วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้องเปลี่ยนข้อบังคับก่อนเลือกตั้งสมาคม พ.ร.บ.ใหม่ช่วยได้แน่

กกท.ยํ้า สมาคมกีฬาที่ถึงกำหนดเลือกตั้งนายกสมาคม ต้องแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กกท. ฉบับใหม่ ภายใน 180 วันก่อน จากนั้นนำข้อบังคับไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน จึงจะสามารถจัดประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมได้ ส่วนการสัมมนาเรื่องกฎหมายกีฬาใหม่ จะพัฒนากีฬาชาติได้จริงหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ย้ำ พ.ร.บ.ใหม่ช่วยพัฒนากีฬาได้แน่นอน พร้อมเดินหน้ายกระดับกีฬาสกูลเกมส์ให้เป็นยูธซีเกมส์ ขณะที่แผนงานที่ไทยจะจับมือมาเลเซียจัดโอลิมปิกเกมส์ ในอนาคตมีความเป็นไปได้...


วันที่ 2 เม.ย. นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยว่า ตามที่พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ. กกท.) พ.ศ.2558 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2558 เป็นต้นไป โดยพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2558 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 26 มี.ค. 2558 นั้น ขณะนี้ กกท.ได้มีหนังสือถึงสมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ทั้ง 76 สมาคม และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ทั้ง 77 สมาคม เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้

1.สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ทั้ง 76 สมาคม และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ทั้ง 77 สมาคม จะต้องดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับและการดำเนินการต่างๆของสมาคมให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.กกท. พ.ศ.2558 ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับก่อน และนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขปรับปรุงใหม่ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬา เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้วให้มีผลใช้บังคับได้

และ 2. สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” ทั้ง 76 สมาคม และสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ทั้ง 77 สมาคม ที่ถึงกำหนดเลือกตั้งนายกสมาคม หรือคณะกรรมการบริหารสมาคม ขอให้สมาคมกีฬาดำเนินการแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับและการดำเนินการต่างๆของสมาคมให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.บ.นี้ ใช้บังคับก่อน และนำข้อบังคับที่ได้แก้ไขปรับปรุงใหม่ไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสมาคมกีฬา เมื่อนายทะเบียนได้จดทะเบียนแล้วให้มีผลใช้บังคับได้ ให้สมาคมกีฬาดำเนินการจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมหรือคณะกรรมการบริหารสมาคม ตามลำดับต่อไป

ด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการสัมมนาเรื่อง “ร่าง พ.ร.บ. กกท. พ.ศ. ...จะพัฒนากีฬาชาติได้จริงหรือไม่?” ที่โรงแรมโกลเด้นทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อวันที่ 1 เม.ย. โดยมีผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยร่วมสัมมนาจำนวนมาก พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า พ.ร.บ.กกท. พ.ศ.2558 ได้ประกาศใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะสามารถนำไปช่วยพัฒนาวงการกีฬาของประเทศได้มากแน่นอน แต่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาจังหวัดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ ต้องนำไปใช้ให้ถูกต้อง โปร่งใส ซื่อสัตย์ด้วย

พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงประเด็น “ยูธซีเกมส์ ถึงเวลาแล้วหรือยัง?” หลังจากที่มีการพูดคุยถึงการจัดการแข่งขันซีเกมส์เยาวชนขึ้นในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยได้ข้อสรุปว่า ไทยควรใช้การกีฬาในการเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ให้แน่นแฟ้นขึ้น เช่นเดียวกับที่หลายภูมิภาคมีการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ เอเชียนยูธเกมส์ ยูโรเปียนยูธ เฟสติวัล ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์มากกว่าการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศ จึงเชื่อว่า ถ้าจัดยูธซีเกมส์จะสร้างประโยชน์ให้ความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวอาเซียนแน่นอน โดยจะไม่คาดหวังเรื่องเหรียญรางวัล ซึ่งอาจจะมีการยกระดับกีฬานักเรียนอาเซียน “อาเซียนสกูลเกมส์” ที่จัดทุกปีอยู่แล้ว ให้เป็นยูธซีเกมส์ในอนาคต โดยใช้ปรัชญาของยูธโอลิมปิกเกมส์มาปรับใช้

ในประเด็นที่ไทยจะจับมือกับมาเลเซียเพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเกมส์ในอนาคตนั้น ประธานโอลิมปิกไทยแสดงความเห็นว่า เป็นเรื่องที่ต้องมีการเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด ชาติอาเซียนไม่ได้มองไปถึงการจัดโอลิมปิกเกมส์ในเร็วๆนี้ แต่เขียนเป็นแผนไว้ให้ผู้ที่จะดำเนินการในอนาคต ยืนยันว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีเจ้าภาพร่วมในการจัดโอลิมปิกเกมส์ในอนาคต

กกท.ยํ้า สมาคมกีฬาที่ถึงกำหนดเลือกตั้งนายกสมาคม ต้องแก้ไขข้อบังคับให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.กกท. ฉบับใหม่ ภายใน 180 วันก่อน จากนั้นนำข้อบังคับไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน จึงจะสามารถจัดประชุมเพื่อเลือกตั้งนายกสมาคมได้... 2 เม.ย. 2558 12:37 2 เม.ย. 2558 14:05 ไทยรัฐ