วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องสวนสัตว์เมืองกรุง ตอน 3 แหล่งเรียนรู้ หรือธุรกิจ !?

ครอบครัวกลุ่มหนึ่งไปเที่ยวที่สวนสัตว์แห่งหนึ่งที่อยู่ในกรุงเทพฯ หลากหลายคำพูดของเด็กๆ ที่เงยหน้าขึ้นมาถามพ่อแม่ว่า ทำไมสิงโตผอมจัง? ทำไมเสือต้องเดินวนไปวนมา? ทำไมน้ำในสระฮิปโปถึงเป็นสีเขียว? เอาไฟมาส่องสัตว์แล้วมันไม่ร้อนหรอ? และอีกหลายคำถามมากมาย ที่ใครหลายคนมองข้ามไป แต่สุดท้ายแล้ว ต้นเหตุของคำถามทั้งหมด เป็นเพราะการดูแลที่ไม่ดีพอ หรือสถานที่คับแคบจนทำให้สัตว์เกิดความเครียด จึงแสดงพฤติกรรมออกมาแบบนั้นใช่หรือไม่ ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของคำถามเหล่านั้นคืออะไร วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ...

‘สวนสัตว์’ จะต้องสร้างให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

น.ส.โซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการ มูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ถึงความเหมาะสมในการตั้งสวนสัตว์กลางเมืองกรุง ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่อง และมลพิษต่างๆ โดย น.ส.โซไรดา มองถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อก่อนในกรุงเทพฯ ยังโปร่ง โล่งสบาย ไม่ได้แออัดไปด้วยตึก ดังนั้น เมื่อมีสวนสัตว์คนก็ได้ไปดูนกดูสัตว์อื่นๆ ไปให้อาหารปลา แต่ต่อมากรุงเทพฯ เต็มไปด้วยตึกสูงใหญ่ และการที่เอาสัตว์ไปอยู่บนตึก หรืออยู่ท่ามกลางเสียงรบกวน แม้กระทั่งห้างสรรพสินค้า จัดงานแสดงและนำสัตว์ไปโชว์ จึงไม่สมควรที่จะกระทำอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ สวนสัตว์จะต้องสร้างใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดจึงจะเหมาะสม สร้างเพื่อการศึกษาอย่างแท้จริง ในกรณีที่ว่าสัตว์ต้องมาอยู่แล้วทำการแพร่พันธุ์คืนสู่ธรรมชาติ กรณีนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากสามารถที่จะให้สัตว์อยู่ใกล้เคียงธรรมชาติเดิมของแต่ละชนิดได้มากที่สุด จึงจะเป็นเรื่องที่สมควร

‘สวนสัตว์’ แหล่งเรียนรู้ หรือธุรกิจ !?

ขณะที่ ดร.สุรพล ดวงแข รองประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อนช้าง ให้ความเห็นเน้นไปในเรื่องของจุดประสงค์ในการสร้างสวนสัตว์ว่าสร้างขึ้นเพื่ออะไร เพื่อเป็นแหล่งความรู้ของเด็ก หรือเพื่อธุรกิจ ซึ่ง ส่วนใหญ่สวนสัตว์กลายเป็นเรื่องของธุรกิจ เนื่องจากสวนสัตว์มีการขยายพันธุ์สัตว์ได้จำนวนมาก และมีใบอนุญาตการแลกเปลี่ยนสัตว์ จึงใช้ช่องว่างของใบอนุญาตค้าขายสัตว์ในเชิงธุรกิจ เพื่อให้ได้กำไร เพราะเม็ดเงินจากค่าเข้าชมสวนสัตว์มีไม่มากพอที่จะใช้จ่ายดูแลสัตว์ โดยในปัจจุบันมีห้างสรรพสินค้า หรือร้านอาหาร ลงทุนซื้อสัตว์แปลกๆ ไปโชว์ เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาชมมากขึ้น และอ้างว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเรื่องของธุรกิจ ขณะเดียวกัน เบื้องหลังก็มีลูกค้าถามราคาสัตว์เพื่อจะซื้อไปเลี้ยง เจ้าของร้านก็จัดหามาให้ดำเนินการซื้อขายกันไปก็มี

นักวิชาการ รับ ปัจจุบันไม่มี ก.ม.กำหนดการจำกัดพื้นที่กรงสัตว์

ทั้งนี้ ดร.สุรพล กล่าวต่อว่า ในเมื่ออำนาจสิทธิ์เป็นของกรมอุทยานฯ ฉะนั้น จะต้องเข้มงวดในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการสวนสัตว์ โดยยึดหลักการว่า สถานที่ที่สวนสัตว์ขอเปิดใหม่ หรือต่ออายุจะต้องอยู่บนพื้นดินเท่านั้น ไม่อยู่บนตึกและชั้นใต้ดิน และจะต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ที่แท้จริง สัตว์ใหญ่ไม่ควรถูกขังอยู่ในกรงคับแคบ การพิจารณาเนื้อที่ ขนาดพื้นที่และการจัดการต้องเหมาะสม แก่สภาพธรรมชาติของสัตว์แต่ละประเภท จำนวนของสัตว์ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายมารองรับในเรื่องการจำกัดพื้นที่กรงของสัตว์แต่ละชนิด ว่าถ้าเป็นเสือควรจะใช้กรงขนาดเท่าไร เพื่อไม่ให้คับแคบเกินไป จนกลายเป็นการทรมานสัตว์ แทนที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้

นอกจากนี้ มาตรฐานและความยากในการขอเปิดสวนสัตว์ จะต้องไม่ถือตามดุลยพินิจของกรมอุทยานฯ แต่เพียงหน่วยงานเดียว เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ

จากนั้นทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ร่วมพูดคุยกับ น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ ‘หมอล็อต’ หมอสัตว์ป่าชื่อดังแห่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาวิเคราะห์สภาพจิตใจของสัตว์ให้หลายคนได้เข้าใจกัน

วิเคราะห์สภาพจิตใจสัตว์ หลังอาศัยในพื้นที่ที่มีจำกัด

นายสัตวแพทย์ภัทรพล วิเคราะห์เป็น 2 ประเด็น คือ 1.สัตว์ป่าที่อยู่ในป่าแล้วจับมาขังในกรง ซึ่งความไม่เหมาะสมมีอยู่แล้ว ทำให้สัตว์เกิดความทุกข์ทรมาน ในการถูกจำกัดพื้นที่ที่เคยมีอิสระเสรี เรื่องของความเครียด หรืออาหาร 2.สัตว์ที่อยู่ในกรงเลี้ยงตั้งแต่เกิด บางทีสัตว์เหล่านี้อาจจะยังไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของความเป็นอยู่ในธรรมชาติ มีการปรับตัว หรือตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมที่เผชิญอยู่ในขณะนั้น จึงสามารถปรับตัวอยู่ได้ ฉะนั้น ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาแหล่งกำเนิดของสัตว์ชนิดนั้นๆ

“ไม่ใช่ว่ามันเป็นสัตว์ป่ามันต้องอยู่ในป่า บางทีมันเกิดในกรงเลี้ยง ฉะนั้น เราอาจจะต้องทำความเข้าใจตัวเราก่อน แยกความรู้สึก บางทีเราคิดแทนเขาไม่ละเอียดดีพอ ถ้าเขามาจากป่าเราก็สัมผัสได้ว่าเขาเคยมีอิสระอยู่ในธรรมชาติ สามารถแสดงสัญชาตญาณและพฤติกรรมทางธรรมชาติออกมาได้อย่างอิสระเสรี วันหนึ่งถูกจำกัดที่อยู่ก็เกิดความเครียด ความทุกข์ นั่นก็ถือว่าเริ่มที่จะไม่เหมาะสมแล้ว” หมอล็อต กล่าว

สัตว์สังคมย่อมต้องการปฏิสัมพันธ์กับกลุ่ม

นายสัตวแพทย์ภัทรพล เผยว่า ต้องดูว่าสัตว์ชนิดนั้นเคยอยู่กันเป็นกลุ่มหรือไม่ แต่หากว่าเกิดมาอยู่ตัวเดียวมาตลอดไม่ได้อยู่เป็นกลุ่มมาตั้งแต่แรก ความเครียดจากการที่ไม่ได้อยู่เป็นกลุ่ม อาจจะแสดงออกมาไม่ชัดมากนัก แต่ถ้าสัตว์ชนิดนั้นเคยอยู่เป็นกลุ่มมาก่อน แล้วจับแยกให้มาอยู่ตัวเดียวความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อารมณ์ จะแสดงออกมาได้ชัดกว่า เพราะว่าเคยมีปฏิสัมพันธ์ มีสังคม พอถูกจับแยกมาก็จะมีปัญหา

ทั้งนี้ ผู้เลี้ยงดูจะต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้คล้ายคลึงกับธรรมชาติ ตามความต้องการขั้นต่ำสุดของสัตว์ชนิดนั้นๆ มีขอนไม้ให้ปีนป่ายให้ลับเล็บ มีบ่อน้ำ มีโพรง มีถ้ำ ไว้ให้หลบนอน มีการให้อาหารแบบธรรมชาติ มีการนำอาหารไปซ่อนไว้ เพื่อให้สัตว์ได้ใช้สัญชาตญาณในการมอง ดม ควานหา ฉะนั้น สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ว่า เมื่อสัตว์อยู่นอกถิ่นอาศัย หรืออยู่ในกรงควรจะมีการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์อย่างไรบ้าง ให้สัตว์สามารถแสดงพฤติกรรมทางธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะฉะนั้น การที่นำสัตว์มาอยู่ในคอก หรือกรง ไม่ใช่เรื่องทุกข์ทรมานเสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าการจัดองค์ประกอบของคอก หรือกรงที่ทำให้สัตว์รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในธรรมชาติและสามารถตอบสนองต่อเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ในกรง จนสามารถแสดงพฤติกรรม หรือสัญชาตญาณตามธรรมชาติให้ออกมาได้มากที่สุด

เสือ-หมี เดินวนอยู่ในกรง เป็นความเครียดอย่างหนึ่ง

หมอล็อต อธิบายถึงพฤติกรรมดังกล่าวว่า เสือ หรือ หมี เป็นสัตว์ที่ต้องการพื้นที่ในการดำรงชีวิตค่อนข้างกว้าง และจะต้องมีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง เพื่อให้แสดงพฤติกรรมออกมาตามธรรมชาติ และการที่อยู่ในพื้นที่จำกัด จนสัตว์เดินวนไปวนมา จึงเป็นการแสดงพฤติกรรมอย่างหนึ่ง น่าจะบ่งบอกได้ว่า สัตว์เหล่านี้ต้องการพื้นที่มากกว่านั้น และต้องการแสดงพฤติกรรมบางอย่าง โดยที่ต้องอาศัยพื้นที่ที่มากกว่านั้น อย่างไรก็ตาม การเดินวนไปมาไม่ใช่พฤติกรรมตามธรรมชาติที่ดีเท่าไร แสดงให้เห็นว่ากำลังเครียด กังวล หรือหงุดหงิดอยู่

สัตว์เครียด หรือ หงุดหงิด ดูได้จาก...?

สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่า การดูว่าสัตว์เครียด หรือหงุดหงิด ดูจากพฤติกรรมการเดินวนไปวนมาในกรง การขู่ การเห่า การนอนนิ่งๆ อยู่เงียบๆ การไม่กินอาหาร หรือสัตว์ที่อยู่เป็นคู่เป็นกลุ่ม เมื่อเกิดความเครียดโอกาสที่จะออกลูกมาก็จะน้อย หรือถ้าองค์ประกอบสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม โอกาสออกลูกก็จะน้อยลงเช่นกัน

ขณะที่สัตว์มีความสุขก็จะแสดงพฤติกรรมอีกแบบ เช่น นอนพักผ่อน เล่น ปีนป่ายต้นไม้ ลงเล่นน้ำ หรือแสดงสัญชาตญาณทางธรรมชาติออกมาได้มาก นอกจากนี้ เมื่อสัตว์เวลาเครียดก็มีโอกาสดุหรือทำร้าย หรืออาจจะหลบหนี ถอยหนี ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสองอย่าง

สัตว์ป่าที่อยู่ในกรงเป็นเวลานาน เมื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต้องมีกระบวนการปรับพฤติกรรม

สัตวแพทย์ผู้คลุกคลีอยู่กับสัตว์ กล่าวว่า เวลาที่จะนำสัตว์ป่าที่อยู่ในกรงนานๆ ไปปล่อยป่า ก็แล้วแต่ว่าสัตว์ชนิดนั้นเป็นสัตว์อะไร ยกตัวอย่างเช่น เก้ง กวาง เป็นสัตว์เหยื่อในห่วงโซ่อาหาร โอกาสที่จะเอาตัวรอดในธรรมชาติก็จะน้อย เพราะว่าจะต้องหลบหนีสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือ หรือหมาใน ยิ่งเมื่ออยู่ในกรงนานๆ พวกนี้จะไม่รู้ว่าใครคือศัตรูผู้ล่าในธรรมชาติ

ขณะที่สัตว์ที่เป็นผู้ล่าในห่วงโซ่อาหาร เช่น เสือ การปรับพฤติกรรมจะมีขั้นตอนก่อนว่า ถ้าปล่อยไปแล้วสัตว์เหล่านี้จะแสดงสัญชาตญาณในการเป็นผู้ล่าได้มากขนาดไหน ล่าอาหารเองได้หรือไม่ กระโดดงับกวาง หรือล่ากวางด้วยตัวเองได้หรือเปล่า เพราะตอนอยู่ในกรงมีคนเอาเนื้อไก่ ซี่โครงไก่มาให้กิน เมื่อเข้าไปอยู่ในป่าจะล่าอาหารได้ไหม จะโดนกวางหรือกระทิงเตะตายหรือไม่ ฉะนั้น กระบวนการนำสัตว์เหล่านี้ไปปล่อยคืนธรรมชาติ จะต้องมีกระบวนการปรับพฤติกรรม กระบวนการในการตรวจโรค กักโรค เมื่อปล่อยไปจะได้ไม่มีโรคไปติดสัตว์ป่าท้องถิ่น อีกทั้งพื้นที่ที่ปล่อยก็จะต้องมีสัตว์ชนิดนี้อยู่ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ละเอียดอ่อนและมีหลายขั้นตอน

ไฟส่องสัตว์เลื้อยคลาน เป็นเรื่องดี ช่วยปรับอุณหภูมิ

หมอล็อต อธิบายว่า สัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ ต้องอยู่ในอุณหภูมิความชื้นที่ค่อนข้างเหมาะสม กรณีของสัตว์เลื้อยคลานไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความเครียดเท่าไร ไฟที่ส่องไม่ได้ทำให้ร้อน แต่เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์เลือดเย็น ต้องการความร้อนจากแสงแดด หรือความร้อนจากหลอดไฟ เพื่อช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึมในการเผาผลาญอาหาร หรือช่วยให้พลังงานในการที่จะไปล่า หรือย่อยอาหาร

“ตอนนี้สังคมส่วนหนึ่งที่ยังสับสน คือ การพยายามเอาตัวเองมาคิดแทนสัตว์ว่า มันจะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ทั้งๆ ที่ในหลักการเลี้ยง มันมีเหตุและผลของมันอยู่แล้วว่าจะต้องทำอะไร อย่างไร” สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ ทิ้งท้ายน่าคิด.

อ่านเพิ่มเติม

ส่องสวนสัตว์เมืองกรุง ตอน 1 เปิดกรงดาดฟ้าพาต้า ชีวิตหมอง-คนมองเศร้า!?

ส่องสวนสัตว์เมืองกรุง ตอน 2 7ทศวรรษป่าปูนล้อม 'เขาดิน' แปลกแยกหรือกลมกลืน

ต้นเหตุของคำถาม การดูแลที่ไม่ดีพอ หรือสถานที่คับแคบ จนทำให้สัตว์เกิดความเครียด จึงแสดงพฤติกรรมออกมาแบบนั้นใช่หรือไม่ ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริงของคำถามเหล่านั้นคืออะไร วันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบ... 2 เม.ย. 2558 19:01 3 เม.ย. 2558 09:59 ไทยรัฐ