วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สเกตช์ภาพคนอุ้ม สาวใหญ่-ร้อยล้าน

สเกตช์ภาพคนอุ้ม สาวใหญ่-ร้อยล้าน

  • Share:

ชี้ไม่ใช่มืออาชีพ พัวพันหลายปม

ตำรวจเร่งคลี่คดีสาวใหญ่ทายาทร้อยล้านตระกูล “ปทุมวาสนา” ถูกแก๊งคนร้ายจี้จับตัวจากห้างเซ็นทรัลรามอินทรา ไปทำร้ายจนหมดสติแล้วนำขึ้นรถแท็กซี่ไปทิ้งในซอยเปลี่ยวหลังสนามกอล์ฟย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ ยังมึนไม่รู้ชนวนเหตุที่ชัดเจน แพทย์ไม่อนุญาตให้เข้าสอบปากคำเพิ่มเติม นำ รปภ.สนามกอล์ฟมาสเกตช์ภาพคนร้าย พร้อมไล่เช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่จับผู้เสียหายไป มั่นใจไม่ใช่พวกมืออาชีพ ตั้งหลายประเด็นทั้งเรื่องมรดก ชิงทรัพย์ รวมทั้งเรื่องส่วนตัว ส่วนเรื่องที่พัวพันกับ “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” อดีต ผบช.ก. ให้น้ำหนักน้อย ตำรวจกองปราบฯนำโชเฟอร์แท็กซี่มาสอบปากคำระบุขับรถรับคนร้ายกับผู้เสียหายมาจากซอยรามอินทรา 14 ไม่พบสิ่งผิดสังเกต

จากเหตุการณ์ น.ส.ชลิตา กินนิส อายุ 38 ปี อ้างเป็นทายาทมรดกหลายร้อยล้านบาทของตระกูลปทุมวาสนา เจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่ถูกฆ่ายกครัว 5 ศพ ที่บ้านย่านลาดพร้าว เมื่อปี 52 และมีความสนิทสนมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.ที่ถูกดำเนินคดีหมิ่นเบื้องสูงและรับสินบน ถูกกลุ่มคนร้ายจี้จับตัวไปจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขารามอินทรา พาขึ้นรถไปรุมทำร้าย ใช้เทปใสรัดข้อมือและลำคอจนหมดสติ จากนั้นเรียกรถแท็กซี่นำร่าง น.ส.ชลิตา ไปทิ้งในซอยเปลี่ยวข้างสนามกอล์ฟสุภาพฤกษ์ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ แล้วหลบหนีไป ภายหลัง น.ส.ชลิตา ฟื้นคืนสติคลานออกมาขอความช่วยเหลือ รปภ.สนามกอล์ฟ พาส่งโรงพยาบาล

ความคืบหน้าการคลี่คลายคดี เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 มี.ค. พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 เดินทางไปที่ สภ.บางบ่อ เรียก พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พร้อมชุดคลี่คลายคดีเข้าร่วมประชุมนานกว่า 1 ชม. หลังการประชุม พล.ต.ท.อำนวย เผยว่า ได้ตั้งชุดสืบสวนเฉพาะกิจของ ภ.จ.สมุทรปราการ ขึ้นมาติดตามล่าตัวคนร้าย โดยให้ชุดสืบสวนไล่ดูกล้องวงจรปิดตั้งแต่ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา ที่ผู้เสียหายเล่าว่าถูกนำตัวมาจากจุดนั้นแล้วนำมาทิ้งไว้ที่ข้างสนามกอล์ฟ คาดว่าคนร้ายไม่ใช่มืออาชีพ เนื่องจากพฤติกรรมพยายามลงมือฆ่าและทิ้งผู้เสียหายไว้ในจุดที่มีคนพบเห็นได้ นั่งแท็กซี่ผ่านจุดที่ต้องแลกบัตร อีกทั้งคนร้ายยังเดินออกจากจุดที่ทิ้งผู้เสียหายผ่าน รปภ.ของสนามกอล์ฟ ตอนนี้ได้เรียก รปภ.มาสเกตช์ภาพคนร้ายแล้ว เป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี สูง 165-170 ซม. ผิวคล้ำ ส่วนรถแท็กซี่คันที่ขับมาส่งคนร้ายกับผู้เสียหายหมายเลขทะเบียน ทส 1162 กทม. อยู่ระหว่างติดตามคนขับมาสอบปากคำ

ผบช.ภ.1 กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นการถูกทำร้ายตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามาจากสาเหตุใด จะมาจากคำให้การของผู้เสียหายที่ระบุว่ามีความสนิท-สนมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ประเด็นเกี่ยวกับมรดกร้อยล้านของตระกูลปทุมวาสนา หรือประเด็นการชิงทรัพย์เพราะแหวนเพชรหายไป เนื่องจากตอนนี้แพทย์ยังไม่อนุญาตให้ตำรวจเข้าไปสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม ตอนนี้ทราบว่าอาการปลอดภัยแล้วแต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ต้องรอให้แพทย์อนุญาตก่อนพนักงานสอบสวนจึงจะเข้าสอบปากคำอีกครั้ง
พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า คดีนี้แต่งตั้งให้ พ.ต.อ.วสันต์ บุญเจริญ รอง ผบก. เป็นหัวหน้าชุดในการสืบสวนคลี่คลายคดี และ พ.ต.อ.ยงยุทธ เดชะรัฐ รอง ผบก. ดูแลงานสอบสวน ผู้บังคับบัญชากำชับให้ทำงานอย่างรัดกุมเพราะเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่าการถูกทำร้ายครั้งนี้มาจากสาเหตุใด

ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท. ผบช.ก. เผยว่า พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. สั่งการให้ชุดสืบสวนของ กก.1 และ กก.2 บก.ป. เข้าร่วมสืบสวนสอบสวนกับตำรวจพื้นที่โดยเร่งด่วน พร้อมตามหาหลักฐานเริ่มจากที่พักของผู้เสียหายในซอยรัชดาภิเษก 3 ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ที่ผู้เสียหายถูกคนร้ายจี้บังคับตัวไป จนถึงบริเวณบ่อปลาหลังสนามกอล์ฟใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ที่คนร้ายนำผู้เสียหายมาทิ้ง พบหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดมากพอสมควร ส่วนคนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้เสียหายพร้อมกับคนร้ายขึ้นรถมานั้น ทราบว่า บก.ป.นำตัวมาสอบปากคำแล้ว ทราบชื่อนายประชา ผ่องใส ให้การว่าจอดรับคนทั้งสองมาจากซอยรามอินทรา 14 หรือซอยมัยลาภ แล้วนำไปส่งยังจุดเกิดเหตุ ระหว่างทางไม่พบสิ่งผิดสังเกตหรือบ่งบอกว่าผู้เสียหายถูกจี้บังคับมา

รรท.ผบช.ก. กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุว่าสาเหตุมาจากเรื่องใดและกลุ่มคนร้ายเป็นใคร เท่าที่สอบปากคำพอทราบว่าคนร้ายมีมากกว่า 3 คน ไม่น่าจะใช่มืออาชีพ โดยสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งในเรื่องส่วนตัวของผู้เสียหายมากกว่าประเด็นอื่น โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีของอดีต ผบช.ก. ในชั้นนี้ถือว่ามีน้ำหนักน้อยมาก

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า หลังส่งชุดสืบสวนไปตรวจสอบข้อมูลต่างๆแล้ว เบื้องต้นพบว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. แต่ที่มีการพูดถึงเพราะผู้เสียหายคิดว่าทรัพย์สินของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่ถูก ปปง.นำมาเปิดประมูล มีบางชิ้นน่าจะเป็นสมบัติของครอบครัวผู้เสียหาย จึงเบิกเงินเพื่อจะเตรียมไปประมูล แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน ส่วนการทำงานขณะนี้เน้นไปที่เรื่องปัญหาส่วนตัวของผู้เสียหาย รวมทั้งเรื่องที่พ่อของผู้เสียหายพร้อมภรรยาและลูกถูกฆาตกรรม 5 ศพ เมื่อปี 52 ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบดูว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เพราะสมบัติของพ่อ น.ส.ชนิตา มีจำนวนมาก

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนยังคงตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องปัญหาแฟนเก่าของผู้เสียหายเอง รวมทั้งเรื่องผลประโยชน์จากคดีฆาตกรรม 5 ศพ ตระกูลปทุมวาสนา เมื่อปี 52 ท้องที่ สน.ลาดพร้าว ส่วนเรื่องที่จะเกี่ยวพันกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.นั้น น.ส.ชนิตาให้ข้อมูลว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน มีเพียงพ่อแม่ที่รู้จักแต่ก็เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนทรัพย์สินที่ไปพัวพันกับที่ ปปง.ยึดจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ นั้น น.ส.ชนิตายังไม่ได้เห็นทรัพย์สินที่ถูกยึดไป เพียงแต่คาดว่าอาจจะมีบางส่วนที่เป็นทรัพย์สินของพ่อแม่ตนเท่านั้น โดยก่อนเกิดเหตุ น.ส.ชนิตา กำลังจะเดินทางไปดูทรัพย์สินที่ ปปง.เปิดประมูล ว่ามีทรัพย์สินอะไรบ้างที่คาดว่าจะเป็นของครอบครัวตัวเอง ดังนั้น ในส่วนที่จะเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จึงเป็นไปได้น้อยมาก

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวว่า ท้องที่เกิดเหตุเป็นของ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ทาง บช.น.เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนในข้อมูล จะรับหน้าที่ในการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้างเซ็นทรัล รามอินทรา ตามคำบอกเล่าของผู้เสียหาย ยืนยันจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านคดีให้กับตำรวจภูธรภาค 1 ส่วนสาเหตุยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องมรดกครอบครัว รวมทั้งคดีที่เกี่ยวโยงกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้