วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลิกได้ไหม! ใช้เซฟเฮาส์ สอบผู้ต้องหา 'หมอพรทิพย์' ร่วมไขคดีปริศนา

เลิกได้ไหม! ใช้เซฟเฮาส์ สอบผู้ต้องหา 'หมอพรทิพย์' ร่วมไขคดีปริศนา

  • Share:

"หมอพรทิพย์" เข้ารับฟังผลการชันสูตรศพผู้ต้องหาผูกคอตายในเซฟเฮาส์ของชุดปราบปรามยาเสพติดสงขลา ชี้เป็นการแขวนคอขณะที่ยังมีชีวิต ส่วนแม่วอน ตร.เลิกใช้เซฟเฮ้ส์ควบคุมผู้ต้องหา ฝ่ายพ่อเตรียมแจ้งกองปราบฯ ดำเนินคดี 10 ตำรวจ 4 ข้อหา...       

จากคดี นายธีระพัฒน์ เสรีเกียรติดิลก อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ผูกคอตายอย่างมีเงื่อนงำภายในเซฟเฮาส์ของเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธร จ.สงขลา เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 58 ที่ผ่านมา ซึ่งญาติได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม จนล่าสุด ทาง ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ตำรวจชุดจับกุมทั้ง 10 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และส่งทีมแพทย์นิติเวชจากส่วนกลาง ลงไปชันสูตรอย่างละเอียด หลังจากโอนคดีให้ตำรวจกองปราบปรามดำเนินการ

ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 เม.ย. 58 พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ลงพื้นที่เข้ารับฟังผลการชันสูตรศพของทีมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ที่ห้องประชุมภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ พร้อมด้วย นางจันทรา เสรีเกียรติดิลก อายุ 50 ปี มารดาของผู้ตาย และทนายความส่วนตัว

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ เผยว่า จากการรับฟังบรรยายสรุปและดูรูปถ่ายทั้งหมด พบว่า ผู้ตายมีลักษณะบาดแผลที่เข้ากันได้กับการผูกคอ หรือแขวนคอตาย แต่ไม่ปรากฏลักษณะที่ทำให้สามารถช่วยยืนยันได้อย่างชัดเจน เช่น ลิ้นจุกปาก แต่สิ่งที่ทางแพทย์ได้ทำการตรวจ และยืนยันได้ว่า ผู้ตายแขวนคอในขณะที่ยังมีชีวิต คือ ร่องรอยบาดแผลบริเวณลำคอที่มีลักษณะเฉียงขึ้น และการตัดชิ้นเนื้อโดยพยาธิแพทย์พบว่ามีเลือดออก ซึ่งถ้าตายก่อนแล้วแขวนคอทีหลังจะไม่มีเลือดไหลออกมา

ส่วนประเด็น ซึ่งเป็นข้อกังขาของครอบครัวและญาติผู้ตาย โดยเฉพาะร่อยรอยบวมช้ำและบาดแผลตามร่างกายนั้น พบว่า ที่บริเวณข้อมีขวามีบาดแผลเป็นเส้นคู่ขนาน ซึ่งจากประสบการณ์เชื่อว่า น่าจะเกิดจากรอยกุญแจมืออย่างแน่นอน รวมทั้งยังพบร่องรอยของการจับแขน และพบดีเอ็นเอของบุคคลอื่นในซอกเล็บของผู้ตายด้วย

นอกจากนั้น รอยช้ำที่บริเวณต้นขาจะต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า เกิดจากการถูกทำร้าย หรือว่าเกิดจากการนำศพลงจากที่เกิดเหตุกันแน่ ส่วนกระดูกซี่โครงหัก ทางแพทย์ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏรอยช้ำจากการทำร้าย หรือปั๊มหัวใจ และหลังจากที่ได้ผ่าตัดผ่านชั้นผิวหนังเข้าไปพบร่องรอยของกระดูกหักที่ชัดเจน แต่ไม่มีเลือดออก ส่วนผนังด้านในพบว่ามีเลือดออกเล็กน้อยที่ซี่โครง ซึ่งทางการแพทย์ระบุได้ว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการตาย หรือเพิ่งตายใหม่ๆ ขณะที่ปอดไม่ได้รับการกระทบกระเทือน จึงยืนยันได้ว่ากระดูกซี่โครงไม่ได้หักไปทิ่มปอด และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ศพของนายธีระพัฒน์ ขณะนี้ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านนางจันทรา เสรีเกียรติดิลก ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และพอใจผลการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ต้องการให้นำตำรวจทั้ง 10 นาย มาตรวจดีเอ็นเอด้วย รวมทั้งนำมาแถลงข่าว เพื่อให้ประชาชนได้เห็นหน้า และชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ยกเลิกการใช้เซฟเฮาส์ ควบคุมผู้ต้องหา หากมีการจับกุมก็ให้นำไปสอบสวนที่โรงพัก เพื่อให้ญาติได้พบหน้ากันและติดต่อได้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับลูกของคนอื่นอีก ส่วนคำพูดที่ว่า น้อยใจที่พ่อไม่ช่วยเหลือ จึงตัดสินใจแขวนคอตายนั้น เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

บ่ายวันเดียวกันที่ สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสมชัย เสรีเกียรติดิลก พ่อของ นายธีระพัฒน์ พร้อมทนายความส่วนตัว ได้นำหลักฐานผลการชันสูตรศพ และผลการตรวจที่เกิดเหตุ มอบให้กับ พ.ต.อ.สุวัฒน์ สุวรรณนิกขะ รองผู้บังคับการกองตรวจราชการ 9 สำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ และให้ปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการตาย รวมทั้งเตรียมเดินทางไปที่กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุมทั้ง 10 นาย ใน 4 ข้อหา คือ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกรับเงิน และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

สำหรับความคืบหน้าการสอบสวนของตำรวจกองปราบปรามที่ลงพื้นที่มาทำคดีนี้ พบว่า ในวันเกิดเหตุยังมีผู้ต้องหาคดียาเสพติดอีก 4 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 1 คน ที่ถูกนำตัวมาควบคุมไว้ภายในเซฟเฮาส์ดังกล่าวด้วย แต่อยู่คนละห้อง เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนเพิ่มเติมว่ารู้เห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ โดยขณะนี้ทั้ง 4 คน ถูกควบคุมอยู่ในเรือนจำจังหวัดสงขลา

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้