร่วมมือกับตนสร้างความเข้าใจ ทุกคนถ้าเป็นคนไทยต้องช่วยกันเพื่อประเทศ

ถ้ายังเห็นแก่ตัวมีรัฐธรรมนูญก็ไร้ผล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยที่ถูกต้องคือประชาธิปไตยที่ไม่ละเมิดคนอื่น ไม่ทำให้คนอื่นลำบาก เสียชีวิต รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนไทยทั้งหมดจะเป็นสีไหน พรรคไหน ตนไม่สนใจ จะดูแลคนทั้ง 60-70 ล้านคนให้ได้โดยเร็วเพราะเวลามีจำกัด ต้องช่วยกันสวดมนต์ไหว้พระให้รัฐบาลใหม่ทำให้ได้ สิ่งที่แก้ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเพราะทุกคนต้องทำตามรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ถ้าทำตามความต้องการของตัวเองจะมีปัญหาตลอด คดีรกศาลไม่ว่าจะมีศาลเพิ่มอีกกี่ศาลหรือกฎหมายอีกกี่ฉบับ มีรัฐธรรมนูญ 300 กว่ามาตราก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เพราะทุกคนเอารัฐธรรมนูญเอากฎหมายมาต่อสู้มาตีความกัน ยิ่งทำก็ยิ่งวุ่นวาย บางประเทศไม่มีรัฐธรรมนูญเพราะมีแล้ววุ่นวายแต่ทำตามจารีตประเพณี เพราะคนเขามีคุณภาพ มีตรรกะในการคิด มีเหตุผล รับฟังคนอื่น ไม่ใช่ตั้งเข็มทิศอย่างเดียว

เชื่อหลักสูตรทหารพาชาติไปรอด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้เข้าใจว่าหลักสูตรทหารทำให้เรามองได้ลึกซึ้ง นำมาบริหารก็มั่นใจว่าเพียงพอที่จะนำพาขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจ สังคม จิตวิทยาได้ผลสัมฤทธิ์ เชื่อว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม วันนี้รัฐบาลต้องแก้ใน 3 เรื่อง คือ แก้ปัญหาที่ซับซ้อน การขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และการปฏิรูปประเทศที่อาจใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะปัญหาหมักหมมมานาน ประชาธิปไตยไทยเป็นอย่างนี้มาตลอด ถึงจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ต้องทำ ขณะเดียวกันประชาชนจะอยู่เฉยไม่ได้ ต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มชน ถ้ารัฐบาลประชาธิปไตยที่ไม่มีธรรมาภิบาล ก็พยายามดึงเอากลุ่มชนเหล่านี้มาเป็นพวกตัวเองเหมือนที่ผ่านมา

มีการล็อบบี้ต้านรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ทุกคนสนใจแต่จะเลือกตั้งอย่างไร ต่อให้อีก 10 ชาติ ถ้ายังเลือกเหมือนเดิมคนแบบเดิมมา มันก็เป็นแบบนี้ วันข้างหน้าจัดการกันเองแล้วกัน ตนก็ไปแล้ว ขณะนี้เราไม่มีปัญหากับประเทศอื่น เว้นแต่มีปัญหากันเอง ทุกประเทศยังมาพบทุกวัน ไม่ว่าจะยังมีกฎอัยการศึก หรือการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 แต่เวลาเขาแสดงความเห็นไม่ได้มาพูดที่นี่ ที่สำคัญมีการล็อบบี้ให้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยใช้คำว่าประชา– ธิปไตยมาบีบ มีการใช้คำว่าบังคับขู่เข็ญใช้กฎอัยการศึก อย่างวันนี้อ่านข่าวพาดหัวของสำนักข่าว CNN ที่ระบุว่าตนใช้อำนาจเต็มตามมาตรา 44 จะสั่งประหารนักข่าว

ใช้อัยการศึก–ม.44 มีคนตายไหม

“หากยังไม่มีการปรับปรุงตัวยังมาปรามาสผม จะพูดให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกคนต่างมีแผลเหมือนกัน ต่างประเทศไม่รู้ว่าบ้านเราเป็นโพรง ตอนนี้เรากำลังเติมอิฐเติมทรายแต่มีคนเอาน้ำมาราดตอนที่ยังไม่แห้ง คนพวกนี้ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินอีกต่อไป วันนี้ในเมื่อไม่เกรงใจผม ผมก็ไม่เกรงใจ คนที่ต่อต้านลองลงไปดูมีเบื้องหลังทั้งนั้น ผมไม่เคยละเมิดใคร และตั้งแต่ประกาศใช้กฎอัยการศึกหรือมาตรา 44 ไม่มีคนตายสักคน จะมีก็แต่คนที่ใช้อาวุธมาต่อสู้เจ้าหน้าที่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ฮึ่มสื่อไหนเขียนไม่ดีมีเรียกคุย

นายกฯยังกล่าวด้วยว่า สื่อก็ไม่ได้ปิดสักเล่ม ต่อไปนี้ขอให้เขียนให้ดี ถ้าเขียนไม่ดีจำเป็นต้องเรียกมาพูดคุย เพราะไม่เคยกลัวใคร ถ้ากลัวคงไม่กล้ายืนอยู่ตรงนี้ ถ้าคิดว่าไม่ดีบอก ไปให้อยู่แล้ว ที่พูดนี่มีใครสงสัยอะไรไหม พอพูดไปแล้วก็มีอารมณ์นิดหน่อย เพราะวิจารณ์ตนเยอะมาก มาถามเรื่องเศรษฐกิจตนคนเดียวจะรู้ทุกเรื่องไม่ได้ “ผมนี่รู้มากกว่าคนเศรษฐกิจอีก อะไรที่เป็นนโยบายเป็นหลักการ กำลังทำอยู่ วันนี้คนที่ทำเศรษฐกิจไม่ได้ปกป้องอะไร ถามว่าวันนี้อะไรแพงขึ้นในรัฐบาลทหารถ้าบอกมะนาวแพง เดี๋ยวไปรับที่บ้าน ถ้าอยากกินมะนาวเยอะๆ วันละสัก 20 ลูก หรือจะเอาไปปลูกใส่กระถางไปนี่พูดเปรียบเทียบให้ฟังว่าทุกคนต้องช่วยตัวเองได้ ไม่ใช่ตื่นมาก็เป็นพยาธิปากขอ ตนดูแลทั้งเสียงส่วนใหญ่และส่วนน้อยให้ได้รับความพึงพอใจ แต่จะเอาประชาธิปไตยมาแบ่งพวกกันไม่ได้ การต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะมาชุมนุมยืดเยื้อ 6-10 เดือน ขอประกาศไว้เลยจะเกิดในสมัยตนไม่ได้

อย่ามาใช้คำประชาธิปไตยตอนนี้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่ามาทำให้ประเทศเดือดร้อน อย่ามาใช้คำว่าประชาธิปไตยตอนนี้ วันหน้าสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญถ้าออกได้ก็ประมาณเดือน ก.ย. แต่ตอนนี้แทบฆ่ากันตาย รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเน้นเรื่องการปฏิรูปและธรรมาภิบาล เสียดายโอกาสการเป็นศูนย์กลางอาเซียน ซึ่งตนจะทำให้ได้ไม่ได้ลอกใคร ไม่ใช่แค่ทำรายงาน 3-4 แผ่นแล้วจบ อะไรที่ต้องตรวจสอบสั่งให้ตรวจทั้งหมด ผิดคือผิด อย่าบอกว่าไม่รู้ไม่ทราบ ทำผิดกฎหมายต้องผิด เงินที่มันผิดกฎหมายคือผิดกฎหมาย จะมาบอกว่าคืนแล้วจบไป ไม่ใช่ ไม่ถูกต้อง ส่วนข้าราชการสั่งการไปบางครั้งก็สับสน บางคนชอบก็ดีไปตั้งใจทำงาน ใครที่ไม่ชอบบอกเป็นรัฐบาลทหารไม่รู้เรื่องอะไร แต่พอไล่เรียงรายละเอียดไปๆมาๆ ทหารรู้เรื่องกว่าอีก

“บิ๊กป้อม” ชี้สื่อไม่บิดเบือนก็ไม่ใช้

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี 4 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ออกแถลงการณ์ห่วงการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ข้อ 5 ในมาตรา 44 อาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพประชาชนและสื่อมวลชนว่า ยืนยันไม่กระทบการทำหน้าที่สื่อมวลชน ยังเสนอข่าวได้ตามปกติ ไม่ยุ่งถ้านำเสนอไม่บิดเบือน รายงานตามข้อเท็จจริง อย่ารายงานให้เกิดความแตกแยก จะไปยุ่งก็ต่อเมื่อการนำเสนอของสื่อก่อให้เกิดความแตกแยก ยืนยันเหมือนเดิมบอกไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่ง มาตรา 44 ออกมาเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ “คุณก็มัวแต่เขียนว่าเอาอย่างนู้นอย่างนี้ มโนเอาทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องจริงเลย” เมื่อถามว่ารัฐบาลและ คสช.ต้องทำความเข้าใจในการนำเสนอของสื่อมวลชนต่างประเทศด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า นี่บ้านเมืองของเรา เราต้องการอยู่อย่างเป็นสุข เวลาบ้านเมืองลุกเป็นไฟ ฆ่ากันตาย ถามว่าต่างชาติมาช่วยอะไรได้หรือไม่

มทภ.1 รับข่าวกรองรายงานกลุ่มป่วน

พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่ามีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงระบุว่า มี 5 กลุ่มที่จ้องสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) รายงานเรื่องนี้แล้ว ซึ่งหน่วยความมั่นคงมีประชาคมด้านการข่าวบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ส่วนที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. กำชับ กกล.รส.กองทัพภาคต่างๆ ให้ศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับมาตรา 44 นั้น ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 กกล.รส.แต่ละกองทัพภาคต้องดำเนินการศึกษากันอยู่แล้ว การทำงานของเจ้าหน้าที่ยังเหมือนเดิม เพียงแต่กฎหมาย มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจยังใช้กฎหมายปกติ ส่วนทหารก็เป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย การปฏิบัติหน้าที่ยังเหมือนเดิม เพียงแต่มีขั้นตอนและการระบุโทษเพิ่มเติมเข้ามา

“ไก่อู” โวเสียงตอบรับ ม.44 เป็นบวก

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประกาศใช้มาตรา 44 ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากภายในประเทศ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และภาคอุตสาหกรรม เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามผ่อนคลายมาตรการลงไปตามลำดับของสถานการณ์ที่พัฒนาไป ส่วนเสียงสะท้อนจากหน่วยงานองค์กรระหว่างประเทศ ที่แสดงความวิตกกังวลว่ามาตรา 44 จะเป็นการให้อำนาจ คสช.มากจนน่ากังวลนั้น หากดูรายละเอียดของประกาศทั้ง 14 ข้อ เชื่อว่าจะผ่อนคลายความกังวลลงได้ มีขอบเขตการใช้อำนาจที่ชัดเจน มั่นใจว่าการยกเลิกกฎอัยการศึก และการประกาศใช้มาตรา 44 เป็นการหาทางออกที่สามารถตอบสนองข้อกังวลของต่างประเทศได้ในระดับหนึ่ง อยากให้องค์กรระหว่างประเทศเข้าใจเจตนารมณ์และแนวทางของประเทศไทย ที่พยายามดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้ประเทศเข้าสู่แนวทางประชาธิปไตย

“บัวแก้ว” พร้อมชี้แจงนานาชาติ

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสตอบรับของต่างชาติภายหลังการยกเลิกกฎอัยการศึก และประกาศใช้มาตรา 44 แทนว่า เชื่อว่าถ้าต่างชาติรับฟังที่เราชี้แจงถึงความจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 เขาจะเข้าใจ และไม่มีความคลางแคลงใจในการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเขาอยู่กับเรามาตั้งแต่วันยึดอำนาจ ตนจะชี้แจงเรื่องนี้กับทูตประเทศต่างๆ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศด้วย ทุกชาติที่เข้ามาไม่เคยมีใครบ่นออกมาเดินถนน ไปช็อปปิ้ง ก็ไม่มีใครบอกว่ามันแปลกปลอม ตรงกันข้ามกลับบอกว่าไหนล่ะกฎอัยการศึก ตามตำราเรียนของเขามันบอกว่ากฎอัยการศึกต้องมีรถถังอยู่ตามหัวมุม มีทหารยืนยาม เขารู้สึกอย่างนั้น แต่พอมาที่นี่มันคนละเรื่องเลยไม่มีใครติดใจ

“บิ๊กอียู” กดดันให้เลิกใช้ศาลทหาร

อีกด้าน โฆษกของนางเฟเดริกา โมเกรินี ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเกี่ยวกับความคืบหน้าในประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประเทศไทยกลับเข้าสู่กระบวนการทางประชาธิปไตย การนำคำสั่งที่ 3/2558 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 มาใช้แทนกฎอัยการศึก ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยคืบหน้าเข้าสู่การมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยที่สามารถตรวจสอบได้ ศาลทหารไม่ควรถูกนำมาใช้ในการพิจารณาคดีกับพลเรือน ในฐานะมิตรและหุ้นส่วนของประเทศไทย สหภาพยุโรปขอย้ำว่าหลักนิติธรรมและการปกป้องส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ควรเป็นฐานในกระบวนการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย

“อ๋อย” ห่วงไม่มีใครกล้าตรวจสอบ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อดูเนื้อหาคำสั่งตามมาตรา 44 แล้ว ไม่ต่างจากการใช้กฎอัยการศึก เพราะยังมีผลต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชน พลเรือนยังต้องขึ้นศาลทหารอยู่ อีกทั้งการใช้มาตรา 44 เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จ ซึ่งปัญหาคือไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล อาจทำให้ถูกมองเรื่องสิทธิเสรีภาพแย่ลงกว่าเดิมก็ได้ เพราะคนไม่แน่ใจว่าจะใช้มาตรา 44 ในเรื่องใดอีกบ้าง เมื่อถามว่า การเปิดช่องให้ขึ้นศาลทหารได้ 3 ศาล จะทำให้บรรยากาศดีกว่าเดิมหรือไม่ นายจาตุรนต์ตอบว่า ถ้าพูดโดยหลักการแล้ว พลเรือนไม่ควรต้องขึ้นศาลทหาร เพราะศาลยุติธรรมก็ไม่น่าจะมีอะไรบกพร่อง

นปช.จัดรำลึก 5 ปีสี่แยกคอกวัว

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่ม นปช. กล่าวว่า สิ่งที่นายวิษณุ เครืองาม พูดถึง 5 กลุ่มที่จ้องปั่นป่วน เป็นการคลี่ร่างแหแห่งอำนาจให้ครอบคลุมสังคมไทย เหมือนวางตะกร้าไว้ 5 ใบ ถ้าจะเล่นงานใครก็จะหยิบเข้าไปใส่ในตะกร้าใบนั้น แล้วอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ลงดาบ เป็นแนวทางกำราบคนเห็นต่าง และกลุ่มตรงข้ามทางการเมืองกับ คสช.ให้ราบคาบ เช่นเดียวกับที่ทำกับฟากฝั่งคนเสื้อแดงขณะนี้ ถูกเล่นงานหมดตั้งแต่นักธุรกิจ ไปจนถึงพระ รวมถึงสถานีโทรทัศน์พีซ จึงต้องบอกคนเสื้อแดงว่าตอนนี้ต้องอดทน เขาคงอยู่ไปชั่วฟ้าดินสลายไม่ได้ เราต้องรอจนถึงวันที่มีการเลือกตั้ง และวันแสดงประชามติรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนจะมีสิทธิมีเสียงอีกครั้ง ขอเสนอไปยังนายวิษณุ ว่าให้สร้างมิตรไม่ใช่สร้างศัตรู และวันที่ 10 เม.ย. แกนนำ นปช.ทั้งหมดจะร่วมทำบุญรำลึกครบ 5 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกคอกวัว เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ที่วัดพลับพลาไชย คิดว่างานแบบนี้คงไม่มีใครบ้าจี้มาบอกว่าขัดมาตรา 44 อีก

แนะ “สมหมาย” ไปทบทวนตำราใหม่

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ออกมายอมรับว่ามาตรการเศรษฐกิจของรัฐบาลใช้ไม่ได้ผลนั้น เป็นไปตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเคยเตือนไว้แล้ว แต่การที่นายสมหมายบอกว่าจะไม่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก รวมถึงมาตรการจัดเก็บภาษีเพิ่มจากประชาชน น่าจะเป็นแนวทางที่ผิด เพราะเท่ากับดึงเงินออกจากกระเป๋าประชาชน แทนที่จะเพิ่มเงินให้ ถ้านายสมหมายไปอ่านตำราเศรษฐศาสตร์ทุกเล่ม ไม่มีเล่มไหนบอกเลยว่าการเก็บภาษีเพิ่มในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้ อยากให้นายสมหมายเข้าใจว่าปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่หนี้ แต่อยู่ที่รายได้ของประชาชนที่ลดลง เพราะรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจไม่เป็น แถมยังซ้ำเติมปัญหาเรื่องความปลอดภัยการบินพาณิชย์ ที่มีการออกใบอนุญาตการบินมากถึง 42 ใบ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยว ถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ อยากให้ตรวจสอบว่ามีการทุจริตในการออกใบอนุญาตนี้หรือไม่

โหร คมช.ปัดทำพิธีเสริมดวง “บิ๊กตู่”

ขณะที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหรชื่อดังเจ้าของฉายาโหร คมช. และประธานมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา กล่าวถึงกำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่จะร่วมเปิดงาน “ฮีดฮอย...ป๋าเวณี 100 ปี๋เมืองเจียงใหม่” ในวันที่ 5 เม.ย. ว่างานนี้จัดเตรียมไว้ร่วมเดือนแล้ว เรียนเชิญนายกฯจะมาเป็นประธานเปิดศูนย์ท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาลอนุรักษ์การท่องเที่ยวแบบประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิม รักษาแผ่นดิน และไม่มีนัย ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อแก้ดวงเสริมดวงอะไรทั้งสิ้น รู้ทุกคนจับจ้อง แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะเรื่องชะตาแก้ไม่ได้ แต่อโหสิกรรมได้ งานนี้ทุกคนจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ตลอดเวลาในกิจกรรมลอยเรือสำเภา ปักตุงเจดีย์ทราย สวดมนต์ ห่มผ้าพระธาตุ ที่เป็นขนบประเพณีทางเหนือ รวมถึงการผูกข้อไม้ข้อมือ

คลื่นใต้น้ำป่วนต้องอยู่ 2-3 ปี

นายวารินทร์กล่าวอีกว่า การก้าวมาแก้ปัญหาประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ดวงเป็นส่วนหนึ่ง และข้างบนกำหนดให้มาทำหน้าที่อุดรอยร้าวบ้านเมือง เวลานี้เป็นยุคของท่าน ใครก็ไม่สามารถมาแทรกได้ แน่นอนต้องเจอปัญหาบ้าง แต่ถือว่าน้อย เพราะสิ่งที่ทำโดนใจชาวบ้าน รับรอง พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีวันถอดใจ เพียงแต่ 1 ปีที่ตั้งเป้าหมายไว้ น่าจะมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามา ไม่สามารถทำตามโรดแม็ปที่วางไว้ อย่างน้อย 2-3 ปีขึ้นไป ดูแล้วยังไม่น่าสำเร็จ เพราะมีอุปสรรคนานาประการ คลื่นใต้น้ำ คนที่สูญเสียผลประโยชน์คงไม่ยอมง่ายๆ ต้องหาทางที่จะกลับคืนมา แต่หมดเวลาของคนเหล่านั้นแล้ว

กมธ.ยกร่างฯแอ่วเชียงใหม่ไร้ป่วน

วันเดียวกันเวลา 13.45 น. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ จ.เชียงใหม่ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีสัมมนา “การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ” มีประชาชนและเครือข่ายองค์กรต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยปราศจากกลุ่มต่อต้าน โดยก่อนเริ่มสัมมนา เครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูป 15 จังหวัดภาคเหนือ ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น ให้บริหารจัดการตนเองได้อย่างแท้จริง

“บวรศักดิ์” ซัดพวกเรียนสูงมักชั่วมาก

จากนั้นนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวเปิดการสัมมนาว่า ที่เลือกจัดสัมมนาเป็นครั้งแรกที่ จ.เชียงใหม่ เพราะเป็นจังหวัดสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ภาพรวมรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้สิทธิกับประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบผ่านสมัชชาคุณธรรม ที่สามารถทำประชามติถอดถอนนักการเมืองได้ และการผลักดันกฎหมาย เมื่อยุบสภาแล้วร่างกฎหมายของประชาชนจะไม่ตกไปด้วย ส่วนบุคคลที่จะเข้ามาเป็น ส.ส.ต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาตรี เพราะที่ผ่านมาคนเรียนสูงมักชั่วมาก ชาวบ้านอย่าไปไว้ใจพวกที่จบสูง แต่ให้คำนึงความดีของบุคคลแทน

ไม่กดดันนายกฯสั่งปรับเนื้อหา

นายบวรศักดิ์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ไม่รู้สึกกดดันหลัง พล.อ.ประยุทธ์ทักท้วงและขอให้ปรับแก้เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยนำบทบัญญัติรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 มาพิจารณาประกอบ นายกฯสามารถให้ความเห็นได้เพราะเป็นผู้ที่มีความสำคัญ เหมือนหัวหน้าพรรคการเมือง หรือนักการเมือง นายกฯถือเป็นผู้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดังนั้นควรรับฟัง และ กมธ.ยกร่างฯต้องรับฟังความเห็นของภาคประชาชนเช่นเดียวกัน เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่ของ กมธ.ยกร่างฯ แต่เป็นของประชาชนทั้ง 65 ล้านคน โดยจะนำความเห็นของประชาชนไปพิจารณาประกอบการแก้ไข หรือปรับปรุงร่างในช่วง 60 วันสุดท้าย

กติกาใหม่ไม่ได้เขียนให้นักการเมือง

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินนักการเมืองออกมาวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนเพื่อนักการเมืองหรือพรรคการเมือง แต่เขียนเพื่อประชาชน วันนี้อยากถามประชาชนว่าเราอยากได้ความปรองดองหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีกลไกพยายามให้เกิดขึ้นให้ได้ อย่างระบบการเลือกตั้งที่จะให้เป็นรัฐบาลผสม สองฝ่ายที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งกันต้องพยายามลบความขัดแย้งนั้น หรือทำให้อยู่ในระบบสันติวิธีให้ได้ ประเทศจะไม่ถูกแบ่งพรรคแบ่งขั้วอีกต่อไป คนก็จะหันหน้าเข้าหากันมากขึ้น วันนี้เราทะเลาะกันมามากพอแล้ว เราต้องกล้าคิดอะไรใหม่ๆบ้าง

ตอกสื่อไม่เคยเห็นพระจันทร์เต็มดวง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า ถ้าเรามีนักการเมืองที่มีจรรยาบรรณอย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือยุโรป ประเทศเราคงไม่มีปัญหาแบบนี้ ระบบที่ กมธ.ยกร่างฯออกแบบล่าสุด จะให้มี ส.ส. 2 ประเภท คือ แบบเขตและบัญชีรายชื่อ เป็นระบบสัดส่วนผสม ที่คนบอกว่าเป็นระบบเยอรมัน วันนี้เหลือเพียงน้อยนิด เพราะเรานำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบ้านเรา ไม่ได้ลอกมาทั้งดุ้น เราต้องการให้ทุกคนไปพูดในสภา ไม่ใช่มาพูดข้างถนน กลุ่มไหนมีแนวคิดมีอุดมการณ์ก็ไปสมัคร ส.ส. ส่วนการเลือก ส.ว. เราก็รับฟังเสียงที่ส่วนใหญ่อยากให้มีการเลือกตั้งจากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด เราก็ปรับแก้ไป แต่ก็โดนโจมตี โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่อยู่แต่ในออฟฟิศ หาว่าเป็นแบบลากตั้งแล้วให้มาเลือกตั้ง คนพวกนี้เปรียบเหมือนไม่เคยเห็นพระจันทร์เต็มดวง

อนุฯปฏิรูปสื่อวางกรอบร่าง ก.ม.ลูก

ที่รัฐสภา นายบุญเลิศ คชายุทธเดช รองโฆษกคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปสื่อฯได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพ คุ้มครองสวัสดิภาพ และสวัสดิการของสื่อมวลชน โดยมีหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์การยกร่างกฎหมายการจัดตั้งองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูป โดยต้องพิจารณากฎหมายลูกให้เสร็จภายใน 90 วัน และต้องรายงานผลการพิจารณาต่อที่ประชุม สปช. ภายในวันที่ 26 มิ.ย. โดยมีกรอบการเขียนกฎหมายลูก 3 กรอบ คือ 1.การมีสิทธิและเสรีภาพบนความรับผิดชอบ 2.การมีกลไกกำกับการใช้เสรีภาพในขอบเขตการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของสาธารณะ 3.การมีกลไกสร้างความเป็นอิสระของสื่อมวลชน ไม่ให้ถูกแทรกแซงจากภาครัฐและธุรกิจ

กลุ่มต้านปฏิรูปพุทธศาสนาบิดเบือน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการใช้สื่อออนไลน์รวมกลุ่มมวลชนคัดค้านข้อเสนอที่ได้รับความเห็นชอบจาก สปช.ไปแล้ว เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยฝ่ายคัดค้านกล่าวหาบิดเบือนว่าตนและนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. และ สปช.ที่ลงมติในเรื่องนี้กว่า 70 คนเป็นผู้นับถือศาสนาอื่น ทั้งที่ สปช. 250 คน มีผู้ต่างศาสนาเพียง 5 คนเท่านั้น กรณีนี้มีการสร้างข่าวและความสับสนในหมู่พุทธศาสนิกชน เพื่อคัดค้านการปฏิรูปพระพุทธศาสนา โดยคำนึงถึงแต่ประโยชน์ที่เคยได้รับ แต่ไม่คิดถึงความเสื่อมศรัทธาต่อภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา

พท.แนะทางออกไม่ต้องทำประชามติ

ด้านนางลดาวัลย์ วงศ์ศรีวงศ์ ประธานชมรมเสียงสตรีแห่งประเทศไทย และอดีต รมช.แรงงาน กล่าวว่า หากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ไม่อยากให้เกิดความเสียหาย ถ้าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ตนขอเสนอวิธีที่จะทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดมาประกาศใช้ตามกำหนดเวลา และไม่ต้องทำประชามติ และคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่คงเห็นด้วย คือ กมธ.ยกร่างฯต้องรีบแก้ไขใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1.นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง 2.ส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง 3.ระบบการเลือกตั้งต้องไม่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และ 4.ต้องไม่มีการสืบทอดอำนาจผ่านองค์กรต่างๆตามรัฐธรรมนูญ

สนช.รับหลักการร่าง ก.ม.ฟอกเงิน

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่า การกำหนดให้ ปปง.ขึ้นตรงต่อนายกฯ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน ทำให้มีอำนาจขับเคลื่อนส่วนต่างๆได้มากขึ้น และมีการระบุคุณสมบัติประธาน ปปง. ต้องไม่เป็นนักการเมือง ดังนั้นประธานต้องมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ทำให้ ปปง.รอดจากข้อครหาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งที่ประชุมลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3 ฉบับ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 21 คนขึ้นพิจารณา

ปชป.ยึดคำสั่ง คสช.จัดงาน 69 ปี

น.ต.สุธรรม ระหงษ์ ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันที่ 6 เม.ย.นี้ เป็นวันครบรอบ 69 ปีย่างเข้าสู่ปีที่ 70 ของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และนายจุติ ไกรกฤษ์ เลขาธิการพรรคฯ ได้กำชับให้ทำตามระเบียบและคำสั่งของ คสช. ซึ่งจะไม่มีกิจกรรมทางการเมือง มีแต่ พิธีการทางศาสนา โดยพิธีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.15 น. ทำพิธีละหมาดทางศาสนาอิสลาม ที่ห้องโถงชั้นล่าง อาคารควง อภัยวงศ์ ต่อด้วยพิธีพราหมณ์ บวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์สัญลักษณ์พรรคที่ลานด้านหน้าที่ทำการพรรค และพิธีพุทธ ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

“พระสุเทพ” พร้อมสู้คดีสลายม็อบ

อีกเรื่อง พระสุเทพ ปภากโร (นายสุเทพ เทือกสุบรรณ) ในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติอนุญาตให้เพิ่มพยานตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ผู้ถูกกล่าวหาสั่งสลายการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 ร้องขอว่า เรามองทุกอย่างตามความเป็นจริงที่มีเหตุปัจจัย และพร้อมรับสถานการณ์ หาก ป.ป.ช.จะตัด สินใจส่งเรื่องให้ สนช.ถอดถอนแบบเดียวกับที่ส่งเรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เราก็พร้อมแล้วที่จะไปชี้แจงในสภาฯ และถ้า ป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็พร้อมจะสู้คดีในศาลอาญา ยืนยันไม่หนีไปไหน พร้อมพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรม

โชว์สปิริตไม่อ้างพยานปากอื่น

พระสุเทพกล่าวต่อว่า เอกสารที่ยื่น ป.ป.ช.ไปนั้นเพื่อชี้ให้เห็นในข้อเท็จจริงว่าในปี 2553 เกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงต้องมีการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างนั้น แต่ละคำสั่งมีเหตุผลความจำเป็น และ ป.ป.ช.ไม่ควรดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง ถ้าจะผิดต้องมาเล่นงานคนออกคำสั่ง ซึ่งก่อนออกคำสั่งได้ไตร่ตรองระดมสมอง ถามและประเมินความเห็นประมวลสถานการณ์ชัดเจนแล้วในฐานะรองนายกฯฝ่ายมั่นคงที่ต้องทำให้บ้านเมือง ประชาชนปลอดภัยมั่นคงเมื่อมีคนก่อการร้ายขึ้นเอาอาวุธสงครามมาฆ่าตำรวจ ทหาร ประชาชน ทั้งนี้ อาตมาไม่ต้องการอ้างพยานอื่นเพราะแต่ละคนมีภาระหน้าที่ต้องปฏิบัติงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองอย่าให้กระทบต่องานของผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมืองขณะนี้ และในวันที่ 21-22 เม.ย.นี้ จะไปพบกับทาง ป.ป.ช.อีกครั้ง

“มาร์ค” ลุยขอนแก่นไร้กลุ่มป่วน

เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ศาลาการเปรียญวัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะเดินทางไปทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสมทบทุนก่อสร้างอาคารสำนักงาน กศน. ตำบลพระลับ โดยมีชาวบ้านจำนวนมาก มอบดอกไม้ให้กำลังใจและขอถ่ายรูป โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ คอยดูแลความปลอดภัย จากนั้นพระธรรมดิลก (สมาน สุเมโธ) เจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ มอบพระพุทธรูปองค์พระลับจำลอง พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองขอนแก่น ให้นายอภิสิทธิ์ไว้สักการบูชาเป็นสิริมงคล ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ แต่ทุกคนยังลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนได้เช่นเดิม กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก จริงๆแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก ทุกคนคงเข้าใจดี

“รัชตะ” ไม่หวั่น “ณรงค์” ร้อง ก.พ.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขว่า หลังจากนายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เรื่องไม่สนองตอบนโยบายรัฐบาล โดย นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่ 5 มี.ค.58 จน นพ.ณรงค์ถูกคำสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ล่าสุด นพ.ณรงค์ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงการออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ว่าเป็นคำสั่งที่ไม่เหมาะสมเพราะเหตุผลไม่เพียงพอ ไม่มีความชัดเจนต่อสังคม เนื่องจากตั้งแต่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ นพ.ณรงค์ออกมาจนบัดนี้กลับไม่มีความชัดเจนหรือรายละเอียดการสอบข้อเท็จจริงใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ระบุว่า นพ.ณรงค์ไม่สนองตอบนโยบายก็ไม่มีแนวทางหรือรายละเอียดว่าไม่สนองตอบนโยบายอะไร และเป็นผลอย่างไร นพ.รัชตะกล่าวถึงกรณีที่ นพ.ณรงค์ยื่นร้องเรียนเรื่องดังกล่าวกับ ก.พ.ค.ว่า ไม่ทราบเรื่องนี้ แต่หากปลัดฯจะทำก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้

คตร.เริ่มลงพื้นที่สอบงบฯ สปสช.

นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปพูดคุยให้ข้อมูลกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตามที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สปสช.แล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลถึงการทำหน้าที่ของ สปสช.และกลไกการทำงานต่างๆ ส่วนการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบที่มี พล.ต.ธนาคาร เกิดในมงคล คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เป็นประธานฯนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมกับ สปสช.ไปดูที่เขต 4 จ.สระบุรี เพื่อตรวจสอบข้อมูลการใช้งบประมาณต่างๆ

ไฟเขียว นปช.บุกถามดีเอสไอ

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ระบุว่าจะชักชวนมวลชน นปช.ไปสอบถามกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เกี่ยวกับคำสั่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่เพื่อคลี่คลายคดีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 53 โดยจะขอเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะทำงานชุดดังกล่าวว่า คดีดังกล่าวนายกฯได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามคลี่คลายคดีให้แล้วเสร็จเหมือนกับคดีการทุจริตทุกคดี ไม่ว่าฝ่ายใดหากมีประเด็นข้อสงสัยสามารถมาพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามรายละเอียดได้เหมือนกับคดียักยอกและฉ้อโกงเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ที่ทางผู้เสียหายมาสอบถามข้อสงสัยหรือร้องขอให้มีการเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการต้องอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเท่านั้นไม่ใช่มาด้วยเทคนิคการเมือง

ปชป.จวก “เต้น” อย่าตีปลาหน้าไซ

ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ขอตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 53 คู่ขนานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า เป็นสิทธิของนายณัฐวุฒิที่จะตั้งองค์กรเถื่อนของตัวเองขึ้นมา แต่ไม่ควรมากดดันการทำงานของดีเอสไอ เพราะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะปรับปรุงคณะกรรมการฯเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ เชื่อว่าการทำงานของคณะกรรมการฯชุดใหม่จะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย จึงไม่อยากให้มากดดันหรือตีปลาหน้าไซ ทำให้เจ้าหน้าที่ขาดความเป็นอิสระในการทำงาน ขอให้นายณัฐวุฒิยอมรับการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมในทุกระดับ

ยกค้ามนุษย์ขึ้นวาระแห่งชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายและการประกาศวาระแห่งชาติ เรื่อง “การป้องกันปราบ-ปรามการค้ามนุษย์” ว่า ทุกคนต้องทำหน้าที่อย่างจริงจังแก้ปัญหานี้ให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย ใครที่คิดการเอารัดเอาเปรียบ เจ้าหน้าที่เข้าไปพัวพันในขบวนการ เพิกเฉย ตนถือว่าท่านจะไม่มีที่ยืนบนสังคมอีกต่อไป คนที่จับเด็กมาตัดแขนตัดขาเป็นขอทานไม่ใช่มนุษย์และไม่ควรเกิดมา ต้องจับกุมให้ได้ และยอมรับว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องขบวนการทั้งสิ้น แต่ที่ห่วงใยคือลงโทษเจ้าหน้าที่ได้เฉพาะทางวินัยเท่านั้น ต้องลงโทษคดีอาญา ไล่ออก ปลดออก หากทุกคนปล่อยให้ข้าราชการ ผู้ปฏิบัติในพื้นที่ปล่อยปละละเลยใช้อำนาจในทางที่ผิด ทุจริตเอื้อประโยชน์ทับซ้อน มีอิทธิพล เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ปัญหาไม่มีทางหมดสิ้นไป รอเวลาเป็นไฟสุมขอน เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาสแก้ปัญหาในวันนี้

หนึ่งเดือนปลอดขอทาน-โสเภณี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สถานบริการที่เปิดเกินเวลาจากนี้ไปต้องปิดตี 2 ตนเชื่อมั่นในตำรวจ ถ้ามีปัญหาก็ให้ปิดตั้งแต่เช้า จะมาอ้างการท่องเที่ยวไม่ได้ ต้องจัดระเบียบใหม่ จะปล่อยให้ออกมาเรียกลูกค้าหน้าร้านไม่ได้ กวดขันสื่อลามก การทำคดีความค้ามนุษย์จะต้องรวดเร็วขึ้น กระทรวงการต่างประเทศต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับต่างชาติและดูแลแรงงานไทยในต่างแดน วันนี้คาดโทษไปแล้วห้ามมีโสเภณี มีขอทาน ให้เวลาไม่เกินเดือน เม.ย.นี้ เพราะเป็นเรื่องเสียหาย

“ดอน” หวังสหรัฐฯไม่ซ้ำเติมไทย

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า ช่วง 4-5 เดือนแรก รัฐบาลได้ปรับปรุงกฎหมาย 3 ฉบับ คือ แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 ออกกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานประมง และร่าง พ.ร.บ.ประมง กำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ เอาจริงเอาจังในการปฏิบัติ บังคับใช้กฎหมาย ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุปัญหาทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าหน้าที่หากไม่ละเลยหรือเป็นใจปัญหาจะไม่เกิด จากนี้จะคาดโทษเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเอาจริงเอาจัง ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาจะประกาศผลการจัดอันดับการค้ามนุษย์ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มิ.ย.อย่างน้อยความเป็นมิตรประเทศ หากเห็นว่าเรากำลังทำเรื่องดีๆกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูก ต้องสนับสนุนและให้กำลังใจไม่ซ้ำเติมเรา

ปลุกทำดีถวาย “เจ้าฟ้าของคนเดินดิน”

ต่อมาเวลา 20.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ รัฐบาลขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระพรชัยมงคล และร่วมกันทำความดีตาม “โครงการปณิธานความดี ปีมหามงคล ทำดี เริ่มได้ที่ใจเรา” ที่รัฐบาลได้ริเริ่มเพื่อถวายเป็นของขวัญ แสดงถึงพลังแห่งความรัก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพราะพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติอย่างยาวนาน เป็นประจักษ์ชัดในพระปรีชาสามารถการพัฒนาคุณภาพชีวิต เด็ก เยาวชน ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร และผู้ด้อยโอกาสให้ดีขึ้น จนคนไทยยอมรับว่าพระองค์ทรงเป็น “เจ้าฟ้าของคนเดินดิน”

ยัน ม.44 ไม่มีอำนาจเหนือศาล

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องมาตรา 44 ที่จริงมีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อยกเลิกกฎอัยการศึกจำเป็นต้องเขียนให้ชัดเจนขึ้นว่า เราสามารถดูแลเรื่องงานความมั่นคงได้ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นปัญหาต่อไป ไม่ใช่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือมีอำนาจเหนือศาล ถ้าอะไรที่มันทำไม่ได้เพราะติดกฎหมาย เราสามารถใช้มาตรานี้เพื่อทำให้เดินหน้าได้ อยากให้เข้าใจอย่ามาตีกันเรื่องนี้อีกต่อไป ตนทำให้มันสงบเท่านั้นเอง ปัญหาที่ผ่านมาไม่โทษประชาชน อยู่ที่คนนำ พอแตกเป็นฝ่ายขาดความสามัคคี ทะเลาะเบาะแว้งใช้กำลังบาดเจ็บล้มตายแล้วไม่มีคนรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายไม่ได้ นึกถึงคนที่เขาอยู่ตรงกลางๆบ้าง การจะมีสิทธิเสรีภาพต้องอยู่ในกรอบ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน มีช่องทางที่จะคัดค้านมากมายด้วยวิธีการของประชาธิปไตย ไม่ใช่เอาอาวุธมายิงกันบนถนน

ฉุนพวกหนีไปนอกแว้งทำร้ายชาติ

นายกฯยังกล่าวด้วยว่า วันนี้หลายคนไปโผล่อยู่ต่างประเทศ อะไรที่หนีกฎหมายไปทั้งหมด ไปนั่งเข้าแถวกันกินอาหารกันสนุกสนานในประเทศเพื่อนบ้าน กลับมาซะ ตนบอกให้กลับมา การที่ท่านไปพูดจาให้ต่างประเทศเข้าใจเราผิดๆ มันเสียหายประเทศ เกลียดตนโกรธตนไม่ว่าให้มาพูดกับตน ไม่ใช่ไปทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนเดือดร้อน ทุกประเทศเขาไม่มั่นใจเราเขาเกลียดเรา ทั้งที่มันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ทำได้อย่างไร ไม่รักประเทศไทยเลยหรือ หรือคิดแต่เพียงว่าถ้าท่านอยู่ไม่ได้ ครองอำนาจไม่ได้ จะต้องทำให้ประเทศไทยเสียหายล่มจม ถ้าคิดแบบนั้นแย่มาก ไปพิจารณาตัวเองด้วย แล้วกรุณาให้ทุกส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ช่วยทำความเข้าใจกับต่างประเทศด้วย คนไทยดูแล้วกัน กสม. ก็กรุณาพิจารณาด้วย ตนไม่อยากบังคับ

ใช้อำนาจพิเศษแก้วิกฤติการบิน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ความขัดแย้งลดลง มีเพียงกลุ่มที่ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ ทางการเมือง หรือผู้ที่ไม่เปิดใจยอมรับว่าประเทศไทยอยู่ในฐานะใด คิดแต่เพียงว่าทุกอย่างดีอยู่แล้ว ถ้าดีอยู่แล้วคงไม่เป็นแบบนี้ ต่างชาติก็ลังเล วันนี้เขามั่นใจกว่าเดิม ตนพยายามปรับพัฒนาการใช้อำนาจให้ดีที่สุด ระยะ 90 วันนี้ต้องทำให้ได้ คือต้องจัดตั้งกรมควบคุมขนส่งทางอากาศ เพราะวันนี้เที่ยวบินมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเป็นแสนๆเที่ยว ต้องแบ่งแยกหน้าที่กัน ใครจะเป็นผู้กำกับดูแล ประเมินผล ใครจะเป็นหน่วยปฏิบัติ ต้องปรับโครงสร้างใช้เวลา 1 ปี ถึงปีครึ่ง แต่ถ้าเราใช้มาตรา 44 ไม่น่าจะเกิน 90 วัน หรือ 3 เดือน สั่งไว้ตามนี้ รมว.คมนาคมก็เร่งดำเนินการให้ได้

จี้ กทม.เร่งขุดลอกคูคลองรับหน้าฝน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการขุดลอกคูคลองใน กทม. ต้องเร่งดำเนินการเดี๋ยวไม่ทันหน้าน้ำนี้ จะให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เหมาะสม โดยให้รัฐมนตรีมหาดไทย กทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการน้ำ ทหารช่าง เข้าไปดูว่าจะทำยังไง คลองต่างๆที่มีปัญหา ที่คนไปอยู่ 4-5 พันครอบครัวจะทำยังไงไม่ต้องเดือดร้อน ปรับรูปแบบอยู่

รมต.เรียงหน้ากระดานแจงผลงาน

จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานแต่ละกระทรวง ได้ร่วมชี้แจงผลการทำงานผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ อาทิ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ชี้แจงผลงานด้านความมั่นคงและควบคุมสถานการณ์ ขณะที่นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และการช่วยเหลือลูกเรือประมงที่ถูกทางการอินโดนีเซียจับกุม ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ชี้แจงถึงการเร่งแก้ไขปัญหากรณีถูกกรมการบินพลเรือนประเทศญี่ปุ่น หรือ JCAB ห้ามเที่ยวบินจากไทยเข้าญี่ปุ่น ส่วน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง ผบ.ตร. ชี้แจง ถึงการดูแลความปอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ

“ประยุทธ์” ลั่นต้องใช้อำนาจพิเศษ ม.44 เพื่อวางรากฐานบ้านเมืองให้ดี ประกาศเลิกเกรงใจพวกพูดให้เสียหาย ถ้ายังเห็นแก่ตัวกันอยู่มี รธน.ไปก็ไร้ผล ขู่เปิดแผลแฉกลับกลุ่มต่อต้าน 4 เม.ย. 2558 04:33 4 เม.ย. 2558 05:41 ไทยรัฐ