วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดักทางล็อกคอตายหมู่

ดักทางล็อกคอตายหมู่

  • Share:

เริ่มปฏิบัติการนำทีมเซลส์แมนออก “ขายตรง” กันแล้ว

ตามยุทธศาสตร์ที่ “เดอะปื๊ด” นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ นำทีมเดินสายพบสื่อมวลชน โรดโชว์ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ฉบับปฏิรูป “ยกเครื่องใหญ่” ประเทศไทย

เบื้องต้น 315 มาตรา ไม่มากไม่น้อยไปกว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านๆมาสักเท่าไหร่

แต่สิ่งที่แปลกใหม่ไปกว่าเดิม หลายประเด็นที่สื่อรุ่นใหญ่ไปยันรุ่นเล็กได้ฟังจากทีมงาน “36 อรหันต์ทองคำ” แบ่งโหมดแจกแจง

ต้องยอมรับเนื้อหาตามเจตนารมณ์กติกาใหม่ที่ร้อยเป็นคำคล้องจอง 1.สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ 2.การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3.หนุนสังคมที่เป็นธรรม 4.นำชาติสู่สันติสุข

กระตุก “ประกายความหวัง” ได้ไม่น้อย

โดยเฉพาะการใช้คำว่า “พลเมือง” แทนคำว่า “ประชาชน” ยกระดับความเป็น “คนไทย”

พร้อมกับการให้สิทธิต่างๆทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาสิทธิทางการเมือง ไม่ได้จบแค่กาบัตรในคูหาเลือกตั้ง การเน้นความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ ฯลฯ

เน้นสางปัญหาตามโจทย์ที่นำมาซึ่งวิกฤติความขัดแย้งประเทศไทย

ไม่ใช่คิดกันลอยๆ แต่มีกระบวนการในทางปฏิบัติที่มองเห็นถึงความเป็นรูปธรรม

นี่คือมุมดีๆที่ซ่อนอยู่ใน 315 มาตรา เป็นอะไรที่มากกว่าปมที่เป็นข่าววนอยู่ในพื้นที่ “ตำบลกระสุนตก” แค่ 2–3 มาตรา ที่ไปเกี่ยวโยงผลประโยชน์ของนักเลือกตั้งอาชีพ

ยั่วแรงเสียดทานพุ่งเข้าใส่ทีมงาน “36 อรหันต์ทองคำ”

โดยเฉพาะตัวนายบวรศักดิ์ โดนอ่วมกว่าใคร

อย่างมุกตลกร้ายที่เจ้าตัวพูดติดตลก รัฐธรรมนูญใหม่ทำให้เกิดความปรองดองโดยอัตโนมัติ ตามปรากฏการณ์ที่พลพรรคประชาธิปัตย์กับทีมงานพรรคเพื่อไทย แท็กทีมกันถล่มคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่อต้านรัฐธรรมนูญใหม่

เร้าวาทกรรม “ลากตั้ง” จุดชนวนกระแสต้านกันอย่างหนัก

โดยหัวเชื้อชนวนมุ่งไปที่ปมที่มาของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ระบุให้นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.ซึ่งถูกดักทางว่า เป็นการเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีคนนอก หรือการกำหนดที่มาของ ส.ว.โดยการเลือกตั้งทางอ้อม ก็โดนตั้งแง่เป็นการสกัดตัวแทนจากประชาชนไม่ให้เข้าไปนั่งในสภาสูง

จูงกระแสให้วนเวียนอยู่ในวังวนของเกมอำนาจทางการเมือง

ตามท้องเรื่อง มันก็เห็นถึงขวากหนามที่ขวางอยู่ข้างหน้า เพราะเมื่อครั้งรัฐธรรมนูญ 2550 ที่พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยไฟเขียวเต็มที่ มีแค่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่อิดออดไม่ยอมรับ แต่สุดท้ายก็เออออไปกับเงื่อนไข รับๆไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขภายหลัง ขอคืนสนามเลือกตั้งก่อน

แต่รอบนี้ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ประสานเสียงเดียวกัน ไม่เอาด้วยกับรัฐธรรมนูญที่พร้อมใจกันตั้งฉายาว่าฉบับ “รูดปื๊ด”

งานนี้มีหวังลากถูลู่ถูกังกันเหนื่อย

โดยเฉพาะถ้าต้องมีกระบวนการทำประชามติก็ยิ่งต้องลุ้นกันหนัก

ที่สำคัญถ้า คสช.ไม่ลุยผลักดันเต็มตัวก็แทบปิดกล่องเลย

เรื่องของเรื่อง มันมีสัญญาณแปร่งๆที่เล่นเอา “36 อรหันต์ทองคำ” หูผึ่งไปตามๆกัน

กับประโยคปริศนาจากปาก “บิ๊ก คสช.” ที่พูดกลางวงประชุม ครม.นอกสถานที่นัดล่าสุด ณ สวนสนประดิพัทธ์ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

“คิดเหรอว่ารัฐธรรมนูญจะผ่าน”

และยังต่อเนื่องด้วยการส่งสัญญาณปล่อยอาวุธหนัก ฝ่ายคุมเกมอำนาจงัดมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาบังคับใช้แทนกฎอัยการศึก

ตามเหลี่ยมกระชับอำนาจ พร้อมยื้อสถานการณ์หากมีเหตุพลิกผัน

โดยปรากฏการณ์ต่อเนื่องกัน นั่นก็น่าจะโยงกับการที่นายบวรศักดิ์ถึงได้ปล่อยทุ่นดักคอล่วงหน้า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ “ตายหมู่” เสียหายวงศ์ตระกูลกันทั้งหมด

รวมถึงต้นแม่น้ำ 5 สาย คสช.ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบด้วย

ล็อกคอท็อปบูต ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อเกมคว่ำกระดาน.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้