วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กินรูป

ในด้านศิลปะ...คำ “กินรูป” มีความหมายกว้างไกล...อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ อธิบายในหนังสือ ถามตอบศิลปะไทย (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ) ไว้หลายคำ

เมื่อมีคำ “กินรูป” ก็ต้องมีคำ “ทัศนียภาพวิทยา” สองคำนี้ มีส่วน ผสมผสานกัน

งานประติมากรรมชิ้นใหญ่โต เช่น พระมงคลบพิตร ที่อยุธยา เมื่ออยู่บนฐานชุกชี ถ้าปั้นตามส่วนสัดโดยขยายจากรูปเท่าตัวจริง ผู้ดูเบื้องล่างจะเกิดอำนาจทัศนียภาพวิทยา คือส่วนที่อยู่สูงและไกลออกไป จะเรียวเล็กลง

ทำให้ผู้มองเบื้องล่าง อาจเห็นผิดสัดส่วนได้

ยิ่งรูปประติมากรรม...นั้น ตั้งอยู่กลางแจ้ง ผู้ดูข้างล่างจะเห็นส่วนบนตัดกับท้องฟ้า แสงสว่างโดยรอบ จะบีบเศียรพระให้ดูเล็กลงอีก

สิ่งนี้แหละ เรียกว่า “กินรูป”

ดังนี้ ผู้ปั้น จึงจำเป็นต้องปั้นเผื่อไว้ ทำให้เศียรโตผิดส่วนสัดเสียตั้งแต่แรก เมื่อมองจากข้างล่าง อำนาจของทัศนียภาพวิทยา ประการหนึ่ง และการกินรูป อีกประการหนึ่ง

จะทำให้เศียรโตนั้นถูกส่วนสัดพอดี

น. ณ ปากน้ำ อธิบายต่อว่า ในการปั้นอนุสาวรีย์ใหญ่ ที่อยู่บนแท่น สูงลิบ ผู้ปั้นจะต้องคำนึงถึงหลัก 2 ข้อนี้ และจะต้องปั้นเผื่อไว้เสมอ

พระพุทธชินราช พิษณุโลก นายช่างโบราณเขาปั้นให้ดูงามเฉพาะแต่มองด้านหน้า ซึ่งจะหาตำหนิไม่ได้ เขาจึงต้องมีรั้วกั้นไว้หน้าฐานชุกชี มิให้ล่วงล้ำเข้าไปดูใกล้ๆ หรือไปดูด้านข้าง

หากเราเข้าไปดูด้านข้าง เราจะเห็นพระนาสิกโต และส่วนอื่นก็ไม่งามเหมือนดูด้านหน้า

นี่ก็เพราะเขาคำนึงถึงสถานที่ติดตั้ง และจังหวะ ระยะ ในการดู เพื่อให้งาม

การปั้น จึงต้องปั้นเผื่อในบางส่วนไว้ เป็นการเน้นโดยประสงค์จะให้ดูงาม จนถึงที่สุดเฉพาะด้านหน้าแต่อย่างเดียว

อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ พูดถึงพระพุทธรูปปางลีลา ที่ตั้งในที่ราบ... เรียงรายอยู่กับพระพุทธรูปโบราณหลายยุคหลายสมัย ในระเบียงโบสถ์วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ

นี่คือรูปแบบลีลา ศิลปะสมัยสุโขทัย ที่ยกย่องกันนักหนาว่างามเป็นเยี่ยมในโลก

ดูด้านหน้า เห็นว่าสวย แต่ระดับเสมอตาที่พระตั้ง...เมื่อไปดูด้านข้าง ก็จะเห็นข้อบกพร่อง งามน้อยไปหน่อย

“ของเดิมนั้น...คนโบราณเขาติดตั้งไว้ในที่บังคับให้ดูแต่ด้านหน้า จึงดูงามจับใจยิ่งนัก” อาจารย์ว่า

แต่คนรุ่นหลังไม่เข้าใจ นำมาติดตั้งใหม่ ในสถานที่อันไม่เหมาะสม ทำให้ความงามจับใจนั้น ลดถอยลงไปมาก

ความรู้ ที่อาจารย์ น. ณ ปากน้ำ เป็นความรู้พื้นฐาน ของช่างปั้น โบราณทุกคน พระพุทธรูป หรืออนุสาวรีย์คนสำคัญ ขนาดใหญ่ๆ ที่มองดูว่างามแสนงาม ไม่ว่าที่ไหน ฝรั่ง แขก ไทย จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ

ช่างปั้นจากความเข้าหลักการ “กินรูป” และทัศนียภาพวิทยา ทั้งสิ้น

เมื่อเริ่มเข้าใจหลัก“กินรูป” ด้านศิลปะแล้ว ผมก็พอเข้าใจ หลักกินรูป ในการมองผลงานของรัฐบาล ถ้ามองด้วยมุมของความมั่นคงของบ้านเมือง ซึ่งดูจะเป็นเรื่องแรกของรัฐบาลทหาร ก็ดูงามสง่า น่าเลื่อมใส

แต่ถ้าเปลี่ยนไปมองในบางมุม เช่น มุมสิทธิเสรีภาพ อันเป็นพื้นฐานหนึ่งในความเป็นมนุษย์ คนบางพวกที่บังเอิญเข้าใกล้ อาจมองขาดๆเกินๆไปมาก

คนที่มองขาดๆเกินๆ เป็นใคร พอรู้กัน แต่ผมว่า คงไม่ใช่พวกนักข่าว ผมเห็นเขารักใคร่กันดี...มีนายกฯคนไหน ที่พูดได้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกเรื่อง โต้ได้ทุกเรื่อง ยั่วเมื่อไหร่เป็นได้เรื่อง

นายกฯอย่างนี้ นักข่าวเขามีประเด็น ส่งเข้าโรงพิมพ์ทุกวัน สนุกสนานกันจะตาย

ตรงข้ามกับบางรัฐบาลทหาร...บางยุคสมัย นายกฯพูดเป็นคำเดียว “กลับบ้านเถอะลูก” นักข่าวส่งข่าวก็เหงา คนเขียนข่าวก็ง่วง มีเนื้อ (ข่าว) น้อย ก็ต้องหาน้ำ ท่วงท่า ลีลา บรรยากาศ เติมเข้าไป พอให้อ่านกันได้ ไม่ถึงกับไร้รสชาติ

การขายข่าว จะว่าไป เขาก็มีศิลปะของเขาเหมือนกัน ปล่อย

ให้ “กินรูป” บ่อยๆไม่ได้ ข่าวขายไม่ออก โฆษณาไม่เข้า ก็จบข่าว... ตกงานกันซีครับ.

กิเลน ประลองเชิง

3 เม.ย. 2558 10:15 3 เม.ย. 2558 10:15 ไทยรัฐ