วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฆ่าตัวตาย ติดต่อกันได้ โปรดระวัง

ฆ่าตัวตาย ติดต่อกันได้ โปรดระวัง

โดย ครูเคท
12 เม.ย. 2558 05:30 น.
  • Share:

ตอนที่แล้วพูดเรื่องการฆ่าตัวตาย สาเหตุและอาชีพเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย วันนี้ขอคุยต่อถึงการฆ่าตัวตายว่ามีลักษณะเปรียบเสมือนโรคติดต่อได้ภายในครอบครัว และกลุ่มสังคมต่างๆ ค่ะ บางคนอาจจะเรียกการฆ่าตัวตายกันในครอบครัว หรือกลุ่มสังคมว่าเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบก็ได้ แต่จริงๆ แล้วโรคความผิดปกติทางจิตอันเป็นสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตายนั้น เป็นโรคที่ส่งต่อมาทางพันธุกรรมได้ค่ะ ที่เรามักล้อเลียนกันว่าคนนั้นคนนี้มีเชื้อบ้า ที่อาจเกิดจากความบกพร่องทางพันธุกรรมได้ค่ะ และงานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดระบุว่า อาการหลายอย่าง นอกจากจะเกิดจากการอบรมเลี้ยงดู และสภาพแวดล้อมของคนแล้ว ยังเกิดจากการส่งต่อมายังลูกหลานทางยีนส์ด้วยค่ะ

คนที่มีอารมณ์รุนแรง ขี้โมโหฉุนเฉียว ถ้าลองสืบหาสาเหตุส่วนใหญ่พบว่ามีครอบครัวที่มีการใช้ความรุนแรง หรือ พ่อแม่ไม่รุนแรง แต่เลี้ยงดูแบบตีกรอบทำให้อึดอัดเก็บกดเอาไว้ รอวันระเบิดเมื่อไหร่ก็เจ็บตัวกันเมื่อนั้น แต่งานวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดระบุว่า คนที่มีอารมณ์รุนแรง ฉุนเฉียว ชอบใช้กำลัง ทำให้ตับทำงานหนักกว่าคนปกติ คนเหล่านี้เมื่อมีลูกหลานยีนส์ที่ตับที่ไม่ปกติจะสามารถส่งต่อความรุนแรงนี้ลงไปยังคนรุ่นถัดไปได้ ลูกหลานนั้น แม้จะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ก็ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นคนฉุนเฉียวได้


นอกจากนี้ โรคจิต และโรคบุคลิกภาพแปรปรวน เช่น โรคไบโพล่าร์ โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท และการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ใช้สารเสพติดต่างๆ นั้นส่งต่อมายังลูกหลานทางพันธุกรรมได้ และแม้แต่ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติกัน แต่อยู่บ้านเดียวกันก็ยังติดต่อมาทางพฤติกรรมลอกเลียนแบบกันได้ค่ะ ดังนั้น คนที่มีเชื้อบ้าทางพันธุกรรม หรือพฤติกรรมลอกเลียนแบบกัน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไป เพราะมีภูมิคุ้มกันทางจิตน้อยกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วค่ะ และคนที่มีภูมิคุ้มกันทางจิตดี ไม่เครียดสะสม แต่มีเหตุกระตุ้นอย่างรุนแรงก็เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้เหมือนกัน

นอกจากการฆ่าตัวตายที่มาจากคนในครอบครัวแล้ว สมัยนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายแบบโรคระบาดด้วยค่ะ นั้นคือ แม้คนเราร้อยพ่อพันแม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องทางพันธุกรรม แต่หากมาอยู่รวมกลุ่มสังคมกัน เช่น อยู่โรงเรียนเดียวกัน ที่ทำงานเดียวกัน กลุ่มศาสนา หรือกลุ่มทางสังคมที่มีการกระตุ้นทางจิตเดียวกัน (เช่น กลุ่มธุรกิจลูกโซ่ กลุ่มฝึกอบรมพลังใจ ฯลฯ) เมื่อคนได้ยินข่าวการฆ่าตัวตายของคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน หรือแม้แต่ไม่ได้เข้ากลุ่มอะไรกับใครเลย แต่ได้รับข้อมูลข่าวสารตามสื่อต่างๆอยู่เป็นประจำว่ามีคนฆ่าตัวตาย หรือ แม้ไม่ใช่ข่าวเรื่องการฆ่าตัวตายตรงๆ แต่ได้ยินได้ฟังเรื่องหงอยเหงาเศร้าซึมของคนอื่นๆ มากๆ เข้าก็สะสมความเครียดไว้ในจิตแบบไม่รู้ตัว อาจทำให้เกิดอาการเศร้าแบบเฉียบพลัน ทั้งที่รู้สาเหตุและไม่รู้สาเหตุ ก็อาจคิดสั้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้เช่นเดียวกัน

ถ้าไม่อยากฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุทางพันธุกรรมหรือพฤติกรรมลอกเลียนแบบ หรือ พฤติกรรมติดต่อแบบโรคระบาดแล้วละก็ เราควรหมั่นดูแลและประเมินสุขภาพจิตของตัวเราเองเป็นประจำ หมั่นมีสติรู้ตัว รู้อารมณ์และความรู้สึกของเราบ้าง หัดถามตัวเองว่าวันนี้รู้สึกอย่างไร หรือทำอะไรแล้วรู้สึกอย่างไร จดจำอารมณ์ดีๆ ที่มีความสุขเอาไว้ เมื่อเวลาที่อารมณ์แปรปรวนไปในทางเป็นทุกข์จะได้รู้สึกตัวและขจัดอารมณ์นั้นทิ้งไปได้เร็ว ไม่เก็บสะสมนะคะ นอกจากนี้ อย่าพยายามพาตัวไปติดกลุ่มสังคมที่อาจทำให้เรามีแนวโน้มเครียดเนื่องจากไปรับฟังปัญหาผู้อื่น (ของเราเองก็เครียดจะตายอยู่แล้ว) ฝึกคลายเครียดบ่อยๆ เช่น ยิ้มบ่อยๆ หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง บ่นหรือระบายให้เพื่อนฟังบ้าง ร้องไห้บ้าง แค่นี้คุณก็จะห่างไกลจากความเครียดที่เป็นตัวการของการฆ่าตัวตายแล้วค่ะ

ท่านใดรู้สึกเครียดๆ กับเรื่องอะไรก็ตาม แต่ไม่รู้จะบ่นให้ใครฟัง เข้ามาทำ counseling รับคำปรึกษากับครูเคทได้นะคะ ที่ KruKate Counseling Center นัดคิวรับคำปรึกษา โทร. 08-1458-1165 หรือเข้าไปสอบถามปัญหาพูดคุยกันได้ใน แฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้