อาบัติ-ปาราชิก

ข่าว

    อาบัติ-ปาราชิก

    คุณครูลิลลี่

    20 มี.ค. 2558 05:30 น.

    สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รัก เคยได้ยินคำว่า “เมืองไทยนี้เป็นเมืองพุทธ” ไหมคะ แหม...พูดถึงข้อความนี้แล้วก็ให้ปวดเศียรเวียนเกล้าเสียนี่กระไร ก็จะอะไรเสียอีกคะ ตอนนี้วงการพุทธศาสนาของไทยกลายเป็นเรื่องเป็นราวกันใหญ่โตขึ้นทุกทีแล้ว เรียกว่าเปิดโทรทัศน์ก็เจอข่าว ฟังวิทยุก็ได้ยินข่าว แถมเปิดสื่อโซเชียลต่างๆ ก็เห็นแต่ประเด็นข้อขัดแย้งต่างๆ นานามากมายไปหมด

    ยิ่งอ่านยิ่งเสพก็ยิ่งสลด เพราะกลายเป็นข้อโต้เถียงที่ดูจะหาข้อยุติไม่ได้ ศาสนาที่ควรจะเป็นที่พึ่งพาจิตใจกับเตลิดขัดแย้งกันไปไกลขึ้นทุกที แต่เอาเถิดค่ะ จะอย่างไรก็แล้วแต่ ไหนๆ ก็มาถึงภาษาไทยกับคุณครูลิลลี่แล้ว เราก็อาศัยเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาพูดคุยกันถึงเรื่องความรู้ภาษาไทยกันเสียเลยดีกว่า ว่าแล้วก็มากันที่ 2 คำฮิต ที่เรียกว่าฮอตสุดในกระแสตอนนี้ เห็นทีจะหนีไม่พ้น 2 คำนี้ค่ะ อาบัติ และ ปาราชิก เรียกว่าเป็นพระเอกนางเอกของหนังเรื่องนี้ไปเลยทีเดียว เราลองมาเจาะลึก 2 คำนี้กันนะคะ 

    ทั้ง 2 คำที่ว่ามา ถ้าเราเปิดความหมายจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน จะพบคำตอบว่า ปาราชิก เป็นคำนาม คือ ชื่อของอาบัติที่หนักสุดในพระวินัย กล่าวคือ เมื่อภิกษุล่วงละเมิดแม้เพียงข้อใดข้อหนึ่งต้องขาดจากความเป็นภิกษุทันที บวชเป็นภิกษุอีกไม่ได้ ปาราชิก ประกอบไปด้วย ๔ ข้อ คือ ๑. เสพเมถุน ๒. ลักทรัพย์ ๓. ฆ่ามนุษย์ ๔. อวดอุตริมนุสธรรม อีกความหมายของปาราชิก คือ เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึงผู้ละเมิดอาบัติปาราชิก เช่น พระปาราชิก เป็นต้น ส่วนคำว่า อาบัติ เป็นคำนาม หมายถึง โทษที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิกขาบทหรือข้อห้ามแห่งภิกษุ มีโทษ ๓ สถาน คือ ๑. โทษสถานหนัก เรียกว่า ครุโทษ หรือ มหันตโทษ ทําให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติขาดจากความเป็นภิกษุ ได้แก่ อาบัติปาราชิก ซึ่งเรียกว่า ครุกาบัติ ๒. โทษสถานกลาง เรียกว่า มัชฌิมโทษ ทําให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติต้องอยู่กรรมก่อนจึงจะพ้นโทษ ได้แก่ อาบัติสังฆาทิเสส และ ๓. โทษสถานเบา เรียกว่า ลหุโทษ ทําให้ภิกษุผู้ต้องอาบัติที่ตํ่ากว่าอาบัติสังฆาทิเสสต้องปลงอาบัติคือ บอกอาบัติของตนแก่ภิกษุด้วยกัน ได้แก่ อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ และทุพภาษิต ซึ่งเรียกว่า ลหุกาบัติ ค่ะ อ่านมาถึงตรงนี้คุณผู้อ่านก็คงจะพอเข้าใจนะคะว่า อาบัติ เป็นหมวดใหญ่ ซึ่งปาราชิกเป็นส่วนหนึ่งในอาบัติค่ะ มาสรุปอีกทีดังนี้นะคะ

    อาบัติ เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีว่า อาปตฺติ (อ่านว่า อา-ปัด-ติ) แปลว่า การตกไป แปลว่า ความผิด ในภาษาไทย คำว่า อาบัติ หมายถึง โทษที่เกิดจากการละเมิดสิกขาบท หรือโทษที่เกิดจากการที่ภิกษุประพฤติผิดวินัยสงฆ์ ซึ่งหนึ่งในโทษที่รุนแรงที่สุดคือคำว่า ปาราชิก หรือจะสรุปว่า ปาราชิกเป็นอาบัติหนักที่สุดก็ได้นะคะ เพราะเมื่อภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากการเป็นภิกษุ ซึ่งไม่เหมือนกับการที่ถ้าภิกษุต้องอาบัติในพวกลหุอาบัติ ทางแก้คือ ต้องปลงอาบัติ หรือเรียกว่าการสารภาพความผิดของตนนั้นต่อภิกษุอื่นด้วยการกล่าวคำปลงอาบัติเสียก่อนจึงพ้นจากอาบัติค่ะ

    พูดง่ายๆ แบบประชาชนเข้าใจได้ก็คือ การปลงอาบัติเป็นวิธีการเพื่อให้รู้ว่าตัวนั้นทำผิด และสัญญาว่าจะไม่ทำผิดอีกนั่นเองค่ะ ทราบที่มาที่ไปแบบเจาะลึกกันไปแล้ว ก็มาร่วมกันภาวนาให้ภาวะความขัดแย้งแห่งศาสนามลายหายไปเร็วๆ เสียทีนะคะ ศาสนาจะได้เป็นที่พึ่งพาจิตใจไปได้อีกนานๆ และข้อความที่ว่า ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ จะได้ศักดิ์สิทธิ์และเป็นจริง สวัสดีค่ะ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพฤหัสที่ 2 ธันวาคม 2564 เวลา 19:02 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์