วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กโด่ง' เผย ม.44 ยังมีศาลทหารไว้ คงคุมตัวผู้ต้องหา 7 วัน

ผบ.ทบ. เผย ก.ม.ใหม่เบากว่าอัยการศึก คงควบคุมผู้ต้องหา 7 วันขึ้นศาลทหาร ระบุให้ ตร.ร่วมทหารเป็นเจ้าพนักงาน ยันจำเป็นต้องมี ก.ม.พิเศษ เหตุมีผู้ไม่หวังดีจ้องก่อความรุนแรง มั่นใจลดแรงกดดันต่างชาติ-ศก.ดีขึ้น

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่สโมสรทหารบก ถ.วิภาวดีรังสิต พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ที่ออกตามความใน ม.44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 หลังจากที่มีการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก ว่า ในฐานะที่ดูแลความมั่นคง อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า ขณะนี้สถานการณ์แม้ว่าจะดูสงบเรียบร้อย แต่บางสิ่งบางอย่างอาจไม่เรียบร้อยอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ซึ่งใน 1-2 เดือนที่ผ่านมา

รมช.กลาโหม กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังมีผู้ไม่ปรารถนาดีก่อความไม่สงบขึ้น จึงยังจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ เพราะกฎหมายปกติอาจไม่ทันต่อเหตุการณ์ ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องใช้ และมีเพื่อประโยชน์ของส่วนร่วมและเพื่อความสงบสุข ดังนั้นอย่าไปกังวลในสิ่งต่างๆ มากนัก เพราะประชานที่ดำเนินชีวิตปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษเหล่านี้ ตรงกันข้ามกฎหมายพิเศษจะช่วยให้พลเมืองดีอยู่ได้อย่างมีความสุข เนื่องจากจะใช้กับเหตุการณ์ที่ก่อจะให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยเท่านั้นเอง

เมื่อถามว่าได้ข้อสรุปเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 7 วัน และการนำพลเรือนที่กระทำความผิดขัดคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 37 ขึ้นศาลทหารหรือยัง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งคำสั่ง คสช.ถือเป็นกฎหมาย เมื่อกฎหมายระบุอย่างไร ก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะเจ้าหน้าที่คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้และอยู่ในกรอบตามคำสั่งใหม่ที่ออกมาที่ทดแทนกฎอัยการศึก เท่าที่ดูไม่มีสิ่งใดรุนแรงไปกว่าเดิม แต่อาจทำให้บางคนที่ไม่เข้าใจ หรือมองในแง่อื่นๆ เรื่องการละเมิดและความรุนแรงอาจจะสบายใจมากขึ้น เนื่องจากบางอย่างเป็นเหตุผลขึ้น เช่น ขอบเขตการลงโทษที่มีความชัดเจนมากขึ้น เชื่อว่าทุกคนยอมรับได้

รมช.กลาโหม กล่าวด้วยว่า ส่วนที่จะมีการเพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมเป็นเจ้าพนักงานร่วมกับทหารนั้น ยอมรับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่มีการปรับ โดยจากเดิมที่ทหารเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายเดียวในการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ทำให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าไปทำงานเพียงส่วนเดียว แต่ร่วมกันปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาต่างๆ เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นก็จะทำงานให้ข้อคิดเห็นและประสานงานร่วมกัน คงทำให้ความรู้สึกต่างๆ ดีขึ้น ขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในกฎหมายที่ออกมาใหม่.

"ยืนยันว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เกิดมาจากความจำเป็นของสถานการณ์ที่ยังไม่เรียบร้อย แม้ภาพรวมจะดูเรียบร้อยก็ตาม แต่สิ่งที่เรียบร้อยเราดำเนินการมาเพื่อประโยชน์ของประชาชน"

เมื่อถามว่าหลังจากที่ตัดสินใจยกเลิกกฎอัยการศึก จะทำให้เศรษฐกิจและแรงกดดันจากต่างชาติดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า น่าจะดีขึ้น เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ใคร่ครวญดีแล้วจากการพูดคุยกับส่วนที่เกี่ยวข้อง ตนคิดว่าเมื่อสิ่งเหล่านี้ออกมา ต่างชาติที่ไม่เข้าใจและวิตกเรื่องกฎอัยการศึก ก็คงให้ความเข้าใจกับเราบ้าง น่าจะทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้น

เมื่อถามถึงสหภาพยุโรป หรือ อียู กังวลเรื่องการใช้ ม.44 อาจจะมีผลต่อข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ไม่อยากนำเรื่องเศรษฐกิจมาเกี่ยวพันกับการเมือง ส่วนจะเกี่ยวพันกันหรือไม่อยากให้ไปวิเคราะห์กัน เช่น เรื่องเศรษฐกิจจะบีบกันหรือไม่ก็แล้วแต่จะมอง ตนไม่อยากให้นำมาพัวพันกัน แต่เชื่อว่าภาพรวมเรื่องราวต่างๆ ดีขี้น อยากให้สื่อช่วยเป็นกำลังใจและสนับสนุน เพราะนายกฯ ได้พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งปัญหาต่างๆ มีมากมาย ทั้งนี้ จะพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้ดีขึ้น และประสบความสำเร็จ แต่ปัญหานั้นมีมากจึงต้องใช้เวลา และบางอย่างจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษในการแก้ไขปัญหา

ผบ.ทบ. เผย ก.ม.ใหม่เบากว่าอัยการศึก คงควบคุมผู้ต้องหา 7 วันขึ้นศาลทหาร ระบุให้ ตร.ร่วมทหารเป็นเจ้าพนักงาน ยันจำเป็นต้องมี ก.ม.พิเศษ เหตุมีผู้ไม่หวังดีจ้องก่อความรุนแรง มั่นใจลดแรงกดดันต่างชาติ-ศก.ดีขึ้น 1 เม.ย. 2558 20:08 1 เม.ย. 2558 20:40 ไทยรัฐ