วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัดเสือ' ยังวุ่น! พระ-เณรปักหลักขวางรถ จนท. ขนหมีควาย

วัดป่าหลวงตามหาบัว เมืองกาญจน์ ยังวุ่น! หลวงตาจันทร์ นำพระเณร ปักหลักขวางหน้ารถ จนท. ขนหมีควาย 6 ตัว ที่ถูกอายัด หลังไม่มีอยู่ในบัญชีของกลาง และทางวัดไม่มีเอกสารการครอบครองมาแสดงได้ ยังเจรจาไม่ได้ ...

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 เม.ย. 58 นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทน์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานสมเด็จพระศรีนครินทร์ นายบรรพต มาลีหวล หัวหน้าสถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี พร้อมด้วย สพ.ญ.ศิรินทิพย์ เข็มทอง สัตวแพทย์ประจำสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมทีมงานสัตวแพทย์ และ พ.ต.ท.วัตรไชย รอดไหม รอง ผกก.สส.สภ.ไทรโยค ร.ต.กล้า แหวนเครือ นายทหารชุดควบคุมกรมทหารราบที่ 29 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ 136 (ไทรโยค) เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง พร้อมกำลัง พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มค.289/2558 ลงวันที่ 2 เม.ย. 2558 เดินทางไปที่วัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อยึดหมีควายจำนวน 6 ตัว ที่ถูกขังอยู่ในกรงขนาดใหญ่

นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า เดิมทีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบไมโครชิพเสือของกลางทั้งหมดที่มีอยู่ จำนวน 146 ตัว เพื่อนำไมโครชิพไปเปรียบเทียบกับไมโครชิพของเสือ จำนวน 3 ตัว ที่มีข่าวว่าถูกขโมยออกไปจากวัดเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเราได้พยายามดำเนินการที่จะตรวจสอบให้แล้วเสร็จมาอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเราไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของวัดเท่าที่ควร ซึ่งวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เราก็ได้เข้ามาขอตรวจสอบไมโครชิพของเสืยอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะทางวัดไม่ยอมส่งเจ้าหน้าที่มาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ขณะกำลังเดินทางกลับเจ้าหน้าที่พบกรงเหล็กขนาดใหญ่ จึงเข้าไปตรวจสอบว่า ภายในกรงมีอะไร ก็พบหมีควาย หรือหมีดำ สัตว์ป่าคุ้มครอง (ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535) อยู่จำนวน 6 ตัว ดังนั้น วันนี้เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปขอหมายค้นจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้ามาตรวจสอบหมีที่พบ และจากการนำบัญชีสัตว์ป่าของกลางที่กรมอุทยานฯ เคยฝากให้วัดเลี้ยงดู ก็พบว่า หมีทั้งหมดไม่มีอยู่ในบัญชีของกลาง อีกทั้งทางวัดไม่มีเอกสารการครอบครองมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงต้องทำการอายัด พร้อมนำหมีทั้ง 6 ตัว ไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ด้านนายบรรพต มาลีหวล หัวหน้าสถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ขั้นตอนของการที่จะนำหมีออกมาจากกรงได้นั้น เราวางแผนเอาไว้ 2 วิธี คือ ให้หมีเดินเข้ามาภายในกรงที่เราเตรียมเอาไว้ และวิธีการวางยาสลบ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดเราได้เตรียมเอาไว้หมดแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร แต่จากการวางแผนที่จะให้หมีเดินเข้ามาในกรงเองนั้น เราได้ลองทำดูแล้วปรากฏว่าไม่ได้ผล อีกทั้งอากาศค่อนข้างร้อนทำให้หมีนั้นหงุดหงิดง่าย เราจึงจำเป็นต้องใช้วิธีที่สองคือการวางยาสลบ ซึ่งการวางยาสลบ จะทำให้หมีสลบภายในเวลา 15 นาที และจะฟื้นตัวภายใน 15 นาทีเช่นกัน ซึ่งระหว่างนี้เจ้าหน้าที่จะต้องรีบนำหมีเข้ากรงที่เราเตรียมเอาไว้ให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์วุ่นวายและชุลมุนเกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด เมื่อคณะเจ้าหน้าที่ได้วางยาหมีควายทั้ง 6 ตัวแล้วเสร็จ และได้นำหมีเข้ากรงพร้อมทั้งนำขึ้นรถบรรทุกของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุงเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องขนย้ายหมีทั้งหมดออกมานอกเขตวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ก่อนเวลา 18.00 น. ตามที่หมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี กำหนดเวลาเอาไว้

เมื่อเจ้าหน้าที่เคลื่อนขบวนรถบรรทุกหมีมาถึงประตูทางออกในเวลาประมาณ 17.00 น. ปรากฏว่า พระวิสุทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส พร้อมพระสงฆ์ สามเณรกว่า 100 รูป รวมทั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเสือทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาปิดล้อมขบวนรถของคณะเจ้าหน้าที่เอาไว้ซึ่งพระวิสุทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ ได้นั่งและยืนขวางรถบรรทุกหมีเอาไว้ พร้อมตะโกนประกาศขอยอมตาย พร้อมกับหมีทั้ง 6 ตัว ขณะเดียวกัน พนักงานและเจ้าหน้าที่ของวัดทั้งไทยและต่างชาติต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ส่วนพนักงานผู้ชายจำนวนหนึ่งต่างก็มีปากเสียงกับคณะเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง พร้อมทั้งขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของคณะเจ้าหน้าที่อย่างไม่ลดละ ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย และเกิดการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่าย คณะเจ้าหน้าที่พยายามอธิบายเหตุผลต่างๆ นานา แต่ทุกคนก็ไม่ใส่ใจ

เวลาผ่านไปกว่า 30 นาที นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง จึงตัดสินใจอ่านหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ให้กับทุกคนรวมทั้งพระวิสุทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส ได้รับฟัง แต่เจ้าหน้าที่ทางฝ่ายของวัดก็ยังไม่ยินยอม ถึงแม้จะมีการอ่านหมายศาลให้ทราบก็ตาม นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของวัดเป็นชายฉกรรจ์ 2 คน ได้เกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อธิบายให้ชายทั้งสองคนเข้าใจว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดหมายศาล ซึ่งทั้งสองก็ไม่สนใจ ในที่สุดเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ทราบชื่อต่อมา คือ นายสมเจตน์ จันทร์ดี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67/7 หมู่ 15 ต.รางสาลี่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และนายอำนาจ จันทร์ที อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 174/3 หมู่ 2 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี 

ต่อมา เวลาประมาณ 17.45 น. พระวิสุทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส ได้นำพระสงฆ์พร้อมสามเณร มานั่งเรียงแถวขวางรถบรรทุกหมีทั้ง 6 ตัวเอาไว้ พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมากั้นด้านหน้าเอาไว้ พร้อมทั้งย้ายโครงเหล็กขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้กันมาตั้งขวางเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง

ขณะเดียวกัน คณะสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ ได้คอยดูแลสุขภาพของหมีทั้ง 6 ตัว ที่อยู่ในกรงบนรถบรรทุกอย่างตั้งใจ เพราะอากาศในช่วงดังกล่าวค่อนข้างร้อนอบอ้าว จึงเกรงว่าหมีอาจจะเกิดอาการหงุดหงิดและส่งผลต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะหมีควายเพศผู้ อายุประมาณ 7-8 ปี มีน้ำหนักถึง 450 กิโลกรัม

จากเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้น หลัง นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ได้รับรายงานเหตุการณ์ จึงมอบหมายให้นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รอง ผวจ.กาญจนบุรี พร้อมด้วย นายณรงค์ ไพศาลทักษิณ ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายสุทธิพงษ์ ตันบุญยศิริเดช นายอำเภอไทรโยค พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี เดินทางไปที่วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อประชุมหารือ เพื่อหาทางออกร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เข้าไปตรวจยึดหมีควาย โดยมี พ.ต.อ.ศุภิฏพงศ์ ภักดิ์จรุง รองประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เป็นตัวแทนเข้าประชุมหารือ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ได้ไปนิมนต์พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาส ที่นั่งขวางรถบรรทุกหมีอยู่ เพื่อมาพูดคุยตกลงเพื่อหาทางออกร่วมกัน แต่พระวิสุทธิสารเถระ หรือหลวงตาจันทร์ ไม่ยอมมาตามที่คณะเจ้าหน้าที่นิมนต์ ดังนั้น คณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจึงเดินเข้าห้องประชุมหารือกันอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ

นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รอง ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวภายหลังเพียงสั้นๆ ว่า หลังจากประชุมครั้งแรกก็ได้ไปนิมนต์เจ้าอาวาสมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก แต่ทางเจ้าอาวาสก็ไม่ยินยอม ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้านสัตวแพทย์หญิง สุนิตา วิงวอน สัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี กล่าวว่า หลังจากมีการขัดขวางไม่ให้มีการขนย้ายหมี สิ่งที่คณะสัตวแพทย์เป็นห่วงที่สุด คือ สุขภาพของหมีทุกตัวที่อยู่ในกรง ซึ่งก่อนที่จะนำหมีเข้ากรงคณะสัตวแพทย์ ได้ทำการวางยาสลบไปแล้วครั้งหนึ่ง และหากมีการนำหมีกลับไปไว้ที่วัด ก็คงจะไม่สามารถทำได้ เพราะหากนำหมีกลับไปลงที่กรงในช่วงเวลากลางคืน จะเกิดอันตรายต่อคนและสัตว์ เพราะหมีเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้าย อาจจะทำร้ายคนได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน และหากให้ยาสลบอีกครั้งหนึ่ง ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะมันเป็นจรรยาบรรณของแพทย์ เราจะไม่มีการให้ยาสลบเป็นครั้งที่สองติดต่อกันเช่นนี้ และมีทางเดียวที่จะให้หมีปลอดภัย คือ จะต้องรีบขนย้ายหมีทั้งหมดไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ให้เร็วที่สุด หรือไม่ก็ต้องรีบนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน หรือเขาประทับช้างที่อยู่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว

ด้านนายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผอ.ส่วนยุทธการป้องกันและปราบปราม กรมป่าไม้ กล่าวว่า หลังจากมีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น อีกทั้งทางเจ้าอาวาสก็ไม่ยินยอมให้นำหมีออกไปจากวัด และหลังจากมีการหารือกับรอง ผวจ.กาญจนบุรี และผู้ที่เกี่ยวข้อง มีความว่าให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่ขณะที่เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมง ทางวัดก็ยังคงนั่งขวางรถบรรทุกหมีอยู่ ดังนั้น เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะได้เฝ้าดูสถานการณ์ไปจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคณะเจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทราบแล้ว

จนถึงเวลา 22.00 น. พระเณรและเจ้าหน้าที่ของวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ หยุดสวดมนต์ จากนั้นช่วยกันจัดพื้นที่บนถนนหน้ารถบรรทุกหมี เป็นที่นอนพักค้างแรม เพื่อขวางมิให้เจ้าหน้าที่นำหมีควาย 6 ตัว ที่ถูกตรวจยึดออกไปจากวัด โดยเจ้าอาวาสประกาศให้กรมอุทยานฯ นำหมีไปไว้ที่เดิม

ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงปักหลักเฝ้าของกลาง โดยนายเชิดชาย จริยะปัญญา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เดินทางมาอำนวยการควบคุมสถานการณ์ ส่วน พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค พ.ต.อ.วีระ วิจิตรหงษ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรีนำกำลัง ตร.สภ.ไทรโยค และ ตร.สืบจังหวัด ลงพื้นที่เข้าร่วมกับ ทหาร ร้อย ควบคุม รส.ร.29 พล.ร.9 ร่วมดูและรักษาความสงบ และสั่งเตรียมพร้อม ตร.ปราบจราจลเพื่อลงพื้นที่ร่วมรักษาความสงบ

ส่วนนายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ผวจ.กาญจนบุรี สั่งให้นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รอง ผวจ.กาญจนบุรี ประสานพระผู้ใหญ่ที่ปกครองฝ่ายธรรมยุต ในพื้นที่กาญจนบุรี และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจ.กาญจนบุรี ร่วมลงพื้นที่เพื่อร่วมเจรจาให้วัดป่าหลวงตามหาบัวยอมดำเนินการตามกฎหมาย โดยนัดหมายในช่วงเช้า ซึ่งมีการจัดกำลังอส.จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมดูแลความสงบด้วย

ส่วนสภาพของหมีควาย 6 ตัว ที่อยู่ในกรงที่ถูกนำมาวางไว้ที่กระบะหลังรถบรรทุกของกรมอุทยานฯ น่าจะอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง เพราะยาสลบเริ่มหมดฤทธิ์ ทำให้หมีเริ่มมีอาการตื่นกลัว และอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพได้ เพราะถูกขังในกรงนานกว่า 14 ชม. จากเวลา 16.00 น. (2 เม.ย.) ถึงเวลา 06.00 น. (3 เม.ย.)

โดยนายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานฯ สั่งการให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดดูแลของกลางอย่างเคร่งครัด โดยห้ามเคลื่อนย้ายหมีของกลางลงจากรถบรรทุก และมีการสั่งการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากอุทยานฯ ต่างๆ ให้เดินทางจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาสมทบสนับสนุนปฏิบัติการเคลื่อนย้ายของกลางในครั้งนี้

วัดป่าหลวงตามหาบัว เมืองกาญจน์ ยังวุ่น! หลวงตาจันทร์ นำพระเณร ปักหลักขวางหน้ารถ จนท. ขนหมีควาย 6 ตัว ที่ถูกอายัด หลังไม่มีอยู่ในบัญชีของกลาง และทางวัดไม่มีเอกสารการครอบครองมาแสดงได้ ยังเจรจาไม่ได้ ... 3 เม.ย. 2558 06:40 3 เม.ย. 2558 09:54 ไทยรัฐ