วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ปรองดอง” สูตรรัฐบาลใหม่

โดย สายล่อฟ้า

เป้าหมายของ คสช. หรือใครต่อใครที่ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาทางการเมืองซ้ำอีก หมายความว่า เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว หลังการเลือกตั้งจะต้องเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านมาตั้งป้อมฟาดฟันกันอีก

ตรงนี้น่าจะนำไปสู่คำว่าไม่ให้ “เสียของ” อย่างที่นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พยายามตอกย้ำคำนี้มาตลอด

นอกจากจะต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างทางเดินที่ไปสู่โรดแม็ประยะที่ 3 จึงต้องบริหารสถานการณ์ต่างๆ ไม่ให้เกิดปัญหา

ม.44 ก็คือกลไกหนึ่งที่ถูกนำมาใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองในอนาคตข้างหน้าที่พยายามหาวิธีการที่จะทำให้การเมืองไม่ซ้ำรอยเดิม

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาจาก ส.ส.หรือที่เรียกว่า “คนนอก” เพียงแต่กำลังหาเงื่อนไขให้เกิดความเหมาะสมว่าจะใช้วิธีการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการคัดค้านโจมตีอย่างเช่นว่าจะต้องใช้มติ 2 ใน 3 ทำนองนั้น

ที่มาของ ส.ว. ที่เรียกว่าการเลือกตั้งทางอ้อมด้วยการให้อดีตนายกฯ อดีตผู้บัญชาการทหาร อดีตข้าราชการ อดีตประธานศาล อดีตประธานรัฐสภา รัฐวิสาหกิจ และเลือกจากตัวแทนกลุ่มวิชาชีพต่างๆ

แต่ล่าสุดมีเสียงท้วงติงว่าอดีตนายกฯ อดีตผู้บัญชาการทหาร อดีตประธานศาล ไม่น่าจะเหมาะสมเพราะคงไม่ต้องการที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว

ประเด็นนี้ทำท่าว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนสูตรใหม่

นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องการเลือกตั้ง ทั้ง ส.ส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์ที่จะนำระบบเยอรมันมาใช้เพื่อย้ำถึงสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง

3 ประเด็นนี้ดูเหมือนจะมีเสียงคัดค้านจากพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค คือเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ที่มองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ และมุ่งหวังไปสู่การสืบทอดอำนาจ

ก็ต้องดูกันต่อไปเมื่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเสนอร่างแรกให้ สปช.พิจารณา ว่าสุดท้ายแล้วสาระจะออกมาอย่างไร

เพราะ สปช.หลายส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเริ่มตั้งป้อมที่จะคัดค้านกันอย่างเต็มที่

จน ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องออกตัวว่า สปช.ต้องคิดให้ดีๆ เพราะทั้ง สปช.และ กมธ.ยกร่างฯนั้นเป็น “คู่แฝด”

หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็จะต้องเก็บกระเป๋าไปด้วยกัน

ว่ากันถึงรัฐธรรมนูญนั้น ในสภาพความเป็นจริงแล้วเสียงจาก คสช.นั้นถือว่ามีน้ำหนักไม่น้อยอย่างที่ว่า “ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ” นั่นแหละจะต้องฟังเสียงกันด้วย

เท่าที่ได้ข่าวมาเคยมีการพูดคุยเรื่องรัฐธรรมนูญกันมาพอสมควร ซึ่ง คสช.เห็นว่าระบบรัฐสภาของไทยน่าจะมีเพียงสภาเดียวในลักษณะมาจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง ซึ่งจะมีจำนวนน้อยกว่าส่วนที่มาจากการสรรหา

แต่ปรากฏว่า กมธ.ยกร่างฯได้แปลงร่างไปด้วยการกำหนดให้มี 2 สภา คือสภาผู้แทนฯและวุฒิสภา โดยให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมหรือสภาลากตั้ง

เท่าที่ดูแนวทางของ กมธ.ยกร่างฯนั้นคงต้องการไม่ให้เกิดปัญหาหลังการเลือกตั้ง นั่นก็คือ ไม่ให้มีพรรคการเมืองใหญ่เกินไปแต่ให้มีพรรคการเมืองพอเหมาะพอดี

เพราะมิฉะนั้นแล้วเมื่อมีพรรคใหญ่ตั้งรัฐบาลก็จะซ้ำรอยเดิมคือพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงน้อยกว่าก็จะตั้งป้อมคัดค้านพรรคใหญ่ก็จะใช้อำนาจเกินขอบเขต แต่ต้องการให้เป็นรัฐบาลผสมมากกว่า

เป็น “รัฐบาลปรองดอง” ที่เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาการเมืองได้.

“สายล่อฟ้า”

2 เม.ย. 2558 09:43 2 เม.ย. 2558 09:43 ไทยรัฐ