วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยเป็นไบโพลาร์นับล้าน โรคเดียวกับนักบินเยอรมัน

วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยกันถึง “โรคไบโพลาร์” หรือ “โรคอารมณ์สองขั้ว” กันสักวันนะครับ เป็นโรคร้ายที่ผู้ป่วยจะมี “อารมณ์พลุ่งพล่าน” และ “ซึมเศร้า” ต่างกันสุดขั้วในคนเดียวกัน และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ นักบินผู้ช่วยเยอรมัน ของ สายการบินเยอรมันวิงส์ ก่อโศกนาฏกรรม นำเครื่องบินโดยสารพุ่งชนภูเขาแอลป์ ฆ่าตัวตายพร้อมผู้โดยสารกว่า 150 คน

วันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมาเป็น “วันไบโพลาร์โลก” เพื่อเตือนให้ชาวโลกตระหนักถึงอันตรายจากโรคไบโพลาร์ วันนี้ประชากรโลกป่วยเป็นโรคไบโพลาร์กว่า 27 ล้านคน ประเทศไทยก็มีผู้ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์กว่า 1 ล้านคน

โรคไบโพลาร์ หรือโรคที่อารมณ์แตกต่างกันสองขั้ว ระหว่าง อารมณ์ผิดปกติในระยะพลุ่งพล่าน (Mania) สลับกับ อารมณ์ซึมเศร้า (Depression) ถือเป็นโรคอันตรายทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในสังคม โดยคนทั่วไปไม่รู้โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ ถ้ารีบพาไปพบแพทย์ก่อนจะมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย

“โรคไบโพลาร์” ใน “ระยะพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อ” อารมณ์จะเปลี่ยนแปลงง่าย มีความมั่นใจในตนเองมาก รู้สึกว่าตัวเองเก่ง พูดมาก คล่องแคล่ว พูดเสียงดัง ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่หลับนอน แต่งตัวมาก ใช้จ่ายเงินฟุ้งเฟ้อสิ้นเปลือง ไม่คิดถึงกฎเกณฑ์สังคม หากถูกห้ามปรามหรือขัดขวางในสิ่งที่ต้องการก็จะหงุดหงิดฉุนเฉียว ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจพบมีอาการหลงผิดแบบมีความสามารถพิเศษเหนือคนอื่น จนถึงมีภาวะหวาดระแวงได้

ส่วนใน “ระยะซึมเศร้า” ผู้ป่วยจะรู้สึกหดหู่ เบื่อหน่าย จิตใจไม่สดชื่น อารมณ์อ่อนไหวง่าย ร้องไห้ง่าย ไม่อยากพบใคร หรือไม่อยากทำอะไร เบื่ออาหาร น้ำหนักลด นั่งเฉยๆนานเป็นชั่วโมง ใจลอยหลงๆลืมๆไม่มั่นใจ ตัดสินใจไม่ได้ คิดว่าตัวเองเป็นภาระ หากมีอาการหนักอาจถึงขั้นฆ่าตัวตายได้

ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีสาธารณสุข แถลงวันก่อนว่า สมาพันธ์โรคไบโพลาร์สากล คาดว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ทั่วโลกประมาณ 27 ล้านคน หรือ ร้อยละ 1–2 ของประชากรโลก และ มีผู้ป่วยร้อยละ 20 ฆ่าตัวตายสำเร็จ สำหรับ ประเทศไทย จากการศึกษาในปี 2555 ประเมินว่า มีผู้ป่วยปัญหาสุขภาพจิตที่ต้องเข้ารับบริการสูงถึง 10 ล้านคน ในจำนวนนี้ ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ราว 1 ล้านคน มากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคจิตเภท แต่การเข้าถึงบริการของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตยังต่ำมาก

โรคนี้เป็น “โรคอันตราย” สังเกตด้วยสายตายาก ผู้ป่วยจะมีลักษณะเหมือน “คนนิสัยไม่ดี” ทั่วไป เช่น ทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม มีพฤติกรรมเปลี่ยน ร่าเริงผิดปกติ เศร้าผิดปกติ เหมือนกรณี นักบินผู้ช่วยของสายการบินเยอรมันวิงส์ ที่ก่อโศกนาฏกรรมนำเครื่องบินพุ่งชนภูเขาแอลป์เสียชีวิตทั้งลำ ก็พบว่า “ป่วยเป็นโรคไบโพลาร์” เช่นกัน

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ แต่ต้องได้รับกำลังใจและการรักษาที่ต่อเนื่อง ไม่งั้นกลับมาเป็นซ้ำอีกถึงร้อยละ 80-90

องค์การอนามัยโลก ก็ระบุว่า โรคไบโพลาร์ เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมากเป็นอันดับ 6 ของโลก พบได้ในผู้หญิงและผู้ชายในอัตราที่เท่ากัน อายุเฉลี่ยที่เริ่มพบคือ 20–30 ปี และพบอีกว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วย ฆ่าตัวตายสำเร็จ

โรคไบโพลาร์ เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง เสริมด้วยปัจจัยทางสังคม เช่น ประสบวิกฤตการณ์หรือเหตุการณ์พลิกผันในชีวิตอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเครียด เช่น สอบตก เปลี่ยนงาน การอดนอน การใช้ยาเสพติดหรือสารกระตุ้น อาการในระยะพลุ่งพล่านฟุ้งเฟ้อจะเป็นเร็วมาก แต่ไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ อาการจะเต็มที่ภายใน 2-3 สัปดาห์ อาจมีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าวจนญาติก็รับมือไม่ไหว

น่ากลัวนะครับ และยิ่งน่ากลัวเมื่อรู้ว่า เมืองไทยมีผู้ป่วยโรคไบโพลาร์อยู่นับล้านคน ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยโรคนี้สังเกตยาก บางทีความรุนแรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย อาจมาจากผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ที่มีอารมณ์แตกต่างกันสองขั้วก็ได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

3 เม.ย. 2558 10:19 3 เม.ย. 2558 10:19 ไทยรัฐ