วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ป่าไม้แจ้งจับ! ผจก.สนามแข่งรถ 'โบนันซ่า' เรียกค่าเสียหาย 7 ล.

ป่าไม้แจ้งจับ! ผจก.สนามแข่งรถ 'โบนันซ่า' เรียกค่าเสียหาย 7 ล.

  • Share:

หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย ทภ.2 ชี้ กรณีสนามแข่งรถ 'โบนันซ่า' สร้างในที่ป่าสงวนฯ และไม่มีเอกสารการครอบครอง อาจถูกดำเนินคดีทั้งพ.ร.บ.ป่าไม้ กฎหมายควบคุมอาคารและบุกรุกแผ้วถางฯ ล่าสุด หัวหน้าป่าไม้แจ้งเอาผิดผู้ดูแลสนามแข่งรถแล้ว

จากกรณี เจ้าหน้าที่ นำโดย พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เข้าตรวจสอบพื้นที่สนามแข่งรถโบนันซ่า สปีดเวย์ อินเตอร์เนชั่นแนล หมู่ 11 หมู่บ้านโบนันซ่า ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พบว่าที่ดินมีเอกสาร นส.3 ก. จำนวน 47 ไร่ ส่วนที่เหลืออีกกว่า 100 ไร่ ไม่มีเอกสารแสดง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงสั่งการให้มีการตรวจสอบเพื่อดำเนินคดี และเพิกถอนในส่วนที่ไม่ถูกต้อง

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 58 ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา ได้รับการเปิดเผยจาก พ.อ.สมหมาย บุษบา เสนาธิการกองยุทธการ กองทัพภาคที่ 2 ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 ซึ่งได้ร่วมคณะไปด้วย ว่า หลังจากที่ได้นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ทางคณะทำงานด้านกฎหมายกองทัพภาคที่ 2 ก็มีหน้าที่ในการติดตามความคืบหน้าด้านการดำเนินคดี กับหน่วยงานที่ได้มีการมอบหมายไปว่า มีความคืบหน้าในขั้นตอนใด ไปถึงไหนแล้ว

ทั้งนี้ หน่วยที่จะต้องดูแลรับผิดชอบในการตรวจสอบกรณีของโบนันซ่า ที่ อ.ปากช่อง คือกรมป่าไม้ ที่จะต้องเป็นผู้ดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ แต่ในการลงพื้นที่ตรวจสอบที่พบเป็นความผิดซึ่งหน้า ก็คือการแผ้วถางที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ และยังพบสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 10 หลัง อีกทั้งมีการสร้างสนามแข่งรถที่ไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในที่ดินเนื้อที่เกือบ 200 ไร่ เมื่อตรวจสอบเอกสารของผู้ครอบครองที่นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พบมีเอกสารประมาณ 47 ไร่ ส่วนไม่มีเอกสารมีกว่า 100 ไร่

"การลงพื้นที่ดังกล่าวได้มีการใช้กฎหมายทั้งหมด 2 ส่วน คือ การให้องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ใช้กฎหมายควบคุมอาคาร โดยการพิจารณาออกคำสั่งเพิกถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ส่วนกรมป่าไม้ก็สามารถใช้มาตรา 25 ของพ.ร.บ.ป่าสงวนฯ ได้ รวมถึงต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ดูแลพื้นที่สนามแข่งรถ ในข้อหาบุกรุกแผ้วถางถือครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ขอยืนยันว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องนำพื้นที่ดังกล่าวกลับคืนมา เนื่องจากเป็นป่าสงวนแห่งชาติที่จะต้องอยู่คู่กับลูกหลานของเราต่อไป" พ.อ.สมหมาย กล่าว

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า นายสุนทร กันหาจันทร์ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.1 (ปากช่อง) ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากช่อง เพื่อดำเนินคดี นายนิธิศเชษฐ์ สุทธิเจริญกุล อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149/28 หมู่ 1 ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผู้จัดการส่วนกิจกรรม ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน บุกรุกพื้นที่ป่าไม้แปลงปลูกป่า พร้อมเรียกค่าเสียหาย 7 ล้านบาทเศษ ซึ่งหลังรับทราบข้อกล่าวหานายนิธิศเชษฐ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากช่อง เพื่อดำเนินคดี

ในส่วนที่เกี่ยวกับการปลูกสร้างอาคารและสนามแข่งรถ ที่ไม่ได้ขออนุญาตต่อ อบต.ขนงพระ นายคเชนทร์ ใยสุ่น ปลัด อบต.แจ้งว่า ในวันนี้ (1 เม.ย.) ได้ทำหนังสือถึง สำนักงานที่ดิน จ.นครราชสีมา สาขาปากช่อง เพื่อขอทราบรายละเอียด ว่าพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิเป็นนส.3ก.อยู่บริเวณใด มีแนวเขตจากไหนถึงไหน และมีลำรางสาธารณะหรือถนนสาธารณะอยู่บริเวณใด เพื่อจะได้ตรวจสอบว่ามีการสร้างอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างใดทับลำราง หรือถนนสาธารณะ รวมทั้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นพื้นที่ป่าไม้ประเภทใดบ้าง เช่น ป่าสงวนฯ ป่าไม้ทั่วไป เพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้