วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘เทพรัตนอักษรา’ เจ้าฟ้า ‘รัตนศิลปิน’

‘เทพรัตนอักษรา’ เจ้าฟ้า ‘รัตนศิลปิน’

  • Share:

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เปิดให้เลือกซื้อหนังสือไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน ระหว่างเวลา 10.00-21.00 น.

ช่วงที่ผ่านมาวันเสาร์-อาทิตย์ คลื่นนักอ่านหนาแน่นมาก ทำให้บางจุดไม่จำเป็นต้องเดิน เพราะคลื่นมหาชนดันให้เคลื่อนไปเอง แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบันหนังสือเล่มยังอยู่ในความต้องการของนักอ่าน แม้สื่อออนไลน์จะเข้ามาอย่างไร คนไทยอีกไม่น้อยยังมีความสุขกับการหยิบจับหนังสืออ่าน ส่วนอนาคตอันใกล้หรืออันไกลจะเปลี่ยนไปอย่างไร ยังไม่มีเครื่องวัดใดมาทำหน้าที่ได้จัดเจน

ช่วงงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ ตรงกับโอกาสมหามงคล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครบ 5 รอบ ด้วยพระอัจฉริยภาพในพระองค์หลายๆ ด้าน ทำให้นักเขียนสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับพระองค์ท่านออกมาหลากหลายมุมมอง

บางคนเห็นถึงกับตรงเข้าไปหาซื้อโดยไม่ถามไถ่ราคาว่าถูกแพงอย่างไร กลายเป็นภาพสิริมงคลต่อสายตา นำมาสู่ความปีติใจเป็นอย่างยิ่ง

บรรยากาศงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ นอกจากสีม่วงจะบรรเจิดแล้ว ยังมีหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลายสำนักพิมพ์ อย่างของ สนพ.มติชน ชื่อ เทพรัตนอักษรา เจ้าฟ้าปริญญาเอก เขียนโดย อาจารย์โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ผู้เขียนรวบรวมพระอัจฉริยภาพและจริยวัตรในสมเด็จพระเทพฯสมัยทรงพระอักษรกับพระสหาย ณ ภาควิชาพัฒนศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ห้องทรงพระอักษรมีนักศึกษาจำนวน 10 คน และหนึ่งในนั้นคือโกวิท วงศ์สุรวัฒน์ ผู้เขียนรวมอยู่ด้วย จึงทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกมาเล่าขานอย่างได้บรรยากาศยิ่ง

ส่วนหนังสือชื่อ รัตนศิลปิน เขียนโดย ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร สะใภ้นักแต่งเพลงศิลปินแห่งชาติ สง่า อารัมภีร จัดพิมพ์โดย สนพ.บัวสรวง วางขายอยู่บูธสมาคมนักเขียน หนึ่งในหนังสือมีเนื้อหาเกี่ยวกับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ผู้เขียนแยกเนื้อหาออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคหนึ่ง เรื่องเก่าเล่าใหม่ เล่าเกี่ยวกับกล่อมพระบรรทม จามจุรีที่รัก และวันสัญจร ภาคสอง นักคิด-นักเขียน เล่าเกี่ยวกับ คลังความคิด กวีลีลา สุนทรีย์คีตา วัยใสวัยซน โลกกว้างทางไกล และสื่อสารงานแปล

หนังสือ “รัตนศิลปิน” สามารถร่ายเรียงพระประวัติมาตั้งแต่ “กล่อมพระบรรทม” จวบจนถึงพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆได้อย่างละเอียด เพราะ “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาตให้ข้าพระพุทธเจ้าจัดทำขึ้นตามที่กราบบังคมทูลขอ อีกทั้งพระราชทานคำแนะนำ พระฉายาลักษณ์และภาพวาดฝีพระหัตถ์มาประกอบเพื่อความสมบูรณ์” ผู้เขียนแจกแจง

ผู้เขียนบอกว่าเขียนหนังสือเล่มนี้ออกมาเพราะว่าก่อนหน้านี้ วันพระราชสมภพจะเขียนบทประพันธ์ใส่กรอบถวายมาตลอด ต่อมาได้ทำหนังสือถวาย ปรากฏว่าเห็นประเด็น แง่มุมต่างๆที่น่าจะนำมาเขียน จึงขอพระราชานุญาตนำมาเขียนเป็นหนังสือ เทพรัตนทัศนา

ครั้นถึงปีมหามงคลนี้ ก็อยากถวายของพิเศษ “เห็นว่าทรงพระราชนิพนธ์ไว้หลายแบบมาก ทั้งร้อยกรอง ร้อยแก้ว ทรงเป็นทั้งนักเขียนและนักแปล จึงเริ่มเรียบเรียงมาตั้งแต่ภูมิหลัง ใครอยู่เบื้องหลังบ้าง ทรงค้นคว้าหาความรู้อย่างไร โปรดความรู้อย่างไร รวมทั้งพระอัจฉริยภาพด้านการประพันธ์”

เริ่มเรียบเรียงเรื่อง “พัฒนาการงานเขียนตั้งแต่ 9 ขวบเลย ภูมิหลังเกี่ยวกับความรู้ด้านต่างๆ มีอุปนิสัยในการเรียนรู้อย่างไร แล้วมีด้านกวีลีลา ใครเป็นคนจุดประกายเรื่องนี้ คำตอบคืออาจารย์กำชัย ทองหล่อ ท่านเป็นอาจารย์ที่ทำให้บทเรียนสนุกสนาน ท่านสอนแต่งคำประพันธ์”

พื้นฐานการแต่งคำประพันธ์ “ทรงเริ่มฝึกฝนแต่งคำประพันธ์ขณะทรงเป็นนักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา แม้จะเป็นบทร้อยกรองขนาดสั้นเพียงไม่กี่บทตามที่ครูกำหนดหัวข้อให้ในชั้นเรียน แต่มีเรื่องและรสหลากหลาย”

หลากหลายอย่างไร คำตอบคือ มีทั้งเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ความรักชาติบ้านเมือง ประเพณี ปรัชญาชีวิต และมุมมองต่างๆ

หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ส.ค.ส.ปีใหม่ ที่ทรงพระราชนิพนธ์ด้วยกาพย์ยานี 11 ความว่า...

“สวัสดีปีใหม่นี้ ขอให้มีความเจริญ สบสุขสนุกเพลิน อายุยืนตลอดไป กิจการทุกทุกอย่าง จงสว่างและสุกใส เจริญรุ่งเรืองไกร คิดสิ่งใดสมใจเทอญ”

บทพระราชนิพนธ์นี้ มีผู้สังเกตเห็น “แววกวี” คือ ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ท่านบันทึกไว้ความตอนหนึ่ง ว่า “...ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงน้อยจะทรงแต่งกลอนสดชมธรรมชาติ ผิดๆ ถูกๆ ตามประสาเด็ก แต่ก็ย่อมแสดงให้เห็นพระอัจฉริยะภายหน้าของพระองค์ ขณะที่ทรงมีพระชนม์เพียง 11 พรรษา ยังโปรดการประพันธ์ บทกวีนิพนธ์ และมีพระปรีชาเพียงนี้ ถ้าทรงพระเจริญขึ้น ได้ทรงศึกษามากเข้าจะทรงเปรื่องปราดสักเพียงไหน”

แววกวีนี้ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก็เห็นเช่นกัน ดังบทความที่เขียนลงในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2516 ตอนหนึ่งความว่า “เมื่อวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่แล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงพระนิพนธ์บทร้อยกรองขึ้นทูลเกล้าฯถวายในวาระนั้น ผมเคราะห์ดีที่ได้เห็นพระนิพนธ์ของทูลกระหม่อม...”

“เมื่อได้อ่านแล้วมีความรู้สึกว่า เมืองไทยกำลังจะมี “ราชกวี” อีกพระองค์หนึ่ง ผู้ซึ่งจะมีพระปรีชาสามารถและมีความเป็นกวีอยู่ในอันดับสูงเท่ากับราชกวีพระองค์อื่นๆที่เรามีมาแล้ว”

สืบมานอกจากคำทำนายของปราชญ์ทั้ง 2 ท่านจะเป็นจริงแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังมีพระอัจฉริยภาพด้านร้อยแก้วอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากพระราชนิพนธ์ทั้งบันเทิงคดีและสารคดีต่างๆ

พระราชนิพนธ์ร้อยแก้วที่มีจำนวนมากที่สุดคือ สารคดีเสด็จพระราชดำเนินต่างแดน แม้จะเป็นบันทึกการเดินทางส่วนพระองค์ แต่สาระน่ารู้ที่แทรกอยู่ในเนื้องานเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางปัญญา หรืออาหารสมอง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใฝ่รู้ตักตวงได้ไม่สุดสิ้น

เรื่องราวใน “รัตนศิลปิน” ในมุมของนักเขียนแล้ว กฤษณา อโศกสิน ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ยืนยันว่า “หนังสือที่ ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร ตั้งใจเขียนเพื่อเทิดพระเกียรติเล่มนี้ เป็นหนังสือที่กลั่นกรองจากหัวใจแห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

ไพร่ฟ้าประชาไทย ล้วน “สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” ดุจเดียวกัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้