วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยแฮปปี้ใต้กฎอัยการศึก

ท่ามกลางข้อถกเถียงการนำ “มาตรา 44” ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาใช้แทน “กฎอัยการศึก” เพื่อแก้ภาพลักษณ์ไทยในสายตาต่างประเทศที่ไม่ชอบกฎอัยการศึก ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปไม่กล้าเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย บริษัทประกันภัยไม่ยอมรับประกัน

วันวาน นิด้าโพล ได้ไปสำรวจความคิดเห็นคนไทยทั่วประเทศ 1,263 ตัวอย่าง ระหว่าง 25-26 มีนาคม ก็ได้พบคำตอบที่ฝรั่งต่างชาติฟังแล้วต้องประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะ คนไทยในทุกภูมิภาคมีความแฮปปี้กับชีวิตภายใต้กฎอัยการศึก อย่างไม่น่าเชื่อ

คำถามแรกถามถึง ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อเสรีภาพในการดำเนินชีวิตทั่วไปภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ก็ได้รับคำตอบดังนี้ ร้อยละ 52.26 ระบุว่า มีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตมาก รองลงมา ร้อยละ 34.20 ระบุว่า ค่อนข้างมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิต และ ร้อยละ 11.00 ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิต

เสียงข้างมาก ร้อยละ 86.46 ที่ระบุว่า มีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตมาก และ ค่อนข้างมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิต ให้เหตุผลว่า สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข และไม่เดือดร้อนแต่อย่างใด

ขณะที่ผู้ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสรีภาพในการดำเนินชีวิต และไม่มีเสรีภาพในการดำเนินชีวิตให้เหตุผลว่า รู้สึกอึดอัด ทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวก เนื่องจากอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

เมื่อถามถึง ความคิดเห็นที่มีต่อเสรีภาพทางการเมืองภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ก็ได้รับคำตอบดังนี้ ร้อยละ 30.80 ระบุว่า มีเสรีภาพทางการเมืองมาก รองมา ร้อยละ 32.15 ระบุว่า ค่อนข้างมีเสรีภาพทางการเมือง และ ร้อยละ 22.88 ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสรีภาพทางการเมือง กับ ร้อยละ 10.45 ระบุว่า ไม่มีเสรีภาพทางการเมืองเลย

เสียงส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.95 ที่ระบุว่า มีเสรีภาพทางการเมืองมาก และ ค่อนข้างมีเสรีภาพทางการเมือง ให้เหตุผลว่า ช่วยทำให้บ้านเมืองสงบ เป็นระเบียบเรียบร้อย ประชาชนยังสามารถมีสิทธิและเสียงในการแสดงออกถึงความคิดเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง

ส่วนผู้ที่ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสรีภาพทางการเมือง และ ไม่มีเสรีภาพทางการเมือง ให้เหตุผลว่า แสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้บางเรื่อง ยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่

เมื่อถามถึง ความคิดเห็นที่มีต่อความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการเข้ามาของ คสช. ก็ได้รับคำตอบดังนี้ ร้อยละ 36.10 ระบุว่า มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เพราะบ้านเมืองมีความเป็นระเบียบ มีความคล่องตัวมากขึ้น เกิดการปฏิรูปในหลายๆด้าน เพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ร้อยละ 39.19 ระบุว่า มีความเป็นประชาธิปไตยเท่าเดิม เพราะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก รวมแล้วมีประชาชนมากถึง ร้อยละ 75.29 ที่เห็นว่า บ้านเมืองปัจจุบันยังมีประชาธิปไตยเท่าเดิมและมากขึ้น

มีเพียง ร้อยละ 22.49 ที่ระบุว่า มีความเป็นประชาธิปไตยลดลง เพราะไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากมีกฎอัยการศึก และการปกครองอยู่ภายใต้รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

ตัวอย่างเหล่านี้มาจากทั่วประเทศดังนี้ กรุงเทพฯ ร้อยละ 20.27 ภาคกลาง ร้อยละ 19.79 ภาคเหนือ ร้อยละ 19.24 ภาคอีสาน ร้อยละ 19.79 ภาคใต้ ร้อยละ 20.90 ชาย ร้อยละ 50.99 หญิง ร้อยละ 48.85 เพศทางเลือก ร้อยละ 0.16 ถือว่ากระจายตัวอย่างได้ดี

เมื่อดูจากผลสำรวจของ “นิด้าโพล” แล้ว คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดกับ “กฎอัยการศึก” เท่าไหร่ กลับชอบด้วยซํ้า ที่ช่วยจัดระเบียบบ้านเมืองที่เละเทะให้เข้าที่เข้าทางขึ้นบ้าง แต่ที่กระทบหนักก็คือ ภาพลักษณ์จากต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศในปัจจุบัน

การใช้กฎหมายอื่นมาแทน “กฎอัยการศึก” คนไทยก็คงไม่รู้สึกแตกต่างกันมากนัก

ยิ่งดูทีวีเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. นายกรัฐมนตรี ทะเลาะกับนักข่าวจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกวัน ก็ยิ่งสะท้อนถึงคำตอบของ “นิด้าโพล” ได้เป็นอย่างดี ไม่มีนักข่าวประเทศไหนที่ปกครองด้วยกฎอัยการศึกทำได้อย่างนี้แน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

31 มี.ค. 2558 10:00 31 มี.ค. 2558 10:00 ไทยรัฐ