วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจ็บตั้งแต่ดาบเล่มเดิม

เจ็บตั้งแต่ดาบเล่มเดิม

  • Share:

ถึงคิว “เปลี่ยนดาบ”

หลังประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกที่ใช้คุมสถานการณ์มาตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 22 พ.ค. 2 วัน ก็ถึงเวลาการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557

ถือ “ดาบเพชฌฆาต” แทน

เมื่อดูจากเนื้อหาคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกมา ทั้งมอบอำนาจให้นายทหารเป็นเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย มีอำนาจ เรียกบุคคลมารายงานตัว จับกุม ตรวจค้น สอบสวน คุมขังไม่เกิน 7 วัน

การปิดสื่อ ห้ามชุมนุม กรณีขึ้นศาลทหารที่ปรับเพิ่มเป็น 3 ศาล

ลอก “กฎอัยการศึก” บางข้อมาแปลงใส่

นั่นก็เป็นไปตามที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุเหตุผล ที่ผ่านมา เลือกใช้กฎอัยการศึกบางข้อ

ก็เพื่อ “หยุดเลือด” ดับวิกฤติขัดแย้ง และเมื่อวันนี้สถานการณ์ยังไม่นิ่ง

ก็ต้องมี “เครื่องมือพิเศษ” มาใช้ทดแทน

แต่ที่หลายคนสงสัยคิวนี้มาเร็วเกินคาด เหตุสำคัญคงเพราะสถานการณ์เดินสู่จุดที่ฝ่ายกุมอำนาจต้อง “เฝ้าระวัง” เข้มข้น ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ หลังห้วงสงกรานต์ สถานการณ์บ้านเมืองจะเพิ่มดีกรีเดือด

จากปัจจัยรุมเร้าต่างๆ

ทั้งกรณีแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพกลางปี แม้โผผ่านราบรื่น แต่อีกทางที่ไม่ขยับ ในหลายจุด

แผนจัดแผงอำนาจยังไม่คลิก พี่ๆน้องๆยังมีลูก“กั๊ก”กันอยู่

ปมรัฐธรรมนูญใหม่เดินมาถึงจุดไฮไลต์ ร่างแรกใกล้ถึงมือ สปช.-สนช.-ครม. และ คสช.

พร้อมกับภาวะปั่นป่วนภายใน แม่น้ำบางสายเริ่มกระฉอก

และปัจจัยสำคัญ การบริหารงานของรัฐบาลโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่กลายเป็นปมหนักอกและหนักอึ้งยิ่งขึ้น เสี่ยงโรคซ้ำจากปัจจัยแทรก ทั้งขั้ว “อำนาจซ้อนทับ” ในเครือข่ายเดียวกัน

รวมทั้ง “อำนาจแฝง” ฝ่ายที่เคยคิดว่าเป็น “พวกเดียวกัน”

ในจุดที่ต่างจ้องชิงเป็น “ผู้ถือดุลอำนาจ” ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

“บิ๊กตู่” ต้องดึงดุลอำนาจมาไว้ในมือ กระชับดาบอาญาสิทธิ์แน่นช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ”

ถึงต้องเสี่ยงลากตัวเองเข้าสู่ “ตำบลกระสุนตก”

แรงกระเพื่อมภายในหนักหน่วง ชนิดแรงต้านภายนอกเด็กๆไปเลย

ในจุดที่คุมอยู่ สำหรับ “ขั้วทักษิณ” ที่ช่วงหลังไม่นิ่งเสียทีเดียว โดยเฉพาะ “อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วางบทออก สื่อรายวัน หลังถูกติดชนักคดีจำนำข้าว

และจังหวะที่ขั้วถือดุลอำนาจกำลังซวนเซจากพิษเศรษฐกิจ ต้องออกมาเล่น

แต่ถึงขยับก็ยังอยู่ในสายตา จับทางได้

ขณะที่ในปีกมวลชนแนวร่วม กลุ่ม นปช.คนเสื้อแดง เวลานี้ ก็ไม่เคลื่อนไหวอะไรมาก

เพราะต้องระวังไม่ให้เข้าทาง เป็น “แพะรับบาป” ของรัฐบาล

หนำซ้ำไม่ต้องถึงขั้น “ดาบอาญาสิทธิ์” แค่เครื่องมือปกติก็ดูเหมือนเครือข่ายคนเสื้อแดงกำลังปั่นป่วนกันเป็นแถว

ทั้งกรณี กสทช.สั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ช่อง 24 ช่อง PeaceTV ถูกรัฐไล่บล็อกไล่บี้ กรณีดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม จัดชุดปฏิบัติการตรวจค้นตรวจสอบพื้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ พื้นที่ที่ถูกมองว่าเป็น “รังเสื้อแดง”

ล่าสุด กรณีที่พระครูวินัยธร ฐานกโร “พระอาจารย์เพชร” เจ้าอาวาสวัดประยงค์กิตติวนาราม หนองจอก ได้ลาสิกขาที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมมีกระแสข่าวถึงเหตุผลเรื่องเงินๆทองๆ ปมปั่นหุ้น

บนฐานข้อมูลความมั่นคง ลากโยงปม “ท่อน้ำเลี้ยง” นปช. และ ช่องทีวี

ข้อหาร้อนชนิด “ตู่ จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช.ต้อง ออกมาปฏิเสธ และตั้งข้อสังเกตเกมไล่บี้ ทั้งกรณีรีสอร์ตที่ให้พื้นที่คนเสื้อแดงจัดงาน และพระสงฆ์ที่สนิทสนมถูกตรวจสอบ

ถูกลากไปเกี่ยวโยงช่องทีวีคนเสื้อแดงกับคำสั่ง “ถอดปลั๊ก”

3 ปมร้อนตั้งใจกระแทกใส่เครือข่ายคนเสื้อแดง

ไม่ถึงขั้นใช้ “ดาบอาญาสิทธิ์” แค่เครื่องมือปกติก็จุกแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้