วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดันไทยสู่ "ชาติแห่งการค้า"

“อิสระ” ฝันสูงรับเก้าอี้ประธานหอฯยก 2

“อิสระ” แชร์ความฝันหลังนั่ง “ประธานหอการค้าไทย” วาระ 2 เดินหน้าสร้างขีดความสามารถการแข่งขันไทย เพราะตัวเลขความสะดวกในการทำธุรกิจ ถูกสิงคโปร์–มาเลย์ทิ้งห่าง ทั้งระยะเวลาในการจัดตั้งธุรกิจ, เตรียมชำระภาษี, ขออนุญาตก่อสร้างและส่งออก เผยถ้าไม่ทำวันนี้ อีก 3 ปีจะยิ่งถอย กำหนดเป้าดันไทยขึ้นแท่น “ชาติแห่งการค้า” และผู้นำอาเซียน

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ภายหลังการรับตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 ว่า จะสานต่อนโยบายหลักของคณะกรรมการชุดเดิม ที่กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันหลักทางธุรกิจที่มีองค์ความรู้ มีเครือข่าย และความร่วมมือที่เข้มแข็งที่สุดของประเทศ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยมีศักยภาพ และแสวงหาโอกาสให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

โดยได้กำหนดการขับเคลื่อนการดำเนินการผ่าน 3 พันธกิจหลัก ได้แก่ 1.การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มพูนทักษะ ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) 2.การพัฒนาเครือข่าย และความร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชนทั้งในประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก เพื่อพัฒนาธุรกิจทุกภาคส่วน และ 3.การลดความเหลื่อมล้ำ เสริมสร้างธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หอการค้าไทยเห็นว่า ธุรกิจไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันเลย จากข้อมูลของเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม (ดับบลิวอีเอฟ) ในปี 57 อันดับความสามารถการแข่งขันไทยอยู่ที่ 31 จากทั้งหมด 144 ปะเทศ ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 52, อินโดนีเซีย 34, มาเลเซีย 24 และสิงคโปร์ 1 แต่คาดการณ์ในอีก 3 ปี หรือในปี 2560 ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้น แต่ไทยจะลดลง

เนื่องจากผลการสำรวจของดับบลิวอีเอฟ พบว่า ไทยยังมีการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจไม่ดีนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน เช่น ระยะเวลาในการจัดตั้งธุรกิจ ไทยใช้เวลา 27.5 วัน แต่สิงคโปร์ เพียง 2.5 วัน มาเลเซีย 5.5 วัน, ระยะเวลาในการเตรียมชำระภาษี ไทย 264 ชั่วโมง แต่สิงคโปร์เพียง 82 ชั่วโมง มาเลเซีย 13 ชั่วโมง, ระยะเวลาการขออนุญาตก่อสร้าง ไทย 113 วัน สิงคโปร์ 10 วัน มาเลเซีย 13 วัน และระยะเวลาการส่งออก ไทย 14 วัน สิงคโปร์ 3 วัน มาเลเซีย 4 วัน

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบประสิทธิภาพการส่งออกผ่านทางท่าเรือและผลิตภาพแรงงานไทย พบว่า คุณภาพท่าเรือของไทยอยู่ในอันดับที่ 54 จากการจัดอันดับทั้งหมด 144 ประเทศ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมาเลเซีย ส่วนผลิตภาพแรงงาน ไทยอยู่ในอันดับที่ 57 จากทั้งหมด 60 ประเทศ

“จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมกัน สร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขับเคลื่อนไทยไปสู่การเป็นผู้นำในอาเซียน พัฒนาไปสู่การเป็นชาติแห่งการค้า (Trading Nation) ในอาเซียน และพัฒนาธุรกิจบริการของไทยไปสู่ระดับโลก ถ้ายังไม่ทำในวันนี้ ในอนาคตไทยจะแข่งขันไม่ได้”

สำหรับการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน หอการค้าไทยแบ่งธุรกิจไทยเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มธุรกิจการค้า และการผลิต กลุ่มธุรกิจเกษตรและอาหาร และกลุ่มธุรกิจบริการ ซึ่งได้จัดตั้งคณะกรรมการภายใต้กลุ่มธุรกิจต่างๆ เพื่อจัดทำยุทธ
ศาสตร์สร้างเสริมขีดความสามารถด้านการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ซึ่งคณะกรรมการภายใต้กลุ่มธุรกิจสินค้า 3 กลุ่ม จะมีประธาน และกรรมการจากสมาชิกของหอฯ ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในแต่ละด้าน มาช่วยกันคิดยุทธศาสตร์เพิ่มความสามารถการแข่งขัน โดยจะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) จัดทำยุทธศาสตร์ดังกล่าวในเร็วๆนี้ เมื่อได้ยุทธศาสตร์แล้วจะจัดอบรมสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริง”

นอกจากนั้น หอการค้าไทย ยังจะมุ่งเน้นเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพราะไทยมีเอสเอ็มอีเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีเอสเอ็มอีมากถึง 2.8 ล้านราย หรือ 99.7% ของวิสาหกิจทั้งหมดของไทย แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ของเอสเอ็มอีกลับมีมูลค่าเพียง 4.2 ล้านล้านบาท หรือ 37.4% ของจีดีพีของไทยเท่านั้น โดยหอการค้าไทยจะปรับความคิดให้เอสเอ็มอีเห็นว่า การสร้างความสามารถในการแข่งขันเริ่มที่ตัวเรา ไม่ต้องรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยต้องส่งเสริมให้เห็นถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา และคิดค้นนวัตกรรมใหม่ทางการค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า.

“อิสระ” แชร์ความฝันหลังนั่ง “ประธานหอการค้าไทย” วาระ 2 เดินหน้าสร้างขีดความสามารถการแข่งขันไทย เพราะตัวเลขความสะดวกในการทำธุรกิจ 1 เม.ย. 2558 01:35 1 เม.ย. 2558 01:35 ไทยรัฐ