วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ให้สิทธิ‘หัสวุฒิ’แย้งคำสั่งพักฯ-ใน90วันตั้งปิยะปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งปธ.ศาลปค.

สำนักงานศาลปกครองแถลงย้ำคำสั่ง ก.ศป. พักงานประธานศาลปกครองสูงสุดจริง แต่ยัง ให้สิทธิ “หัสวุฒิ” โต้แย้งคำสั่งได้ภายใน 90 วัน พร้อมมีมติให้ “ปิยะ ปะตังทา” ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด

จากกรณีมีข่าวคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) มีมติ 8 : 3 สั่งพักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ศาลปกครอง แต่ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้ กระทั่งเวลา 14.00 น. สำนักงานศาลปกครอง โดยสำนักประชาสัมพันธ์ได้จัดทำเอกสารข่าวศาลปกครองเผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง เรื่อง ให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เนื้อหาในเอกสารระบุว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค. นายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง ได้ลงนามในคำสั่ง ก.ศป.ที่ 8/2558 ลงวันที่ 30 มี.ค.2558 ซึ่งมีเนื้อความว่า ตามที่ ก.ศป. ในการประชุมครั้งที่ 170-5/2557 เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2557, 170-5/2557 ได้พิจารณากรณีที่ตุลาการศาลปกครองได้เข้าชื่อกันเพื่อให้ ก.ศป.ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนว่า นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้จัดทำหนังสือจำนวน 2 ฉบับ ถึงรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามลำดับ โดยอ้างว่า นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด มีความประสงค์ที่จะสนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล รอง ผกก. ป.สน.หัวหมาก ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานชายให้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้กำกับการ แล้วเห็นว่าหากเป็นความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดในข้อ 3 (1) แห่งระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544 สมควรสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า มีมูลความจริงดังที่นายดิเรกฤทธิ์ เจน-ครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ได้กล่าวอ้างไว้ในหนังสือทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวหรือไม่ จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย นายนพดล เฮงเจริญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานกรรมการ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ได้รายงานผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวต่อ ก.ศป.ในการประชุมครั้งที่ 181-2/2558 เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2558 ซึ่ง ก.ศป.ได้มีมติรับทราบ และมอบหมายให้สำนักงานศาลปกครอง ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ก.ศป.ขอข้อมูลเพิ่มเติม

หลังจากนั้น ก.ศป.ในการประชุมครั้งที่ 182-3/2558 เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2558 ได้พิจารณารายงานผลการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อ เท็จจริง และข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักงานศาลปกครองได้นำเสนอต่อ ก.ศป.แล้ว ก.ศป.เสียงข้างมากเห็นพ้องด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก โดยเห็นว่าเป็นกรณีมีมูลที่อาจเข้าข่ายตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 (1) แห่งระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครองซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544 และถึงขั้นที่จะให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง จึงมีมติให้ดำเนินการ ตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542

ข้อ 5 วรรคสอง และข้อ 6 วรรคหนึ่ง (4) แห่งระเบียบ ก.ศป. ว่าด้วยวิธีการสอบสวนและสิทธิของตุลาการศาลปกครอง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง พ.ศ.2544 และได้มีคำสั่ง ก.ศป.ลับ ที่ 9/2558 ลงวันที่ 17 มี.ค.2558 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว

ต่อมา ก.ศป.ในการประชุมครั้งที่ 184-5/2558 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2558 เสียงข้างมากเห็นว่า ปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุด ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ บริหารงานของศาลปกครองและพิจารณาพิพากษาอรรถคดี การให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ย่อมเป็นการไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเสื่อมความเชื่อถือและศรัทธา รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของศาลปกครอง ซึ่งเป็นองค์กรตุลาการ การให้นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจึงเป็นการเสียหายแก่ราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 24 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ก.ศป.จึงมีมติให้พักราชการนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลปกครองผู้ถูกกล่าวหา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่า ก.ศป.จะพิจารณากรณีที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล

ถูกกล่าวหาแล้วเสร็จ หากนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุลประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งนี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือ ยื่นต่อศาลปกครองกลาง หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ไปยังศาลปกครองกลางภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ ได้รับแจ้งคำสั่งนี้

อนึ่ง ก.ศป.มีมติให้นายปิยะ ปะตังทา รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด ในระหว่างที่นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ถูกสั่งพักราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ประชุม ก.ศป.มีมติพักราชการนายหัสวุฒิ ปรากฏว่าตลอดวันที่ 31 มี.ค. นายหัสวุฒิไม่ได้เดินทางเข้ามาที่สำนักงานศาลปกครอง ขณะเดียวกัน ในส่วนของสำนักงานฯ ทางผู้บริหารยังไม่ได้มีการเรียกประชุมข้าราชการศาลปกครองเพื่อชี้แจงปรากฏถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายหัสวุฒิ จากนี้จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ที่มีนายชาญชัย แสวงศักดิ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุดคนที่ 2 เป็นประธาน และมีผู้แทนของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย ตามระเบียบสอบสวนจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน ขณะเดียวกัน นายหัสวุฒิก็สามารถยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งได้ภาย 90 วันนับแต่ ก.ศป.มีคำสั่งพักราชการ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในศาลปกครองให้ความเห็นว่าระหว่างการสอบสวน หากนายหัสวุฒิจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งก่อน หรือพ้นจาก ตำแหน่งเนื่องจากเกษียณอายุ ก็ไม่เป็นผลให้การสอบสวนยุติลง โดยกระบวนการสอบสวนจะดำเนินไปจนกระทั่งเสร็จสิ้น ซึ่งผลการสอบสวนที่จะออกมามีได้ 2 แนว คือ ผิดกับไม่ผิด ถ้าไม่ผิดก็ถือว่าจบสิ้นการพิจารณา นายหัสวุฒิจะสามารถกลับมาเป็นประธานได้เช่นเดิม แต่ถ้าผิดก็ต้องพิจารณาโทษว่ามีความร้ายแรงแค่ไหน ถึงขั้นไล่ออกจากราชการ หรือให้ออก ซึ่งก็จะมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

ทั้งนี้ นายหัสวุฒิไม่ได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยคดีจดหมายน้อยเพียงเรื่องเดียว โดยก่อนหน้านั้น ก.ศป.มีมติสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีการร้องเรียนพฤติกรรมของนายหัสวุฒิในหลายกรณี ทั้งความไม่โปร่งใสในการเบิกค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปเป็นประธานพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำลูกแก้วมงคลนิมิต ประดิษฐานบนพระธาตุเจ้าจอมล้านนา วัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นภารกิจส่วนตัว ในช่วงเวลาเดียวกับที่อ้างว่า ไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก กรณีถูกกล่าวหาว่ามีความสนิทสนมกับนางวรรณี ลิทองกุล แม่เลี้ยงคนดังลำปาง ที่เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท วีพีเอ็นคอลเล็คชั่น จำกัด ซึ่งเป็นฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีที่ชาวบ้านในจังหวัดลำปางยื่นฟ้ององค์การบริหาร ส่วนจังหวัดลำปาง ขอให้ยุติการก่อสร้างโครงการกำจัดขยะแบบครบวงจรมูลค่า 695 ล้านบาท และ กรณีเป็นองค์คณะพิจารณาคดีที่บุตรสาวตนเองเป็นทนายให้กับคู่ความโดยไม่ยอมถอนตัว ซึ่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงยังดำเนินการสอบสวนอยู่ หากแล้วเสร็จและเสนอให้ ก.ศป. พิจารณาว่ามีมูลที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยหรือไม่

สำนักงานศาลปกครองแถลงย้ำคำสั่ง ก.ศป. พักงานประธานศาลปกครองสูงสุดจริง แต่ยัง ให้สิทธิ “หัสวุฒิ” โต้แย้งคำสั่งได้ภายใน 90 วัน พร้อมมีมติให้ “ปิยะ ปะตังทา” ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุด 1 เม.ย. 2558 07:16 1 เม.ย. 2558 08:02 ไทยรัฐ