วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แบบอย่าง ลี กวน ยู

ดูจะเป็นคำถาม กวนใจ...นายกประยุทธ์ ไปเสียแล้ว เมื่อถูกนักข่าวซักไซ้ไล่เลียง ถึงเรื่องจะเลิกกฎอัยการศึก หันไปใช้มาตรา 44 คำตอบของท่านฟังได้ว่า จะเลิกก็เลิก จะใช้ก็ใช้ ไม่ได้กลัวคนไทยหรือกลัวฝรั่ง แต่หากจะใช้เพื่อความสงบสุขมั่นคงของบ้านเมือง

นายกฯเพิ่งกลับร่วมงานศพผู้นำสิงคโปร์ ท่านว่า นายลี กวน ยู ได้รับความยกย่องนับถือมาก...ก็รู้กันทั้งโลก ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของสิงคโปร์นั้น เกิดจากผู้นำเผด็จการ

นักข่าวฟังแล้ว ไม่กล้าถามต่อ..แล้วท่านจะเอาแบบลี กวน ยู มาใช้หรือเปล่า ขืนถามอาจถูกถาม “เป็นคนไทยรึเปล่า”

เมื่อพูดถึง ลี กวน ยู ผมเปิดหนังสือ คิดแบบลีกวนยู เขียนโดย วริศรา ภานุวัฒน์ เล่มใหม่หมาดๆ ที่คุณ จรัญ หอมเทียนทอง...สำนักพิมพ์แสงดาว ส่งมาให้อ่าน

เมื่อญี่ปุ่นเอาชนะอังกฤษ ยึดสิงคโปร์...แม้ชั่วคราว แต่จุดความคิดใหม่ ให้เด็กหนุ่มลี กวน ยู คนเอเชียเอาชนะฝรั่งผิวขาวได้ เขาเริ่มต้นงานการเมือง เรียกร้องให้อังกฤษปลดปล่อยสิงคโปร์

อายุ 35 เป็นนายกรัฐมนตรี พยายามเจรจา กับตนกู อับดุล ระห์มัน ในการรวมสิงคโปร์เข้ากับมาเลเซีย

สิงคโปร์ เล็กเกินไป มีคน 4 ล้านคน ต้องพึ่งพาน้ำดิบจากมาเลเซีย รวมกับมาเลเซียได้ 4 ปี ปัญหาเชื้อชาติ มาเลเซียไม่ยอมรับคนจีน สิงคโปร์ก็ถูกตัดขาดจากมาเลเซีย

ลี กวน ยู กัดฟันสู้ ทางเลือกหนึ่ง ที่เขาเริ่ม ก็คือ การวางรากฐาน เป็นบรรษัทสิงคโปร์

ใช้วิธีการค้าระหว่างประเทศ เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในการหาสินค้าและบริการมาสู่ประเทศ เติมเต็มความต้องการในประเทศ ซึ่งมีทั้งคนจีน มลายู อินเดีย ไม่ว่าจะซื้อหรือแลก

หลักการบรรษัทสิงคโปร์แบ่งเป็น 3 ส่วน

1. ไม่ว่า ภาครัฐบาล เอกชน ต้องมีแนวคิดเชิงธุรกิจ คือการทำกำไร ตัดระเบียบขั้นตอนให้สั้นที่สุด มุ่งเพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน

2. ทำให้ทรัพยากรมนุษย์ เป็นการพัฒนาที่สำคัญที่สุด เพราะทรัพยากรอื่นไม่มี ไม่ว่าแร่ธาตุ อัญมณี น้ำมัน ทำให้คนมีความรู้ความสามารถทุกด้าน ส่งเสริมการเรียนวิทยาศาสตร์ เพื่อให้คิดค้นนวัตกรรมได้

ถ้าเป็นนักบริหาร ก็ต้องสามารถเพิ่มกำไรให้กิจการ ถ้าเป็นสื่อมวลชน ต้องทำงานระหว่างประเทศได้ดี

ถ้าเป็นมหาวิทยาลัย ก็ต้องเป็นมหาวิทยาลัยระดับภูมิภาคและระดับโลก เป็นที่ชุมนุมของอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน

3. มองตัวเองว่า ไม่ต้องแข่งขันกับใคร แต่ให้แข่งกับตนเอง

สิงคโปร์ ไม่วัดอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียว หรือสองหลัก เหมือนประเทศอื่น แต่จะวัดคนว่ามีดัชนีความเป็นอยู่ดีขึ้นแค่ไหน มีบริการและสินค้าให้เลือกหลากหลายแค่ไหน ระบบความเป็นอยู่จะต้อง ดีขึ้นและดีขึ้น

เมื่อวาง 3 หลักสำคัญ ให้สิงคโปร์ไว้มั่นคงแล้ว การวางตัวผู้นำ ก็เป็นหนึ่งเดียว บริหารสิงคโปร์ 31 ปี ลี กวน ยู เลือก โก๊ะ จ๊ก ตง ลูกน้องมือดี เป็นทายาท และเมื่อลูกชาย นายลี เซียน ลุง เข้มแข็งพอ ก็ให้ขึ้นแทน

สิงคโปร์ ใช้ผู้นำเป็นทีมเดียว ไม่ใช่ให้คนหนึ่งประกาศ อีกคนมาล้มล้าง เหมือนบางประเทศ

หากใครจะคิดเอา ลี กวน ยู เป็นต้นแบบ...ก็ต้องแน่ใจไว้ก่อน นอกจากเก่งกาจ รักษาอำนาจในมือไว้มั่นคงแล้ว ตลอดเวลาบริหารอำนาจ ลี กวน ยู ทำสิงคโปร์ ให้เป็นประเทศปลอดคอร์รัปชัน

พูดภาษาชาวบ้านตัวเองไม่กิน แล้วก็ไม่ยอมขยิบตา ให้คนใกล้ตัว พวกพ้อง บริวาร...กิน

เผด็จการที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูได้ ต้องชัดเจนในคุณสมบัติข้อนี้..ถ้าแน่ใจ ก็เอาไงเอากัน

ผมว่านะ ผู้คนในโลกนี้ เป็นโรคเบื่อประชาธิปไตยสอดไส้เผด็จการ เบื่อเผด็จการอ้างประชาธิปไตย...จะเป็นผู้นำแบบไหนก็ได้ ถ้าเก่งด้วย ดีด้วย อย่าว่าแต่คนสิงคโปร์จะเอา คนไทยก็เอา.

กิเลน ประลองเชิง

31 มี.ค. 2558 09:38 31 มี.ค. 2558 09:38 ไทยรัฐ