วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บินไทยเฮญี่ปุ่นเล็งทบทวนเลิกไฟลท์

‘บิ๊กจิน’ยันเองเห็นตั้งใจจริง!โอเรียนท์ระทึก

สายการบินในไทยเฮ ญี่ปุ่นเตรียมทบทวนมาตรการยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำในเส้นทางบินญี่ปุ่น คาดเห็นผลเร็วๆนี้ “ประจิน” อ้างเพราะญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย และกระทรวงคมนาคมในการแก้ไขปัญหาความบกพร่องของกรมการบินพลเรือนไทย ขณะที่นายกฯขีดเส้น 1 เดือน แก้ปัญหาการบินกระเตื้อง ส่วน บพ.สั่งระงับการออกใบอนุญาตออกไปก่อน 23 สายการบิน ด้านแอร์เอเชีย-นกแอร์-บินไทย หารือนอกรอบ ไม่รอรัฐแก้ปัญหา เดินทางพบไอซีเอโอที่สิงคโปร์

หลังจากเกิดความปั่นป่วนกับ 4 สายการบินในไทย เมื่อถูกองค์กรการบินญี่ปุ่นสั่งห้ามเพิ่มเที่ยวบินเข้าญี่ปุ่น กระทบถึงการขนส่งนักท่องเที่ยวทั้งไทยไปญี่ปุ่นและญี่ปุ่นมาไทยได้รับผลกระทบ อันสืบเนื่องมาจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ตรวจพบข้อบกพร่องและมีหนังสือเตือนการทำงานของกรมการบินพลเรือนของไทยนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 31 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหากรณีที่ไทยถูกองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ระบุกรมการบินพลเรือนของไทยต่ำกว่ามาตรฐานว่า ตอนนี้ได้สั่งการทบทวนว่าภายใน 1 เดือน ต้องแก้ปัญหาไปสู่ความยั่งยืน โดยเราต้องทำ 2 ระยะ เพราะเกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้าง อัตรากำลัง และต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ช่วง 1 เดือนแรก เราต้องแก้ด้วยการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 เพื่อให้ทำงานได้ โดยเป็นการปรับการทำงานในระยะแรกเพราะเรื่องนี้มีกฎหมายอยู่ และวันนี้ได้ให้สมาคมนักบินไทยเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งนักบินเขามั่นใจว่าปลอดภัย แต่ไปติดตรงระเบียบของ ไอซีเอโอ โดยในระยะแรกเราจะให้องค์การอวกาศยุโรป (ESA) มาช่วยตรวจดู เราจะสร้างความมั่นใจให้เขา ตอนนี้เป็นห่วงปัญหาในช่วงสงกรานต์ที่เที่ยวบินลดลง เราไปไม่ได้เขาก็มาไม่ได้ เพราะเครื่องบินไม่พอ และตอนนี้ได้แก้ปัญหาโดยให้กระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาไปดูว่าผู้ที่จองตั๋วไว้แล้ว ไปหาสายการบินอื่นได้หรือไม่ ถ้าคืนเงินอย่างเดียวก็โอเคจบ แต่มันก็เดือดร้อนต้องมีหลายมาตรการและยอมรับกติกาสากล เราจะทำ 2 ระยะและให้ความสำคัญที่สุด เพราะมีผลกระทบกับอย่างอื่น

ด้านนายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน เปิดเผยภายหลังจากที่ 7 สายการบินของไทยเข้าพบหลังจากได้รับผลกระทบจากการประกาศของกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นว่า สายการบินทั้ง 7 ได้แก่ นกสกู๊ต การบินไทย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ไทยแอร์เอเชีย เอเชียแอตแลนติก เจ็ทเอเชีย และเอเซียนแอร์ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อตั้งทีมไทยแลนด์ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรมการบินพลเรือนของไทย โดยทั้ง 7 สายการบินจะสนับสนุนนโยบายต่างๆที่ออกมาจากหน่วยงานของกระทรวงคมนาคมและกรมการบินพลเรือน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสายการบินก็จะประสานงานไปยัง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ให้เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยของแต่ละสายการบิน โดยไม่ต้องรอการแก้ไขของกรมการบินพลเรือนไทย

ทั้งนี้ หากประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลา 8 เดือน จะส่งผลให้ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยสายการบินแบบเช่าเหมาลำ หรือชาร์เตอร์ ไฟลท์ เส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น จะได้รับผลกระทบมากกว่า 120,000 คน แบ่งในช่วงเดือน เม.ย.58 ประมาณ 70,000 คน และช่วง พ.ค. 58 ประมาณ 50,000 คน

นายสมชายกล่าวว่า มาตรการเยียวยาในเบื้องต้น ได้มอบหมายให้ทางสายการบินดำเนินการแก้ไขด้วยการโอนผู้โดยสารกระจายไปยังเส้นทางบินประจำแทน หากยังมีความต้องการเดินทางอยู่ ส่วนผู้ประกอบการ สายการบินระหว่างประเทศที่อยู่ระหว่างการขอใบ รับรองผู้ดำเนินการทางอากาศ (Aoc) จาก บพ.จำนวน 23 สายการบินจะต้องระงับการออกใบอนุญาตก่อน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงมาตรฐานองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐานไอซีเอโอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีประเทศญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวที่ทำหนังสืออย่างเป็นทางการมายังกรมการบินพลเรือนว่า จะยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำจากประเทศไทย รวมทั้งสั่งห้ามเปลี่ยนขนาดเครื่องบิน และห้ามเปลี่ยนเส้นทางบิน จึงทำให้สายการบินของไทยที่จะเดินทางไปยังญี่ปุ่นมีปัญหาในขณะนี้ ส่วนเส้นทางบินเกาหลีและจีนนั้น ยังไม่ได้แจ้งมายัง บพ.แต่อย่างใด แต่ส่งหนังสือไปยังสายการบินโดยตรง

ขณะที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงผลกระทบจากการประกาศห้ามเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์ของ 4 สายการบินของไทย บินไปประเทศญี่ปุ่น และอาจมีการห้ามในลักษณะเดียวกันของประเทศอื่นตามมาว่า อาจจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศบ้าง เพราะไม่ได้กระทบเฉพาะในส่วนที่คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศอย่างเดียว แต่กระทบกับนักท่องเที่ยวที่จะโดยสารชาร์เตอร์ไฟลต์ดังกล่าวกลับมาไทยด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การเดินทางมาไทยยังมีทางเลือกมีสายการบินอื่นที่จะบินมาไทยได้ ซึ่ง ธปท.กำลังติดตามประเมินตัวเลขและผลกระทบเป็นระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในช่วงเที่ยงวันเดียวกัน บรรดาสายการบินที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถบินเพิ่มไปญี่ปุ่นได้ ได้มีการพบปะหารือนอกรอบเพื่อ หาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เส้นทางบินประจำไปญี่ปุ่น การบินไทยยังคงบินปกติ ยกเว้นเส้นทางบินไม่ประจำของการบินไทยที่ไปญี่ปุ่น ใน 2 เที่ยวบิน ที่จะบิน ไปเมืองโคมัตสุ และเมืองฮิโรชิมา ในช่วงวันที่ 11 และ 15 เม.ย.นี้เท่านั้น นอกจากนั้น ประเทศสิงคโปร์และไต้หวัน ยังแจ้งมายังการบินไทยว่ารับทราบมาตรการของไอซีเอโอ โดยเส้นทางบินที่บินไปลงประเทศสิงคโปร์ ยังทำการบินปกติ แต่ทางสิงคโปร์ขอเข้มงวดตรวจทุกเที่ยวบินที่ลงสิงคโปร์อย่างเคร่งครัด

ด้านนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินนกสกู๊ต และให้บริการในเส้นทางบินต่างประเทศ ในนามนกสกู๊ต กล่าวว่า ในวันที่ 1 เม.ย. ตนและผู้บริหารระดับสูงของการบินไทย, แอร์เอเชีย, แอร์เอเชียเอ็กซ์, นกสกู๊ต เดินทางไปพบองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อหารือถึงแนวทางออกของปัญหาที่สายการบินของไทยประสบขณะนี้ ว่าไอซีเอโอต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม และต้องการให้สายการบินแก้ไขอย่างไรบ้าง ตอนนี้จะนั่งรอรัฐบาลแก้ไขฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะความต้องการเดินทางมีมาก และปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติ แค่เส้นทางญี่ปุ่นเส้นทางเดียวผลกระทบต่อนกสกู๊ต ทำให้เสียผู้โดยสารไปกว่า 20,000 คน

นายพาทีกล่าวอีกว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่าขณะนี้กรมการบินพลเรือนของญี่ปุ่นได้ตกลงกับกรมการบินพลเรือนของไทยในการอนุญาตให้เที่ยวบิน เช่าเหมาลำไทยทำการบินชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน คือ เม.ย.-พ.ค.เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ
ผู้ประกอบการที่ทำการตลาดและจำหน่ายที่นั่งผ่านบริษัทนำเที่ยวไปแล้ว แต่ทั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กรมการบินพลเรือนต้องนำเสนอแผนการปรับปรุงมาตรฐานตามที่กรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นกำหนด และมีการรับรองสายการบินเหมาลำจากรัฐบาลไทย ใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสายการบิน

นกสกู๊ตที่ให้บริการแบบเช่าเหมาลำในเส้นทางญี่ปุ่น เดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ ซึ่งมีการจำหน่ายไปแล้วกว่า 2 หมื่นที่นั่ง และได้แก้ปัญหาด้วยการนำเครื่องบินของสกู๊ตแอร์ที่จดทะเบียนในสิงคโปร์มาให้บริการก่อนแล้วนั้น ก็จะดำเนินการตามแผนเดิมต่อไป
ขณะที่ผู้บริหารไทยแอร์เอเชีย-แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ยืนยันไม่ได้รับผลกระทบเส้นทางบินญี่ปุ่น เพราะเป็นเที่ยวบินประจำ ยกเว้นเส้นทางบินซัปโปโร จะให้บริการ 1 พ.ค.-30 มิ.ย.58 นี้เท่านั้น หากผู้โดยสารซื้อตั๋วและจะเดินทาง 1 พ.ค.เป็นต้นไป เปิดช่องให้ผู้โดยสารคืน-เปลี่ยนตั๋ว-เปลี่ยนเส้นทางคืนเงินได้ทันที แอร์เอเซียเอ็กซ์ย้ำหากบินซัปโปโรไม่ได้ สูญเงินทันที 500 ล้านบาท/ปี ผู้โดยสารหาย 1.5 แสนคน/ปี

ต่อมาเวลา 17.45 น. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม กล่าวที่กระทรวงคมนาคม ว่าเมื่อช่วงเย็นทางกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นได้แจ้งมายังกรมการบินพลเรือนไทยว่า ทางญี่ปุ่นจะมีการทบทวนมาตรการยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำ ในเส้นทางบิน ญี่ปุ่น เนื่องจากญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย และกระทรวงคมนาคมในการแก้ไขปัญหาตามข้อทักท้วงขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้สายการบินในไทยที่มีปัญหาไม่สามารถขนส่งผู้โดยสารไปยังญี่ปุ่นได้ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. จะสามารถให้บริการขนส่งผู้โดยสารได้เช่นเดิมตามที่ขอไปตามตารางบินฤดูร้อน โดยการแก้ไขปัญหาเป็นไปในแนวทางที่ดีนั้น เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และรับทราบปัญหา และวันที่ 1 เม.ย. มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการชุดที่มีนายวรเดช หาญประเสริฐ เป็นประธาน เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเสนอกลับไปยังไอซีเอโอถึงแนวทางแก้ไขปัญหามาตรฐาน บพ.อย่างเร่งด่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่าสายการบินของไทยที่ทำการบินไม่ประจำ จะสามารถกลับมาให้บริการทางการบินขนผู้โดยสารไปยังญี่ปุ่นได้ภายใน 1-2 วันนี้แน่นอน ซึ่งตารางการบินจะเป็นช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.58 ส่วนตารางบินถัดไปหลังจากเดือน พ.ค.นั้น ทางกรมการบินพลเรือนญี่ปุ่นจะแจ้งอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวเดลี่เมล์ของอังกฤษและเว็บไซต์เฝ้าระวังด้านการบิน ดิ เอวิเอชั่น เฮรัลด์ ของออสเตรียรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค. เกิดเหตุระทึกขวัญบนเที่ยวบินโดยสารจากไทย ได้แก่ สายการบินโอเรียนท์ ไทยแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่โอเอ็กซ์ 682 บรรทุกผู้โดยสาร 119 คน ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต มุ่งหน้าเมืองเฉิงตู มณฑลยูนนาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยเครื่องประสบปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องกลางอากาศ จนตัวเครื่องดิ่งลดระดับกะทันหัน ระบบหย่อนหน้ากากออกซิเจนทำงาน และผู้โดยสารหลายรายได้รับบาดเจ็บจากการที่ห้องเคบินโดยสารสูญเสียแรงดันฉับพลัน ซึ่งมีทั้งเลือดคั่งในหู เลือดออกจมูก และเป็นลม รวมถึงต่างอยู่ในอาการตระหนกตกใจ ทำให้กัปตันต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองคุนหมิง ก่อนถึงจุดหมายปลายทาง และเปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ให้ผู้โดยสารเดินทางต่อไปจนถึงเมืองเฉิงตู โดยมีผู้โดยสารบางส่วน แพทย์ไม่แนะนำให้บินต่อ

ต่อมาในช่วงเย็นวันที่ 31 มี.ค. นางสาวมนัสนันทน์ ตันติประสงค์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริการ สายการบินโอเรียนท์ไทย ได้ชี้แจงถึงเหตุระทึกขวัญดังกล่าวว่า เที่ยวบินโอเอ็กซ์ 682 เส้นทางบินภูเก็ต ไปยังเมืองเฉิงตู ในวันศุกร์ที่ 27 มี.ค.58 ตามตารางบินออกจากภูเก็ตในเวลา 20.00 น. และกำหนดเวลาถึงเมืองเฉิงตูในเวลา 01.00 น. (ของวันถัดไป) บรรทุกผู้โดยสาร 132 คน นักบินและลูกเรือ 8 นาย เที่ยวบินดังกล่าวได้ออกจากสนามบินภูเก็ตตามเวลาปกติ และต่อมาในเวลาประมาณ 23.00 น. (เวลาตามประเทศไทย) ได้รับรายงานเครื่องบินได้ลงจอดที่สนามบินคุนหมิงอย่างปลอดภัย ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนปลอดภัย ไม่ได้มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น พนักงานต้อนรับได้ทำหน้าที่ดูแลผู้โดยสาร ทุกคนอย่างดี และไม่ได้ตื่นตระหนกตามที่เป็นข่าว นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ของสายการบินได้นำผู้โดยสารเข้าพักยังโรงแรม และในวันถัดไปสายการบินได้นำ เครื่องบินอีกลำออกจากสนามบินดอนเมืองไปรับผู้โดยสารที่คุนหมิง และนำส่งผู้โดยสารถึงปลายทางเฉิงตูในวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.58 เวลาโดยประมาณ 17.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองเฉิงตู)

สำหรับสาเหตุนั้น เนื่องด้วยเกิดการเปลี่ยนแปลงระบบความดันภายในห้องผู้โดยสาร ระบบหน้ากากออกซิเจนจึงทำงานตามปกติ เพื่อให้ผู้โดยสารสวมใส่ โดยมีพนักงานต้อนรับดูแลผู้โดยสารทุกคน ก่อนนำเครื่องลงในสนามบินที่ใกล้ที่สุด โดยเป็นไปตามมาตรฐานของความปลอดภัย และนักบินได้ปฏิบัติอย่างถูกต้อง

สายการบินในไทยเฮ ญี่ปุ่นเตรียมทบทวนมาตรการยกเลิกเที่ยวบินไม่ประจำในเส้นทางบินญี่ปุ่น คาดเห็นผลเร็วๆนี้ “ประจิน” อ้างเพราะญี่ปุ่นเห็นความตั้งใจของรัฐบาลไทย และกระทรวงคมนาคมในการแก้ไขปัญหาความบกพร่องของกรมการบินพลเรือนไทย 1 เม.ย. 2558 07:25 1 เม.ย. 2558 07:53 ไทยรัฐ