วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยรอลุ้นเจแค็บปลดล็อกห้ามบิน

นายกรัฐมนตรีออกทีวีเช้าวันที่ 3 เม.ย. แถลงเรื่องปัญหาถูกห้ามบินไปญี่ปุ่น ด้าน การลงนามเอ็มโอยูไทย-ญี่ปุ่น เจอโรคเลื่อน กรมการบินพลเรือนลุ้น ปลดปมการบินศุกร์นี้ “ประจิน” สั่งเร่งยกเครื่ององค์กรใหม่ หวังทันเส้นตาย 60 วัน ชี้ไทยกำลังถูกแขวนเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ

ปัญหาไทยถูกทางการญี่ปุ่นห้ามบินยังไม่ยุติ โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ถึงกรณีที่กรมการบินพลเรือนประเทศญี่ปุ่น หรือ JCAB ยังไม่ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) เพื่อผ่อนปรนเรื่องการเปิดทำการบินระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เนื่องจาก JCAB ต้องการตรวจสอบรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ ให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนเที่ยงวันที่ 3 เม.ย. JCAB ยืนยันว่าจะมีคำตอบ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดี JCAB ได้ส่งผู้แทนมาเจรจากับกรมการบินพลเรือนของไทย เมื่อวันที่ 1-2 เม.ย. ส่วนผลยังไม่ทราบ ขอให้รอความชัดเจนในวันที่ 3 เม.ย. และจะแจ้งให้ฝ่ายไทยได้ชี้แจงรายละเอียดข้อตกลงที่จะสรุปร่วมกันออกมาอีกครั้ง

“ญี่ปุ่นขอไปดูรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้รอบคอบ ขอให้ฝ่ายไทยรอ JCAB จะส่งสัญญาณ ว่าเห็นชอบและจะมีการเปิดแถลงข่าวพร้อมกัน แต่ไม่ได้แถลงข่าวร่วมกัน อาจแถลงจากคนละที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนในข้อมูล โดยภายหลังจากที่กรมการบินพลเรือนส่งทีมไปเจรจากับ JCAB ทำให้มีความมั่นใจว่าจะปรับแผนแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อนำไปสู่การยกเลิกประกาศข้อบกพร่อง ที่มีนัยสำคัญต่อความปลอดภัย จากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้อย่างแน่นอนภายใน 60 วันที่เหลืออยู่” พล.อ.อ.ประจินกล่าว

รมว.คมนาคมกล่าวว่า ส่วนเรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตสำหรับรายใหม่นั้น ได้สั่งให้ชะลอไว้ก่อน เพราะต้องแก้ไขปัญหาใบอนุญาตเดิมให้เรียบร้อย กระทั่งมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้จะชัดเจน และจะต้องมีการรับคนเข้ามาทำงานเพิ่มไม่ต่ำกว่า 50-80 คน เพราะจะต้องมีการจัดตั้งสถาบันการบินพลเรือนแห่งชาติ เป็นองค์กรใหม่ เพิ่มเจ้าหน้าที่ในส่วนการพิจารณาออกใบอนุญาตการบิน ซึ่งขณะนี้มี 16 คน ต้องเพิ่มให้ได้ไม่น้อยกว่า 32 คน และอาจรับคนรุ่นใหม่เพิ่มเข้ามาอีก

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ในวันที่ 3 เม.ย. ยังได้รับมอบหมายให้แถลงข่าวร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เรื่องผลกระทบด้านการบิน ซึ่งมีกำหนดแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทางช่อง 5 เวลา 10.30-11.30 น. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีการแถลงข่าวชี้แจงเรื่องความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าผลกระทบด้านการบินที่เกิดขึ้นขณะนี้ เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่กระทบกับความมั่นคงเช่นกัน จึงให้นำเรื่องนี้เข้าไปร่วมแถลงข่าวด้วย เพื่อให้สาธารณชนรับทราบและเข้าใจตรงกัน เพราะรัฐบาลมองว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องมีการชี้แจงให้สังคมเข้าใจ หากเข้าใจปัญหาคลาดเคลื่อน อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยวของประเทศ โดย 4 เรื่องที่จะแถลงข่าวประกอบด้วย 1.การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ 2.เรื่องปัญหาการใช้แรงงานทางทะเล 3.เรื่องการค้ามนุษย์ และ 4 เรื่องการบินที่ไอซีเอโอเข้ามาตรวจสอบไทย

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคม กำลังเร่งปรับปรุงข้อบกพร่องทางการบินของไทย ให้ได้มาตรฐาน ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ให้ได้เร็วที่สุด เพราะขณะนี้เหลือเวลาอีก 60 วันเท่านั้นก็จะถึงกำหนด จากกรอบเวลาทั้งหมด 90 วัน โดยมีเรื่องที่กระทรวงต้องปรับปรุง เช่น โครงสร้างองค์กร กำลังคน กฎหมาย รวมถึงวิธีปฏิบัติให้ได้มาตรฐาน ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าจะดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลาแน่นอน สำหรับการเจรจากับประเทศอื่นๆ นอกจากญี่ปุ่นที่มีการห้ามสายการบินจากไทยเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและไม่ให้เครื่องบินเช่าเหมาลำเข้าไปในประเทศ เรื่องนี้จะมีความชัดเจนในวันที่ 3 เม.ย. ประเทศอื่นได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาแล้ว เกาหลีใต้ยังไม่มีหนังสือแจ้งการห้ามสายการบินเช่าเหมาลำจากไทย เข้าเกาหลีใต้อย่างเป็นทางการ ขณะที่จีนก็ไม่ได้มีปัญหา จากเรื่องการตรวจสอบมาตรฐานของไอซีเอโอ แต่เป็นกรณีที่การบินในจีน มีความคับคั่งจึงต้องมีการคัดกรองบางส่วน สำหรับประเทศออสเตรเลีย และประเทศในยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี จะเดินทางไปหลังสงกรานต์

“ตอนนี้เหมือนเราถูกแขวนไว้ในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย มาตรการการออกใบอนุญาตต้องเร่งแก้ให้ทัน เพราะทุกประเทศดูอยู่ว่า เราทำได้ไหม ถ้าทำได้ที่เราถูกแขวนไว้หรือเป็นสีเหลืองก็จะระงับไป แต่ถ้าเราทำไม่ได้ยังบกพร่องอยู่ ที่เป็นสีแดงก็จะถูกลดระดับลง” รมว.คมนาคมกล่าว

ด้านนายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถลงนามบันทึกความเข้าใจกับกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นเพื่ออนุญาตให้สายการบินเช่าเหมาลำของไทยกลับไปให้บริการได้ทันตามกำหนดวันที่ 2 เม.ย. เนื่องจากยังต้องหารือรายละเอียดในร่างเอ็มโอยูร่วมกันอยู่ แต่คาดว่าในวันที่ 3 เม.ย. จะได้ข้อสรุปในรายละเอียดทั้งหมดและลงนามร่วมกันได้แน่นอน รายละเอียดของร่างเอ็มโอยู ยังเปิดเผยไม่ได้ ต้องรอให้สรุปการหารือร่วมกันก่อน ถือเป็นมารยาทในการเจรจา แต่ยืนยันว่าเป็นไปในแนวทางที่ดีอย่างแน่นอน เพราะหลังจากที่กรมการบินพลเรือนไปทำความเข้าใจกับเจแคปเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ทางการญี่ปุ่นก็ทำงานร่วมกับไทยอย่างเป็นมิตรมาตลอด ส่วนการเจรจาทำความเข้าใจกับประเทศอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาแบบญี่ปุ่น แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ในวันที่ 3 เม.ย. ตัวแทนกรมการบินพลเรือนจะไปทำความเข้าใจกับกรมการบินพลเรือนเกาหลีใต้ และจีน โดยสถานการณ์ปัจจุบันทางการจีนยังไม่ได้ห้ามเที่ยวบินของไทยเข้าจีน เพียงแต่สั่งให้ประเมินสายการบินทุกสายที่บินเข้าจีน หากไม่ดำเนินการตามมาตรฐาน เช่น เที่ยวบินล่าช้าบ่อยก็จะถูกหักคะแนนจนไม่สามารถกลับไปบินได้

นายกรัฐมนตรีออกทีวีเช้าวันที่ 3 เม.ย. แถลงเรื่องปัญหาถูกห้ามบินไปญี่ปุ่น ด้าน การลงนามเอ็มโอยูไทย-ญี่ปุ่น เจอโรคเลื่อน กรมการบินพลเรือนลุ้น ปลดปมการบินศุกร์นี้ “ประจิน” สั่งเร่งยกเครื่ององค์กรใหม่ หวังทันเส้นตาย 60 วัน 3 เม.ย. 2558 07:24 3 เม.ย. 2558 08:09 ไทยรัฐ