วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไล่บี้อบต.-ป่าไม้ ยึดคืนโบนันซ่า (ชมคลิป)

‘ไพวงษ์’ลั่นไม่ดื้อแพ่ง ยินดีให้ภาครัฐจัดการ ยันสนามแข่งฯซื้อมา

พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 เผยการดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของสนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ฯของนักธุรกิจคนดัง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯกว่า 100 ไร่ ใน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ให้ อบต.ใช้ กฎหมายควบคุมอาคาร สั่งเพิกถอนอาคารสิ่งปลูกสร้าง และกรมป่าไม้ใช้ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯจัดการ ด้าน รมว.ยุติธรรม จี้สั่งสอบเอาผิดหากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ย้ำใครผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายเฉียบขาด ขณะที่ “ไพวงษ์ เตชะณรงค์” เจ้าของอ้างซื้อที่ดินสะสมจากชาวบ้านมานานร่วม 30 ปี ใช้ที่ดิน นส.3 ก. 50 ไร่ ทำธุรกิจ ส่วนที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 70 ไร่ ใช้แค่ปลูกหญ้าและทำถนน ไม่ได้เอามาทำธุรกิจใหญ่โต สำหรับกิจกรรมคอนเสิร์ตที่เคยจัดประจำก็เลิกจัดแล้ว


กรณี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจสอบพื้นที่สนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล หมู่ 11 หมู่บ้านโบนันซ่า ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พื้นที่กว่า 150 ไร่ ของนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจชื่อดัง เบื้องต้นพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเขาอ่างหินสีเสียดอ้า จำนวนกว่า 100 ไร่ โดยไม่มีเอกสารการถือครอง และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย. พ.อ.สมหมาย บุษบา หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเขาอ่างหินสีเสียดอ้า อ.ปากช่อง ว่าคณะทำงานด้านกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 จะติดตามความคืบหน้าทางด้านคดี สำหรับหน่วยงานที่จะต้องดูแลรับผิดชอบในการตรวจสอบสนามแข่งรถโบนันซ่า คือกรมป่าไม้ จะต้องเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นความผิดซึ่งหน้า มีการแผ้วถางที่ดินป่าสงวนฯ และก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 10 หลัง อีกทั้งยังสร้างสนามแข่งรถโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนการดำเนินการทางด้านคดีมีการใช้กฎหมาย 2 ส่วน คือ ให้องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ใช้กฎหมายควบคุมอาคาร ให้พิจารณาออกคำสั่งเพิกถอนอาคารสิ่งปลูกสร้าง และกรมป่าไม้ดำเนินการทางกฎหมายโดยใช้มาตรา 25 ของ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ดูแลสนามแข่งรถ ในข้อหาบุกรุกแผ้วถางถือครองพื้นที่ป่าสงวนฯ “ผมขอยืนยันจะนำพื้นที่ป่ากลับคืนมาอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯ” พ.อ.สมหมายกล่าว

ด้านนายคเชนทร์ ใยสุ่น ปลัด อบต.ขนงพระ อ.ปากช่อง เปิดเผยถึงการดำเนินการในส่วนที่มีการปลูกสร้างอาคารและสนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ฯ ที่ไม่ได้ขออนุญาต ว่าได้ทำหนังสือถึงสำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง เพื่อขอทราบรายละเอียด ว่าพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิเป็น นส.3 ก.อยู่บริเวณใด มีแนวเขตจากไหนถึงไหน และมีลำรางสาธารณะ หรือถนนสาธารณะอยู่บริเวณใด เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีการสร้างอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างใดบ้างที่ทับลำราง หรือถนนสาธารณะ รวมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกเป็นพื้นที่ป่าไม้ประเภทใด เช่น ป่าสงวน หรือป่าไม้ทั่วไป เพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนที่ อ.ปากช่อง ว่าได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นำคณะไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และสอบสวนว่าทำไมถึงไม่มีการดำเนินการก่อนหน้า เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีการก่อสร้างอย่างสมบูรณ์หลายจุด แสดงว่ามีการเข้าไปนานพอสมควร และต้องสอบสวนว่ามีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลเข้าไปมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ ส่วนหลักฐานการบุกรุกนั้นค่อนข้างชัดเจน

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวต่อว่า ในพื้นที่ภาคอีสานยังมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนฯอีกเป็นจำนวนมาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการบุกรุกป่า และมีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนรู้เห็น สามารถส่งข้อมูลมาที่ ศอตช.เพื่อดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ส่วนพื้นที่ที่เข้าไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา จะเป็นพื้นที่ของผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ “ผมไม่ยอมอยู่แล้ว ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมือง” พล.อ.ไพบูลย์กล่าวย้ำ

ด้านนายไพวงษ์ เตชะณรงค์ ผู้บุกเบิก “โบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่” กล่าวว่า ในส่วนของสนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ซื้อที่ดินสะสมจากชาวบ้านมาเป็นเวลา 20-30 ปี โดยเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ นส.3 ก. จำนวน 50 ไร่ และเป็นที่ดิน ภ.บ.ท.5 จำนวน 70 ไร่ โดยที่ดินที่นำมาทำธุรกิจจะอยู่ในส่วน นส.3ก. ส่วนที่ดินในส่วน ภ.บ.ท.5 ใช้เพียงแค่ปลูกหญ้าและทำถนน ไม่ได้เอามาทำธุรกิจใหญ่โต เพราะรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ

“ผมยินดีให้ภาครัฐตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะเข้าใจ ขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินทั่วประเทศ ไม่ใช่ว่ามาเจาะจงตรวจสอบที่นี่เพียงแห่งเดียว แต่พอมีข่าวเป็นโบนันซ่าก็เลยดัง ผมไม่มีอะไรดื้อแพ่งอยู่แล้ว ในส่วนที่ดินได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนเท่านั้น ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่โต และมีกำไรมากมาย ส่วนกิจกรรมคอนเสิร์ตที่จัดประจำก็จะไม่จัดแล้ว เมื่อทางรัฐบอกไม่ถูกต้องจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ จะปล่อยให้รกร้างหรือจะปล่อยให้ผู้ลงทุนเช่าต่อเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านจะได้มีงานทำ” นายไพวงษ์กล่าวทิ้งท้าย

2 เม.ย. 2558 07:13 2 เม.ย. 2558 07:16 ไทยรัฐ