วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องสวนสัตว์เมืองกรุง ตอน2 7ทศวรรษป่าปูนล้อม 'เขาดิน' แปลกแยกหรือกลมกลืน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอร่วมสังเกตและตั้งข้อคลายความสงสัยกรณีจับสัตว์มาจำกัดสิทธิ และความเป็นอยู่ตามทางธรรมชาติที่ควรจะได้รับ อย่าง สวนสัตว์ดุสิต สวนสัตว์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีสัตว์มากกว่า 1,000 ตัว มีประชาขนเข้ามาแวะเวียนหลายล้านคนต่อปี แต่ที่สำคัญคือ เป็นสวนสัตว์กลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีแต่เสียงการจราจรและควันพิษ สัตว์เหล่านั้นได้รับการดูแลและความใส่ใจอย่างไร

สวนสัตว์ดุสิต หรือ เขาดินวนา เป็นสวนสัตว์ และสวนสาธารณะแห่งแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่เลขที่ 71 ถนนพระรามที่ 5 แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตมหาสมาคม มีเนื้อที่ 118 ไร่ ราคาเข้า บัตรผู้ใหญ่ 100 บาท ส่วนเด็กและนักศึกษา ราคา 50 บาท

สวนสัตว์ดุสิต เป็นสวนสัตว์เปิดที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งภายในสวนสัตว์ประกอบไปด้วย สัตว์ป่านานาชนิด จำนวนสัตว์ทั้งหมดรวม 1,343 ตัว แบ่งออกเป็น สัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม จำนวน 331 ตัว สัตว์เลื้อยคลาน จำนวน 170 ตัว สัตว์ปีกมีทั้งสิ้นจำนวน 842 ตัว

ใน พ.ศ.2481 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต มาจัดตั้งเป็นสวนสัตว์และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน เพิ่มเติมจากสวนลุมพินี มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ทั้งยังพระราชทานกวางดาว ลูกหลานกวางดาวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาจากอินโดนีเซีย เมื่อครั้งเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา เมื่อ พ.ศ. 2451 และสัตว์อื่นอีก 2-3 ชนิด จากสวนกวางบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน มาเลี้ยงไว้ในเขาดินวนา ตั้งชื่อสวนสัตว์นี้ว่า "สวนสัตว์ดุสิต" โดยในแต่ละปีมีผู้เข้าชมสูงถึง 2.5 ล้านคน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เดินทางเข้าสำรวจพื้นที่สวนสัตว์ดุสิต ถึงกรณีมาตรการดูแลสัตว์ ซึ่งจากการเดินเข้ามาในสวนสัตว์นั้น พบกับสิงโต และเสือเป็นอันดับแรกๆ ของสวนสัตว์ ซึ่งอยู่ในสภาพผอมซูบ และดูเดียวดาย ตามหลักแล้ว สัตว์ประเภทนี้ต้องอยู่รวมกันเป็นฝูง และล่าสัตว์ป่าเพื่อเป็นอาหาร แต่ผู้สื่อข่าวพบว่า สภาพของเสือและสิงโตไม่เป็นไปตามความเป็นอยู่ของสัตว์ชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะขนาดพื้นที่ในการเลี้ยงดู ซึ่งไม่กว้างขวางพอที่จะให้พื้นที่ในการวิ่ง แต่มันสามารถทำได้แค่เดินและนอนเพียงเท่านั้น

สัตว์อีกหนึ่งประเภทที่ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจ คือ ฮิปโป ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ดูไม่สะอาดตา โดยเฉพาะสีน้ำในตู้กระจก มีลักษณะเป็นสีเขียวสกปรก และเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ

อีกหนึ่งความสนใจคงหนีไม่พ้นสัตว์จำพวกเลื้อยคลาน อย่าง งู และ จระเข้ โดยเฉพาะจระเข้ ที่มีขนาดตู้กระจกไม่ใหญ่มากพอในการว่ายน้ำ โดยเฉพาะจระเข้ที่มีขนาดยาวกว่า 3 เมตร ที่นอนอยู่ในน้ำ และความยาวมันก็พอดีกับตู้กระจก

ถัดมา คือ เหล่าสัตว์ปีก ที่ดูแล้วจะไม่ได้อิสรภาพเท่าที่ควร เนื่องจากกรงมีขนาดต่ำ และขนาดของกรงไม่เอื้ออำนวยต่อจำนวนสัตว์ในกรง อย่างนกแก้ว หรือนกขุนแผน ที่ป้ายติดบอกว่า ต้องการพื้นที่ในการบิน และอยู่รวมกันเป็นฝูง แต่นกขุนแผนที่สวนสัตว์ดุสิตอยู่เพียงแค่ตัวเดียว แยกเป็นกรงมีประมาณ 4-5 กรง อีกทั้งขนาดของกรงก็ไม่ใหญ่มากพอ เมื่อเทียบกับเวลาที่นกขุนแผนกางปีก

เต่า เป็นอีกหนึ่งสัตว์ที่ต้องมีอยู่ในสวนสัตว์ โดยเฉพาะเต่าทะเล และเต่าสายพันธ์ุต่างประเทศ เพราะมีขนาดตัวที่ใหญ่และดุร้าย แต่ที่สวนสัตว์ดุสิต มีเต่ามากกว่า 5 สายพันธ์ุ แต่การเป็นอยู่อาศัยของพวกมันเหล่านั้นกลับดูน่าเวทนา ทั้งการวางอาหารที่ปนเปื้อนสกปรกไปบนดิน และน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนสัตว์ที่อยู่ในกรง อีกทั้งสภาพของน้ำและพื้นที่ในบริเวณ มันไม่ได้กว้างมากพอให้เต่าได้เดินเล่น และเมื่อเทียบกับขนาดตัวและจำนวนเต่าในกรง ถึงแม้มันจะดูสมดุล แต่อาณาบริเวณควรจะมีมากกว่านี้

ถ้าหากศึกษาดูแล้ว สัตว์ต่างๆ มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง หรืออีกจำพวกหนึ่งที่รักสันโดษ และไม่ยุ่งกับใคร แต่เมื่อเทียบความเป็นอยู่ของสัตว์ในป่า กับสวนสัตว์ดุสิตแล้ว มันคงมีความแตกต่างกันที่สัตว์ในสวนสัตว์ไม่ต้องโดนล่า หรือถูกฆ่าตาย แต่ก็อยู่แบบไม่มีอิสรภาพ ทั้งลวดช็อตไฟฟ้า และความเงียบเหงา อีกทั้งการอยู่ตัวเดียวในกรง ก็ขาดการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์ แต่สัตว์ที่อยู่ในป่ากลับมีอิสรภาพ และใช้ชีวิตตามธรรมชาติที่มันควรจะเป็น แต่ข้อเสียก็คือต้องถูกล่า และถูกลดจำนวนลง

จากการลงพื้นที่ ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นถึงลวดช็อตไฟฟ้า รายล้อมรอบกรงเป็นจำนวนมาก ซึ่งความรุนแรงของไฟฟ้า ไม่ทราบว่ามีขนาดเท่าไร และอันตรายต่อสัตว์มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น การจำกัดสิทธิในความเป็นอยู่ของสัตว์ ดูแล้วจะตรงข้ามกับความสวยงามที่มันอยู่ในกรงให้เหล่าประชาชนได้ชื่นชม

นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ผู้สื่อข่าวสงสัย คือ การเปิดไฟส่องสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในตู้กระจก ปัญหาที่พบคือความร้อนจากแสงไฟ ซึ่งอาจจะทำให้สัตว์ที่อยู่ในกรงนั้น รู้สึกไม่สบายตัว หรือความร้อนจากแสงไฟ จะทำให้สัตว์มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของสัตว์หลายชนิดที่อยู่ในสภาพทรมาน และดูผอมแห้ง โดยเฉพาะสิงโต ที่มีสภาพผอมซูบและนอนตลอดทั้งวัน อีกทั้งสัตว์เลื้อยคลาน อาทิ งู และ กิ้งก่าที่มีความยาวกว่า 1 เมตร ก็ดูเหมือนโดนกักบริเวณ เพราะความกว้างของกรงที่อาศัย มันพอดีกับกรงที่อยู่

นายบัญญัติ อินทร์สุวรรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์เกี่ยวกับมาตรการดูแลสัตว์ว่า การดูแลสัตว์ในสวนสัตว์จะแตกต่างกันออกไป เพราะต้องแยกสัตว์และสายพันธุ์ต่างๆไว้ อาทิ สัตว์ปีก ก็จะแยกนกขุนแผน ออกจากสัตว์ปีกชนิดอื่นๆ เพราะว่านกขุนแผนจะกินสัตว์ปีกด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นอันตรายมาก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีของสิงโตที่มีสภาพผอมซูบ และดูไม่ขี้เล่น และไม่เดินนั้น นายบัญญัติ กล่าวว่า สิงโตตัวดังกล่าวมาจากแอฟริกา มีอายุมากแล้ว จึงไม่กินอาหาร และไม่ออกกำลังกาย แต่ไม่มีโรคแต่อย่างใด เพราะสวนสัตว์มีทีมสัตวแพทย์คอยดูแลอยู่ตลอดเวลา และสิงโตตัวดังกล่าวกำลังจะถูกปลดออกจากกรง และนำไปไว้ในที่เก็บสัตว์อีกส่วนหนึ่ง แต่จะมีการนำเข้าลูกสิงโต 2 ตัว เพื่อเข้ามาทดแทนกัน

ขนาดของกรง เป็นอุปสรรคต่อสัตว์ไหม ?

นายบัญญัติ กล่าวว่า ขนาดของกรงทุกกรงในสวนสัตว์ อย่างเช่น กรงนกทุกตัวในสวนสัตว์จะพอต่อการออกกำลังกายในระดับต้นของนกได้ แต่ไม่ถึงขั้นบินผาดโผนเหมือนกข้างนอกได้มากเท่าที่ควร แต่การดูแลก็จะใส่ใจทุกวัน และมีมาตรฐานเดียวกันกับสัตว์อื่นๆ นอกจากนี้ นกอินทรีย์และเหยี่ยวสายพันธ์ุต่างๆ ก็มีขนาดกรงที่ใหญ่ถึง 5x5 เมตร ซึ่งนกก็จะสามารถเดิน หรือบินในระยะต่ำๆได้ ซึ่งไม่ได้ถือเป็นการกักขัง

นอกจากนี้ นกที่ต้องการบินสูงๆ และตัวใหญ่อย่างตระกูลนกเงือก นายบัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขนาดของกรงนกเงือกมีความใหญ่มากถึง 12x12 เมตร และสูงอีก 12 เมตร ซึ่งสามารถทำให้นกเงือกบินได้อิสระ ไม่ดูเหมือนเป็นการทารุณกรรม และจำกัดความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ

ในส่วนของจระเข้น้ำเค็ม และจระเข้ที่มาจากแอฟริกานั้น ทางสวนสัตว์ก็จะดูแลเป็นพิเศษ ทำให้น้ำมีความสะอาดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้มีจระเข้ตัวใหญ่กว่า 3 เมตร ก็ยังสามารถอยู่ในกรงเดิมได้อย่าไม่อึดอัด และถ้าจระเข้ตัวดังกล่าวเพิ่มขนาดขึ้น กรงของสวนสัตว์ก็ยังสามารถรองรับเพิ่มได้เสมอ

ลวดไฟฟ้า ล้อมกรง ทรมาณแค่ไหน !?

นายบัญญัติ กล่าวต่อถึงกรณีลวดไฟฟ้าที่บายล้อมอยู่ตามกรงของสัตว์ทุกกรงนั้นว่า ความแรงของไฟฟ้ามีเพียง 12-24 โวลต์เท่านั้น ซึ่งป้องกันไม่ให้สัตว์ออกจากกรง แต่ถ้าหากสัตว์ที่เพิ่งมาใหม่ ก็จะเรียนรู้ อาจจะโดนช็อตบ้างแต่ไม่เป็นอันตราย เพราะเป็นการกระตุ้นเพื่อไม่ให้สัตว์เข้ามาใกล้ขอบกำแพง ทั้งนี้ขนาดของกำลังไฟจะใช้เท่ากันกับสัตว์ทุกปีะเภทที่มีอยู่ เพราะสัตว์ทุกตัวจะเรียนรู้ความเป็นอยู่กันเอง

เปิดไฟส่องสัตว์ ร้อนแล้วเครียด !?

นายบัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีการเปิดไฟส่องสัตว์ต่างๆว่า การเปิดไฟให้สัตว์ตลอดทั้งวันเป็นการมอบวิตามินดี และส่องสว่างภายในกรงเพื่อดูสภาพของสัตว์ตลอดเวลา อย่างสัตว์ประเภทเลื้อยคลาน อาทิงู ที่ต้องเปิดไฟไว้จะไม่ทำให้สัตว์ร้อน และการเปิดไฟส่อง จะช่วยให้สัตว์ย่อยอาหารได้ไวขึ้น เพราะมีความร้อนจากไฟมาเป็นแรงกระตุ้น อีกทั้งยังให้ความอบอุ่นแก่สัตว์อีกด้วย

อากาศเมืองไทยร้อน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ สัตว์ป่วยไหม!?

นายบัญญัติ กล่าวว่า เมื่อถึงฤดูร้อน ทางสวนสัตว์จะให้อาหารเป็นผลไม้แข่แข็งกับสัตว์ เพื่อมอบความเย็น และสัตว์อาจจะเอาไปถูหน้าและตัว เพื่อคลายความร้อน นอกจากนี้ยังมีการเปิดสปริงส์เกอร์น้ำอยู่ตลอดเวลาในข่วงตอนกลางวัน เพื่อระบายความร้อนออกจากกรง และเปิดพัมลมให้สัตว์ที่ร้อนง่ายอย่างยีราฟ หมี และสิงโต เพื่อไม่ให้สัตว์หงุดหงิดและป่วยง่าย

ฮิปโปโปเตมัส น้ำสกปรก !!!!

นายบัญญัติ กล่าวว่า นโยบายของสวนสัตว์มีมาตรการดูแลสัตว์อยู่ตลอดเวลา ถ้าสัตว์ที่ต้องอาศัยอยู่ในน้ำ จะทำการเปลี่ยนน้ำให้ตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง แต่น้ำที่ประชาขนเห็นว่ามันสกปรก อาจจะเกิดจากใบไม้ หรือพายุฝนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาตกลงในสระน้ำ ทำให้เกิดความสกปรก

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ฮิปโปโปเตมัส ถือเป็นสัตว์เด่นของสวนสัตว์ดุสิต มีชื่อว่า แม่มะลิ เพราะมีอายุมากที่สุดถึง 48 ปี โดยปกติแล้วฮิปโปโปเตมัส จะมีอายุต่ำกว่านั้นเพียง 30-35 ปี ก็จะตาย แต่เนื่องจากทางสวนสัตว์มีสัตวแพทย์คอยดูแล และให้อาหารตลอดเวลา ทำให้มีสภาพร่างกายที่ยังแข็งแรงอยู่ อีกทั้ง แม่มะลิ ยังให้ลูกมาแล้วอย่างมากมาย โดยแจกไปยังสวนสัตว์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ดู

สัตว์ต้องการผสมพันธ์ และอยู่รวมกันเป็นฝูง !!?

นายบัญญัติ กล่าวว่า สัตว์ที่ต้องอาศัยรวมกันเป็นฝูงจะมี ยีราฟ ม้าลาย นกกระจอกเทศ นกชนิดอื่นๆ แต่ทางสวนสัตว์จำกัดให้ยีราฟ ม้าลาย และนกกระจอกเทศอยู่ร่วมกันเพื่อคงระบบตามธรรมชาติ ทำให้สัตว์ไม่เหงา และในส่วนที่สัตว์อยู่ตัวเดียวอย่างพวก เสือ สิงโต หรือแม้กระทั่งหมี ก็จะสามารถอยู่ตัวเดียวได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ล่าเนื้อ ขณะที่เมื่ออยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ก็จะปล่อยให้สัตว์อยู่ด้วยกันเพื่อขยายพันธ์ุต่อไป

นายบัญญัติ กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาในอนาคตว่า ทางสวนสัตว์ดุสิตมีความต้องการอยู่ตลอดเวลา และจะพัฒนาในทุกๆ 3 ปี 5 ปี และ7 ปี โดยจะเน้นเรื่องการแสดงโชว์จากสัตว์ ทำให้สัตว์มีความสามารถมากขึ้น และจะนำสัตว์แปลกๆ และสัตว์ประเภทอื่นๆเข้ามาทดแทน เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจ โดยเฉพาะตอนนี้กำลังดูและพิจารณาสัตว์ที่แอฟริกาใต้ เนื่องจากมีความแปลกใหม่ หลากหลายสายพันธ์ุ และเรียกกระแสให้ประชาชนเข้ามาดูได้

นายบัญญัติ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเนรมิตรให้สวนสัตว์ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น มีพื้นที่สีเขียวให้ดูเป็นป่าไม้ เพื่อให้ความร่มรื่น และสร้างบรรยากาศให้กับสัตว์อีกด้วย

อุปสรรคงบประมาณ !!?

นายบัญญัติ กล่าวว่า งบประมาณจากรัฐบาลมีเข้ามาอย่างตลอด และทางสวนสัตว์ยังมีงบประมาณจากค่าเข้าใช้บริการจากจุดผ่านทาง และจุดเข้าชมการแสดงสัตว์ อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารสัตว์ยังมีมากถึงปีละ 9 ล้านบาท ทำให้หมดห่วงและหมดปัญหาเรื่องงบประมาณ นอกจากนี้ การดูแลในเรื่องนโยบายก็ยังมีองค์การสวนสัตว์คอยสนับสนุนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ง่ายต่อการทำงาน

ยันป่าปูนล้อมสวนสัตว์ไร้ผลกระทบ 

นายบัญญัติ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมของสวนสัตว์ดุสิตกว่า 118 ไร่ มีการเนรมิตให้มีพืช ธรรมชาติ การบริการที่ครบครัน อีกทั้งภายในสวนสัตว์จะไม่ให้รถขนาดใหญ่วิ่ง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้จักรยาน ซึ่งระบบภายในยืนยันว่าไม่มีปัญหา ส่วนสภาพแวดล้อมภายนอก ตามถนน ก็ยังมีต้นไม้อยู่บ้าง จึงเชื่อว่าไม่กระทบต่อสัตว์ข้างใน

"สัตว์ในสวนสัตว์ดุสิต จะเป็นสัตว์ที่ถูกเลี้ยงมาในกรงแต่แรกแล้ว ทางสวนสัตว์ดุสิตไม่มีนโยบายในการจะนำสัตว์ป่ามาไว้ในกรง เพราะจะทำให้ปรับสภาพไม่ได้ และอาจจะมีโรคซึมเศร้าจนตาย อีกทั้งสัตว์ที่นำมาไว้ในสวนสัตว์จะใช้ระยะเวลาในการปรับตัวเพียงแค่ 2-3 สัปดาห์ก็จะคุ้นเคย เพราะสภาพแวดล้อมเราเอื้ออำนวย มีธรรมชาติและพันธ์ุพืชที่หลากหลาย อีกทั้งคนเลี้ยงและให้อาหารก็คุ้นเคยกับสัตว์มาหลากหลายประเภท ทำให้ไม่มีอุปสรรคต่อการเลี้ยงดู" ผอ.สวนสัตว์ดุสิต กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับในตอนต่อไป ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์ มาให้ความรู้ถึงสถานที่ตั้งสวนสัตว์ในเมือง ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และความผิดเพี้ยนทางอารมณ์ของสัตว์เมื่ออยู่ในกรง จะมีพฤติกรรมอย่างไร รอติดตามได้...

อ่านเพิ่มเติม

ส่องสวนสัตว์เมืองกรุง ตอน 1 เปิดกรงดาดฟ้าพาต้า ชีวิตหมอง-คนมองเศร้า!?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอร่วมสังเกตและตั้งข้อคลายความสงสัยกรณีจับสัตว์มาจำกัดสิทธิ และความเป็นอยู่ตามทางธรรมชาติที่ควรจะได้รับ อย่าง สวนสัตว์ดุสิต ที่มีสัตว์มากกว่าพันตัว สัตว์เหล่านั้นได้รับการดูแลและความใส่ใจอย่างไร 1 เม.ย. 2558 17:17 2 เม.ย. 2558 10:47 ไทยรัฐ


advertisement