วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เขยิบมาทางนี้ คนชอบของแปลก 9 เรื่องเก๋ที่กำลังดัง Food Frequency คืออะไร?

มีเรื่องแปลกจะมาเล่าต่อ กลายเป็นเรื่องอินเทรนด์ที่น่าสนใจกับ ดินเนอร์สุดคูล Food Frequency หรือการกินอาหารที่สะเทือนโสตประสาทสัมผัสทั้ง 5 ชนิด เพิ่งจัดขึ้นครั้งแรกในเมืองไทย ไทยรัฐออนไลน์มีโอกาสร่วมงานพร้อมกับสัมภาษณ์ ประธานพร พรประภา ซีอีโอสุดสวย บริษัท สยาม แอ็ท สยาม จำกัด บอกความเจ๋งให้ฟังแบบย่อยง่ายๆ ให้อินเทรนด์กัน.. 


1.มันเท่ โปรแกรมดินเนอร์สุดคูล Food Frequency เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ประเทศอิตาลี ในปี 2012 คิดค้นโดยทีมนักสร้างสรรค์ชื่อดัง นำโดย มร.มาร์โค คาลาร์ดิ ซาวนด์ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวอิตาเลี่ยน

2. นี่คือครั้งแรกในเอเชียและประเทศไทย ที่จะได้มีโอกาสสัมผัสกับโปรแกรมดินเนอร์ที่คุณจะตื่นตะลึงกับประสบการณ์การรับประทานอาหารที่การันตีว่า คุณจะได้เปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 เป็นครั้งแรก

3. บนโต๊ะดินเนอร์ของ Food Frequency นอกจากจาน มีด ช้อน ส้อมแล้ว บนโต๊ะของทุกคนจะมี Headphone ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญ ในการนำคุณไปสู่อรรถรสใหม่ของการกิน แบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน

4. Food Frequency ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเชฟ จิลส์ พอยทวิน ชาวฝรั่งเศส และ มร.มาร์โค คาลาร์ดิ โดยเชฟ จิลส์ จะเป็นผู้สร้างสรรค์อาหารจานพิเศษทั้งหมดก่อน แล้วหลังจากนั้น มร.มาร์โค จะมาดูหน้าตาของอาหารและทดลองชิม หลังจากนั้น มร.มาร์โค จึงเริ่มค้นหาซาวนด์ที่เหมาะกับอาหารแต่ละจาน เพื่อให้ซาวนด์ที่เลือกนั้น ช่วยปลุกเร้าประสาทสัมผัสในการรับรู้รสชาติให้ดียิ่งขึ้น

5. ซาวนด์หรือเสียงทั้งหมดบันทึกจากเสียงธรรมชาติ ด้วยเครื่องอัดเสียงคุณภาพสูง ที่จะทำให้เสียงที่คุณได้ยินมีมิติเหมือนคุณหลุดเข้าไปอยู่ในที่แห่งนั้นจริงๆ เพราะเหตุนี้นักวิจารณ์ทั่วโลกเลยให้นิยามซาวนด์ของ มร.มาร์โค คาลาร์ดิ ว่าคือ Soundscape โดยเสียงทั้งหมดจะถูกบันทึกจากสถานที่ต่างๆ ทั่วมุมโลก โดย มร.มาร์โค คาลาร์ดิ จะเป็นผู้เดินทางไปบันทึกเสียงเหล่านั้นด้วยตัวเขาเอง

6. ซาวนด์สุดเก๋ทั้ง 7 ซาวนด์ ที่เลือกมาจับคู่กับอาหารสุดพิเศษทั้ง 7 คอร์ส มีตั้งแต่เสียงระฆังในหมู่บ้าน เสียงคลื่นในมหาสมุทร และเก๋สุดที่หลายๆ คนตั้งใจฟัง เห็นจะเป็นเสียงจิ้งหรีดในทุ่งลาเวนเดอร์ของโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส

7. 90% ของผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารในโปรแกรม Food Frequency รู้สึกถึงความแตกต่างได้ในทันที เมื่อเทียบกับการทานอาหารจานเดียวกันแบบฟังและไม่ฟังซาวนด์ โดยส่วนใหญ่บอกว่าเมื่อฟังซาวนด์ไปด้วย จะรู้สึกถึงความเข้มข้นของรสชาติอาหารมากกว่า


8. เพื่อให้อรรถรสในการฟังซาวนด์ไม่มีสะดุด หรือคลื่นแทรก ผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารโปรแกรม Food Frequency จะต้องปิดสัญญาณโทรศัพท์ หรือตั้งไปที่ airplane mode เนื่องจากการกระจายเสียงไปที่ headphone ทุกตัวใช้ระบบ wireless

9. อาหารทั้ง 7 คอร์ส ที่นำมาเสิร์ฟในโปรแกรม Food Frequency ครั้งนี้ มีหลายเมนูที่เก๋แปลกแบบที่คุณคงไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน แต่ก็อร่อยแบบไม่น่าเชื่อ อาทิ Scallops sherbet sensation of pine-wood ซึ่งนำเอาของคาวอย่างหอยเชลล์ มาเสิร์ฟในรูปแบบของไอศกรีมเชอร์เบท ที่ให้รสชาติหวานหอมและก็มีรสชาติหอยเชลล์ติดที่ปลายลิ้น!.

มีเรื่องแปลกจะมาเล่าต่อ กลายเป็นเรื่องอินเทรนด์ที่น่าสนใจกับ ดินเนอร์สุดคูล Food Frequency หรือการกินอาหารที่สะเทือนโสตประสาทสัมผัสทั้ง 5 ชนิด 30 มี.ค. 2558 12:32 1 เม.ย. 2558 20:12 ไทยรัฐ


advertisement